บทเรียนพระธรรมกิจการ บทเรียนที่ 16

ใครทำร้ายคริสตจักร พระเจ้าจะทรงตอบสนอง!

พระธรรม        กิจการ12:1-25

อ้างอิง            มธ18:10;14:1;11:21;4:21;กจ1:14;4:365:19;8:40;12:25;13:5,16;15:13; 16:26-27; 20:6;24:27;25:9;2พกษ19:35

บทนำ             อย่าให้ผู้ใดทำร้ายคนของพระเจ้า หรือคริสตจักรของพระองค์เลย เพราะผลลัพท์จะมี  2 ทางคือ หนึ่งตัวเขาเองจะถูกเรียกมาให้รับใช้ และถูกทำร้ายเช่นกัน หรือไม่ก็จะรับภัยจากการลงโทษของพระองค์

บทเรียน

12:1 “ในเวลานั้นกษัตริย์เฮโรดเหยียดพระหัตถ์ออกทำร้ายบางคนในคริสตจักร” 

     (About that time Herod the king laid violent hands on some who belonged to the church. )

12:2 “ท่านฆ่ายากอบพี่ชายของยอห์นด้วยดาบ”

     (He killed James the brother of John with the sword, )

12:3  “เมื่อท่านเห็นว่าการนั้นเป็นที่ชอบใจพวกยิว ท่านก็จับเปโตรด้วย เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ” 

     (and when he saw that it pleased the Jews, he proceeded to arrest Peter also. This was during the days of Unleavened Bread. )

12:4 “เมื่อจับเปโตรแล้วจึงให้จำคุกและให้ทหารสี่หมู่ หมู่ละสี่คนคุมไว้ตั้งใจว่าเมื่อสิ้นเทศกาลปัสกาแล้วจะพาออกมาให้ประชาชน” 

     (And when he had seized him, he put him in prison, delivering him over to four squads of soldiers to guard him, intending after the Passover to bring him out to the people.) 

12:5  “เพราะฉะนั้นเปโตรจึงถูกจำจองในคุก แต่คริสตจักรอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเปโตรอย่างกระตือรือร้น”

    (So Peter was kept in prison, but earnest prayer for him was made to God by the church.)

12:6 “ในคืนนั้นก่อนถึงเวลาที่เฮโรดจะพาเปโตรออกมา เปโตรกำลังนอนหลับอยู่ระหว่างทหารสองคน มีโซ่สองเส้นล่ามไว้และมีพวกยามเฝ้าอยู่หน้าประตูคุก” 

   (Now when Herod was about to bring him out, on that very night, Peter was sleeping between two soldiers, bound with two chains, and sentries before the door were guarding the prison.) 

12:7 “นี่แน่ะ มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏ และมีแสงสว่างส่องเข้ามาในห้องขัง ทูตองค์นั้นกระตุ้นเปโตรที่สีข้างให้ตื่นขึ้นแล้วว่า “ลุกขึ้นเร็วๆ ” โซ่นั้นก็หลุดตกจากมือของเปโตร” 

    (And behold, an angel of the Lord stood next to him, and a light shone in the cell. He struck Peter on the side and woke him, saying, “Get up quickly.” And the chains fell off his hands. )

12:8 “ทูตสวรรค์องค์นั้นสั่งเปโตรว่า “จงคาดเอวและสวมรองเท้า” เปโตรก็ทำตาม แล้วทูตจึงสั่งว่า “จงสวมเสื้อและตามเรามาเถิด” 

    (And the angel said to him, “Dress yourself and put on your sandals.” And he did so. And he said to him, “Wrap your cloak around you and follow me.” )

12:9 “เปโตรจึงตามออกไป และไม่รู้ว่าสิ่งที่ทูตสวรรค์ทำนั้นเป็นความจริง คิดว่าเห็นนิมิต” 

    (And he went out and followed him. He did not know that what was being done by the angel was real, but thought he was seeing a vision.) 

12:10 “เมื่อออกไปพ้นทหารยามชั้นที่หนึ่งและที่สองแล้ว ก็มาถึงประตูเหล็กทางที่จะเข้าไปในเมือง ประตูบานนั้นก็เปิดออกเองให้กับท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองจึงผ่านออกไปและเมื่อเดินถึงช่วงหนึ่งของถนน ทูตสวรรค์ก็หายวับไปจากเปโตร” 

     (When they had passed the first and the second guard, they came to the iron gate leading into the city. It opened for them of its own accord, and they went out and went along one street, and immediately the angel left him. )

12:11 “เมื่อเปโตรรู้สึกตัวแล้วจึงพูดว่า “ตอนนี้ข้าพเจ้าแน่ใจแล้วว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มาช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของเฮโรด และพ้นจากการมุ่งร้ายของพวกยิว

     (When Peter came to himself, he said, “Now I am sure that the Lord has sent his angel and rescued me from the hand of Herod and from all that the Jewish people were expecting.”)

12:12 “เมื่อเปโตรคิดอย่างนั้นแล้ว ท่านก็ไปที่บ้านของมารีย์มารดาของยอห์นผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโก ที่นั่นมีหลายคนกำลังประชุมอธิษฐานกันอยู่”

   (When he realized this, he went to the house of Mary, the mother of John whose other name was Mark, where many were gathered together and were praying. )

12:13 “พอเปโตรเคาะที่ประตูชั้นนอก ก็มีสาวใช้คนหนึ่งชื่อโรดาออกมาดู” 

      (And when he knocked at the door of the gateway, a servant girl named Rhoda came to answer. )

12:14 “เมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของเปโตร เธอปีติยินดีอย่างยิ่ง แต่แทนที่จะเปิดประตูให้ กลับวิ่งเข้าไปบอกว่าเปโตรยืนอยู่หน้าประตู” 

     (Recognizing Peter’s voice, in her joy she did not open the gate but ran in and reported that Peter was standing at the gate.) 

12:15 “พวกเขาจึงพูดกับเธอว่า “เจ้าเป็นบ้า” แต่เธอยืนยันว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาจึงบอกว่า “คงเป็นทูตสวรรค์ประจำตัวของเปโตร” 

     (They said to her, “You are out of your mind.” But she kept insisting that it was so, and they kept saying, “It is his angel!” 

12:16 “ส่วนเปโตรยังยืนเคาะอยู่ที่ประตู เมื่อพวกเขาเปิดประตูเห็นท่านก็อัศจรรย์ใจ” 

     (But Peter continued knocking, and when they opened, they saw him and were amazed.) 

12:17 “เปโตรโบกมือให้พวกเขาเงียบ แล้วเล่าให้พวกเขาฟังว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพาท่านออกจากคุกอย่างไร แล้วท่านสั่งว่า “จงไปบอกเรื่องนี้ให้ยากอบกับพวกพี่น้องทราบ” แล้วเปโตรก็ออกไปอยู่ที่อื่น”

     (But motioning to them with his hand to be silent, he described to them how the Lord had brought him out of the prison. And he said, “Tell these things to James and to the brothers.” Then he departed and went to another place.)

12:18 “พอถึงรุ่งเช้า พวกทหารเกิดความโกลาหลอย่างมากในเรื่องที่เกิดขึ้นกับเปโตร” 

      (Now when day came, there was no little disturbance among the soldiers over what had become of Peter. )

12:19 “เมื่อเฮโรดทรงหาตัวเปโตรไม่พบ จึงทรงไต่สวนพวกทหารยาม และมีรับสั่งให้ประหาร แล้วท่านก็ออกจากแคว้นยูเดียไปพักอยู่ที่เมืองซีซารียา”

     (And after Herod searched for him and did not find him, he examined the sentries and ordered that they should be put to death. Then he went down from Judea to Caesarea and spent time there.)

12:20 “เฮโรดนั้นกริ้วชาวเมืองไทระและเมืองไซดอน ชาวเมืองจึงพากันมาหาท่าน หลังจากเอาใจบลัสทัสกรมวังของกษัตริย์แล้ว ก็ขอกลับเป็นไมตรีกันอีก เพราะเมืองของพวกเขาต้องอาศัยอาหารจากแผ่นดินของกษัตริย์” 

    (Now Herod was angry with the people of Tyre and Sidon, and they came to him with one accord, and having persuaded Blastus, the king’s chamberlain, they asked for peace, because their country depended on the king’s country for food.) 

12:21 “เมื่อถึงวันนัดหมาย เฮโรดทรงเครื่องกษัตริย์คำราชาศัพท์หมายถึง การแต่งชุดกษัตริย์เสด็จประทับบนบัลลังก์ แล้วทรงกล่าวคำปราศรัยต่อพวกเขา” 

     (On an appointed day Herod put on his royal robes, took his seat upon the throne, and delivered an oration to them. )

12:22 “คนทั้งหลายจึงร้องขึ้นว่า “นี่เป็นเสียงของพระไม่ใช่เสียงมนุษย์” 

     (And the people were shouting, “The voice of a god, and not of a man!” )

12:23 “ในทันใดนั้น ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าทำให้ท่านเกิดโรคร้าย เพราะท่านไม่ได้ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แล้วท่านก็ถูกตัวหนอนกัดกินร่างกายจนสิ้นพระชนม์”

    (Immediately an angel of the Lord struck him down, because he did not give God the glory, and he was eaten by worms and breathed his last.)

12:24 “แต่พระวจนะของพระเจ้าจำเริญขึ้นและแพร่ขยายออกไป”

      (But the word of God increased and multiplied.)

12:25 “ส่วนบารนาบัสกับเซาโลนั้น หลังจากทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จแล้ว ก็กลับจากกรุงเยรูซาเล็ม พายอห์นที่มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโกไปด้วย”

      (And Barnabas and Saul returned from Jerusalem when they had completed their service, bringing with them John, whose other name was Mark.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

12:1     “ในเวลานั้น” (About that time ) =เชื่อว่า เหตุการณ์ที่บันทึกในบทที่ 12 เป็นการรวมเรื่องเกี่ยวกับเฮโรดมาไว้ด้วยกันโดยไม่คำนึงถึงลำดับเวลามากนัก  อาทิ บารนาบัส และเซาโล อาจมาถึงเยรูซาเล็ม (11:30) หลังจากที่เฮโรดข่มเหง และจับเปโตรขังคุก เฮโรดสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 44 เหตุการณ์ในเรื่องนี้ก็น่าจะเกิดใน ค.ศ. 43 (ตามทัศนะนี้ การกันดารอาหารใน 11:28 เกิดประมาณ ค.ศ. 46 หลังจากเฮโรด สิ้นพระชนม์)แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ดังนั้น ของบริจาค (ใน11:30) อาจมาถึงก่อนเฮโรดสิ้นพระชนม์ และบารนาบัสกับเซาโลกลับมา (12:25)หลังเฮโรด  สิ้นพระชนม์

12:2      ”ฆ่ายากอบ” ( killed James ) =ยากอบในที่นี้คือพี่ชายของยอห์น บุตรเศเบดี(มธ.4:21) เกิดขึ้นหลังจากที่พระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นมาจากความตายประมาณ 10 ปี และพระเยซูเตือนพวกเขาไว้ก่อนแล้ว (มธ.20:20-23);    

            “ด้วยดาบ” (the sword) = ตัดศีรษะ เหมือนยอห์นผู้ให้บัพติศมาถูกประหาร

12:3     ”เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ” (Unleavened Bread) -มธ14:1; ลก22:1

12:4     ”ทหารสี่หมู่” ( four squads of soldiers) =ทหารชุดละ 4 นาย สำหรับเฝ้ายามในช่วงกลางคืนๆ ละ 4 ยาม
           “เทศกาลปัสกา” (the Passover) =อาจหมายถึงทั้งสัปดาห์ของเทศกาล -ปท.ลูกา 22:1

           -”ปัสกา “ =ใช้ในสองความหมาย  คือ
            1) มื้ออาหารพิเศษซึ่งเริ่มตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 14 เดือนนิสาน (ลนต.23:4-5)
            2) สัปดาห์ที่ตามหลังมื้อปัสกามา(อสค.45:21) ที่รู้จักกันในนาม “เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ (ไม่ใส่เชื้อ)   =เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ให้ใช้เชื้อขนม (อพย.12:15;13:3-7;มก.14:1;ยน2:13) -ในพันธสัญญาใหม่ ชื่อของเทศกาลทั้ง 2 ใช้สลับกันไปมา

12:7     ”ทูต…ขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (an angel of the Lord) = กิจการใช้วลีนี้ 4 ครั้งคือ
            1) 7:30-38        2) 8:26            3) 12:7-10        4) 12:23
         ปท. มธ.1:20-24;2:13,19;28:2;ลก.1:11-38;2:9;ปฐก.16:7;2พกษ.1:3;สดด.34:7;ศคย1:8

12:9     ”ตามออกไป” ( went out) = ออกไปจากคุก ซึ่งน่าจะหมายถึง หอคอยแอนโทเนียซึ่งตั้งอยู่ที่มุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระวิหาร และเป็นกองทหารที่ต่อมาใช้คุมตัวเปาโล (21:34)

12:12 ”มารีย์” ( Mary)=แม่ของยอห์น มาระโก ซึ่งเป็นญาติของบารนาบัส (คส.4:10) บ้านของเธอ

12:13     ”โรดา” ( Rhoda ) = คนรับใช้ที่มีความสัมพันธ์แบบเห็นอกเห็นใจคนในครอบครัวของมารีย์และคริสตจักร

12:15      ”ทูตสวรรค์ประจำตัว” ( It is his angel!) = สะท้อนความเชื่อว่า ทุกคนมีทูตสวรรค์ประจำตัวคอยช่วยเหลือคนๆ นั้น  (ปท.มธ.18:10;ฮบ.1:14)

12:16      ”ท่านก็อัศจรรย์ใจ” ( were amazed) = แปลกใจมาก , ซึ่งก็น่าขำ ที่พวกเขาอธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง แต่พอพระเจ้าช่วยเหลือ พวกเขากลับไม่เชื่อ

12:17      ”ยากอบ”  (James ) = น้องชายของพระเยซูคริสต์ เป็นผู้นำคนหนึ่งในคริสตจักรเยรูซาเล็ม (กท.1:19) เพราะยากอบ พี่ชายของยอห์นถูกประหารไปแล้ว(12:2)

              “พวกพี่น้อง” (the brothers)~11:1,22;6:3-5;10:23;15:4,22;รม.1:13

12:19     “ซีซารียา” (Caesarea) = สำนักงานใหญ่ของผู้สำเร็จราชการของโรม กษัตริย์อากริปปาใช้เป็นเมืองหลวงของพระองค์ ในขณะที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการที่โรมส่งมาดูแลยูเดีย (8:40;10:1)

12:20    ”เมืองไทระ และเมืองไซดอน” ( Tyre and Sidon) = เมืองสำคัญของฟีนิเซีย (เลบานอนในปัจจุบัน) –เมืองทั้ง 2 ต้องพึ่งพาผลผลิตเป็นอาหาร จากกาลิลี

             “บลัสทัส” ( Blastus )=กรมวังของกษัตริย์ ทำหน้าที่เป็นกองคลัง

12:21    ”วันนัดหมาย” (appointed day ) = งานที่เฮโรดฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่คลาวดิอัสซีซาร์

            “ทรงเครื่องกษัตริย์” ( put on his royal robes) = แต่งตัวเต็มยศ

            -โจซีฟัส นักประวัติศาสตร์ พรรณนาถึงเสื้อคลุมสีเงินระยิบระยับที่เฮโรดสวมใส่ในวันนั้น

12:22     ”นี่เป็นเสียงของพระ ไม่ใช่เสียงมนุษย์” ( The voice of a god, and not of a man) = เมื่อประชาชนโห่ร้องยกย่องพระองค์เป็นเทพเจ้า พระองค์ก็ไม่ปฏิเสธ

12:23     ”ทำให้ท่านเกิดโรคร้าย” ( breathed his last.) = เฮโรดเป็นโรคที่เจ็บปวดทุรนทุรายและสิ้นพระชนม์หลังจากนั้น 5 วัน เหตุเพราะท่านไม่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

             “ถูกตัวหนอนกัดกินร่างกายจนสิ้นพระชนม์” (he was eaten by worms and breathed his last)

            =สิ้นพระชนม์ด้วยความทุกข์ ทรมาน เป็นการลงโทษจากพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด หรือหลายสาเหตุ
                        1.พระองค์คิดว่า หรือยอมรับว่าตนเองเป็นเทพเจ้า
                        2.พระองค์ข่มเหงคริสตจักร และ ฆ่าทูตของพระเจ้า

12:24      ”แต่พระวจนะของพระเจ้า จำเริญขึ้น และแพร่ขยายออกไป” ( But the word of God increased and multiplied) = สรุปความก้าวหน้าของราชกิจของพระเจ้าเป็นครั้งที่ 3 (6:7;9:31) และหลังจากนั้น ยังมีอีก 3 ครั้งใน 16:5;19:20;28:31

12:25      ”ยอห์น…มาระโก” (John… Mark) = ข.12 อาจเป็นชายหนุ่มที่หนีไปในคืนที่พระเยซูคริสต์ถูกจับกุม (มก14:51-52)  ต่อมาร่วมเดินทางประกาศกับบารนาบัสและเปาโล ในการเดินทางประกาศรอบแรก (15:38-39)

คำถามนำอภิปราย

  1. จริงหรือไม่ที่ว่า ชีวิต และการทำงานของคนที่รับใช้พระเจ้า จะราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรในชีวิต หรือไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขวางกันเลย? ทำไม?
  2. คุณเห็นหรือเคยได้ยินว่า มีผู้รับใช้บางคนบาดเจ็บ ล้มป่วย หรือตายในการรับใช้บ้างหรือไม่? (แบ่งปัน)เหตุการณ์เหล่านั้นสอนอะไรคุณบ้าง?
  3. คุณเคยมีประสบการณ์กับการอธิษฐานขอความช่วยเหลือแล้วพระเจ้าทรงตอบบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร ช่วยคุณ หรือช่วยคนอื่น แล้วผลลัพธ์คืออะไร? และอย่างไร?
  4. คุณเคยตกใจ กลัว หรือ สงสัย ไม่เชื่อเมื่อพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของคุณเร็วกว่า หรือ ดีกว่าที่คุณคิดบ้างไหม? เรื่องอะไร? อย่างไร?
  5. คุณเคยเห็นผู้ใดถูกลงโทษ เพราะไม่ให้เกียรติพระเจ้าบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร และอย่างไร?
  6. คุณเชื่อหรือไม่ว่าคุณมีทูตสวรรค์ประจำตัว คอยปกป้องดูแลช่วยเหลือคุณ? ทำไม?
  7. คุณเคยหลงลืมตัว ไปกับการเยินยอของคนรอบตัวบ้างหรือไม่? แล้วผลเป็นอย่างไร? หรือคุณเคยเห็นใครเป็นอย่างนั้นบ้าง? และเรื่องนี้สอนหรือเตือนสติอะไรคุณบ้าง?
  8. คุณเคยเห็นหรือมีประสบการณ์กับการที่พระวจนะของพระเจ้าที่จำเริญขึ้นและแพร่ขยายออกไปบ้างหรือไม่? ที่ไหน? เมื่อไร? และอย่างไร?

 

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.