พระธรรมกิจการ บทเรียนที่ 19

เปาโล และบารนาบัส

พระธรรม        กิจการ 14:1-28

อ้างอิง            กจ.13:32,43,51;14:7,21;17:4-5,30;16:10;28:24;8:10;9:20;10:26; 11:19,23,26;2:41; 4:29;1:16; 1ธส.1:9;มธ.9:28-29;สดด.65:10;4:7

บทนำ           การรับใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางจนถึงขั้นบาดเจ็บหรือเจ็บปวดด้วยสาเหตุนานาประการ แต่ขอให้เรายืนหยัดรับใช้จนเกิดผลถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างเปาโลและบารนาบัสได้กระทำ!

บทเรียน

14:1 “ที่เมืองอิโคนียูม เปาโลกับบารนาบัสเข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิวเช่นเคย กล่าวสั่งสอนอย่างจับใจจนพวกยิวและพวกกรีกจำนวนมากเชื่อถือ”

    (Now at Iconium they entered together into the Jewish synagogue and spoke in such a way that a great number of both Jews and Greeks believed.)

14:2 “แต่พวกยิวที่ไม่เชื่อก็ยุยงพวกต่างชาติให้มีใจคิดร้ายต่อพวกพี่น้อง”

   (But the unbelieving Jews stirred up the Gentiles and poisoned their minds against the brothers. )

14:3 “ฉะนั้นท่านทั้งสองจึงอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ประกาศด้วยใจกล้าหาญเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์ทรงรับรองคำแห่งพระคุณของพระองค์ โดยทรงทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ด้วยมือของท่านทั้งสอง” 

    (So they remained for a long time, speaking boldly for the Lord, who bore witness to the word of his grace, granting signs and wonders to be done by their hands. )

14:4 “แต่ชาวเมืองนั้นแตกเป็นสองพวก พวกหนึ่งอยู่ฝ่ายพวกยิว และอีกพวกหนึ่งอยู่ฝ่ายพวกอัครทูต” 

   (But the people of the city were divided; some sided with the Jews and some with the apostles. )

14:5 “เมื่อพวกต่างชาติและพวกยิวร่วมกับพวกผู้ปกครองบ้านเมืองคิดจะทำร้ายและเอาก้อนหินขว้างเปาโลกับบารนาบัส” 

   (When an attempt was made by both Gentiles and Jews, with their rulers, to mistreat them and to stone them,)

14:6 “ท่านทั้งสองทราบแล้วจึงหนีไปที่แคว้นลิคาโอเนียไปยังเมืองลิสตรา เมืองเดอร์บี และชนบทรอบๆ” 

   (they learned of it and fled to Lystra and Derbe, cities of Lycaonia, and to the surrounding country,) 

14:7 “และประกาศข่าวประเสริฐที่นั่น”

   (and there they continued to preach the gospel.)

14:8 “ที่เมืองลิสตรามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใช้เท้าไม่ได้ เขาเป็นง่อยตั้งแต่กำเนิด และยังไม่เคยเดินเลย” 

   (Now at Lystra there was a man sitting who could not use his feet. He was crippled from birth and had never walked. )

14:9 “คนนั้นนั่งฟังเปาโลพูดอยู่ เปาโลจึงจ้องดูเขา เห็นว่ามีความเชื่อพอที่จะได้รับการรักษาโรค” 

    (He listened to Paul speaking. And Paul, looking intently at him and seeing that he had faith to be made well,)

14:10 “จึงร้องสั่งด้วยเสียงดังว่า “จงลุกขึ้นยืนตรง” คนง่อยนั้นก็กระโดดขึ้นและเดินไป” 

   (said in a loud voice, “Stand upright on your feet.” And he sprang up and began walking. )

14:11 “เมื่อฝูงชนเห็นสิ่งที่เปาโลทำ จึงพากันร้องเป็นภาษาลิคาโอเนียว่า “พวกพระแปลงเป็นมนุษย์ลงมาหาเราแล้ว” 

    (And when the crowds saw what Paul had done, they lifted up their voices, saying in Lycaonian, “The gods have come down to us in the likeness of men!” )

14:12 “เขาทั้งหลายจึงเรียกบารนาบัสว่า พระซุส และเรียกเปาโลว่า พระเฮอร์เมส เพราะเปาโลเป็นคนพูด”

    (Barnabas they called Zeus, and Paul, Hermes, because he was the chief speaker. )

 14:13 “ปุโรหิตประจำรูปพระซุสซึ่งตั้งอยู่หน้าเมืองจูงโคและถือพวงมาลัยมายังประตูเมือง เพื่อถวายเครื่องบูชาร่วมกับฝูงชน”

    (And the priest of Zeus, whose temple was at the entrance to the city, brought oxen and garlands to the gates and wanted to offer sacrifice with the crowds. )

14:14 “แต่เมื่ออัครทูตบารนาบัสกับเปาโลได้ยินอย่างนั้น จึงฉีกเสื้อผ้าของตนวิ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชนร้องว่า” 

    (But when the apostles Barnabas and Paul heard of it, they tore their garments and rushed out into the crowd, crying out, )

14:15 “ท่านทั้งหลาย ทำไมจึงทำเช่นนี้? เราก็เป็นคนธรรมดาเช่นเดียวกับท่านทั้งหลาย และมาประกาศข่าวประเสริฐให้ท่านหันกลับจากสิ่งไร้ประโยชน์เหล่านี้มาหาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและทะเล รวมทั้งสิ่งสารพัดซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น” 

   (“Men, why are you doing these things? We also are men, of like nature with you, and we bring you good news, that you should turn from these vain things to a living God, who made the heaven and the earth and the sea and all that is in them.)

14:16 “ในยุคก่อนๆ พระองค์ทรงยอมให้ประชาชาติต่างๆ ประพฤติตามทางของพวกเขา” 

    (In past generations he allowed all the nations to walk in their own ways.) 

14:17 “แต่พระองค์ไม่ได้ทรงขาดพยานในเรื่องคุณความดี คือทรงให้ฝนตกจากฟ้าและทรงให้เกิดผลตามฤดู ทรงให้พวกท่านอิ่มเอมด้วยอาหารและความชื่นบานในจิตใจ

    (Yet he did not leave himself without witness, for he did good by giving you rains from heaven and fruitful seasons, satisfying your hearts with food and gladness.” )

14:18 “แม้จะกล่าวคำเหล่านั้นแล้ว อัครทูตก็ยังห้ามฝูงชนในการถวายเครื่องสักการบูชาแก่ท่านทั้งสองได้ยาก”

    (Even with these words they scarcely restrained the people from offering sacrifice to them.)

14:19 “แต่มีพวกยิวบางคนมาจากเมืองอันทิโอกและเมืองอิโคนียูม เมื่อชักชวนฝูงชนได้แล้ว พวกเขาก็เอาหินขว้างเปาโลและลากท่านออกไปจากเมือง คิดว่าท่านตายแล้ว”

    (But Jews came from Antioch and Iconium, and having persuaded the crowds, they stoned Paul and dragged him out of the city, supposing that he was dead. )

14:20 “แต่พวกสาวกล้อมท่านไว้ แล้วท่านก็ลุกขึ้นเข้าไปในเมือง วันรุ่งขึ้นท่านจึงไปยังเมืองเดอร์บีกับบารนาบัส”

    (But when the disciples gathered about him, he rose up and entered the city, and on the next day he went on with Barnabas to Derbe. )

14:21 “ท่านทั้งสองประกาศข่าวประเสริฐในเมืองนั้น และนำคนจำนวนมากมาเป็นสาวก แล้วจึงกลับไปยังเมืองลิสตรา เมืองอิโคนียูม และเมืองอันทิโอก” 

    (When they had preached the gospel to that city and had made many disciples, they returned to Lystra and to Iconium and to Antioch, )

14:22 “ท่านทั้งสองทำให้บรรดาสาวกมีจิตใจเข้มแข็งขึ้น และหนุนใจพวกเขาให้ดำรงอยู่ในความเชื่อ โดยกล่าวว่า เราจะต้องทนความยากลำบากหลายอย่างในการเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า” 

    (strengthening the souls of the disciples, encouraging them to continue in the faith, and saying that through many tribulations we must enter the kingdom of God. )

14:23 “เมื่อท่านทั้งสองแต่งตั้งพวกผู้ปกครองในคริสตจักรแต่ละแห่งแล้ว ก็อธิษฐานและถืออดอาหารเพื่อมอบพวกเขาไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่พวกเขาเชื่อถือนั้น”

    (And when they had appointed elders for them in every church, with prayer and fasting they committed them to the Lord in whom they had believed.)

14:24 “ท่านทั้งสองจึงได้ข้ามแคว้นปิสิเดียมายังแคว้นปัมฟีเลีย” 

    (Then they passed through Pisidia and came to Pamphylia.) 

14:25 “เมื่อกล่าวพระวจนะของพระเจ้าในเมืองเปอร์กาแล้ว จึงลงไปยังเมืองอัททาลิยา”

     (And when they had spoken the word in Perga, they went down to Attalia,) 

14:26 “แล้วโดยสารเรือจากที่นั่นไปยังเมืองอันทิโอก คือเมืองที่มอบท่านทั้งสองไว้ในพระคุณของพระเจ้าให้ทำงาน ซึ่งก็ได้ทำสำเร็จแล้วนั้น” 

     (and from there they sailed to Antioch, where they had been commended to the grace of God for the work that they had fulfilled. )

14:27 “เมื่อมาถึง ท่านทั้งสองก็เรียกประชุมคริสตจักร และเล่าให้ฟังถึงมหกิจทั้งปวงซึ่งพระเจ้าทรงทำร่วมกับท่านทั้งสอง และเล่าถึงการที่พระองค์ทรงเปิดประตูความเชื่อแก่พวกต่างชาติ” 

    (And when they arrived and gathered the church together, they declared all that God had done with them, and how he had opened a door of faith to the Gentiles. )

14:28 “แล้วท่านทั้งสองก็อยู่ที่นั่นกับพวกสาวกเป็นเวลานาน”

     (And they remained no little time with the disciples.)

ข้อมูลมีประโยชน์

14:1     “อีโคนียูม” (Iconium) –กจ.13:51

            “จำนวนมากเชื่อถือ” ( a great number) –ปท.กจ.2:41

4:2     “ไม่เชื่อก็ยุยง” ( unbelieving Jews stirred up) = บารนาบัส ประสบความสำเร็จดีในตอนต้น ต่อมามีการต่อต้านจากพวกยิว แต่ก็ไม่สำเร็จ

14:3     “ทรงรับรอง”  (who bore witness) = “ทรงยืนยัน” = พระเจ้าทรงรับรองยืนยันพระวจนะของพระเจ้าว่า เป็นความจริงที่พระเจ้าทรงเห็นชอบ โดยหมายสำคัญ และการอัศจรรย์ต่าง ๆ  – ยน.4:48

14:4     “อัครฑูต” (apostles)  = น่าสนใจที่ทั้ง เปาโล และบารนาบัสเวลานี้ถูกเรียกว่า อัครฑูต (ข.14;มก.6:30)

         = คำว่า อัครทูต ในเวลานี้ใช้ในความหมายที่กว้างกว่าหมายถึง อัครฑูต 12 คน  แต่หมายถึงคนที่ถูกส่งออกไปกระทำพันธกิจอย่างมิชชั่นนารี (13:2-3)

14:5     “เอาก้อนหินขว้าง” (to stone them) = วิธีปกติที่คนยิวใช้ประหารชีวิตคนที่ถูกตัดสินว่า หมิ่นประมาทพระเจ้า (ยน.10:31)

14:6     “แคว้นลิคาโอเนีย” (Lycaonia) = แคว้นทางทิศตะวันออกของปิสิเดีย ทางเหนือของเทือกเขาเทารุส เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นกาลาเทียของโรมัน

          “ลิสตรา” ( Lystra)  =อาณานิคมของโรม (13:14) อาจเป็นบ้านเกิดของทิโมธี (16:1) แม้เขาจะเป็นที่รู้จักในอิโคนียูม (16:2) ลิสตราอยู่ห่างจากอิโคนียูม ประมาณ 32 กิโลเมตร และ 20 กิโลเมตร จากอันทิโอก

           “เดอร์บี” (Derbe) = อยู่ประมาณ 97 กิโลเมตรจากลิสตราเป็นบ้านเกิดของกายอัส (20:4;14:20)

14:12   “พระซุส….พระเฮอร์เมส” (Zeus… Hermes) = เทพเจ้าซุส….เทพเจ้าเฮอร์เมส

  1. ซุส = เทพอุปถัมภ์ของเมือง (และมีวิหารบูชาซุสอยู่ที่นั่น) ผู้คนที่มานมัสการและถวายเครื่องบูชาแด่ซุสได้ถวายเครื่องบูชาแก่เปาโล และบารนานัสแทน โดยเรียกบารนาบัสว่า ซุส อาจเป็นเพราะเขามีบุคลิกที่โดดเด่นกว่าเปาโล
  2. เฮอร์เมส = เทพเมอร์คิวรี ของโรม ที่เขาเรียกเปาโลว่า เฮอร์เมส อาจเป็นเพราะเขาเป็นคนพูด (28:6)

-เดิมมีตำนานเล่าว่า ซุสกับเฮอร์เมสเคยมาเยี่ยมเยียนแถบนั้น แต่ไม่มีใครรู้ นอกจากชายหญิงชราคู่หนึ่ง ดังนั้น ชาวเมือง ลิสตรา จึงไม่ยอมให้การมาเยี่ยมเยียนของเทพเจ้าทั้ง 2 ผ่านไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวอีก

14:13   “ประตูเมือง” (the gates) –ในภาษากรีก หมายถึง ประตูวิหาร ประตูเมืองหรือประตูบ้านก็ได้

14:14   “ฉีกเสื้อผ้าของตน” (tore their garments) = เป็นการแสดงออกถึงความทุกข์หนักที่คนยิวใช้ (ปฐก.37:29,34)

14:15   “สิ่งไร้ประโยชน์” (vain things) = สิ่งไร้ค่า

           = ในพันธสัญญาเดิมใช้หมายถึง พระเทียมเท็จ (1ซมอ.12:21)

14:16   ดู.17:13

14:19   “เอาหินขว้างเปาโล” (they stoned Paul)  = พวกเขาขว้างในเมืองแทนที่จะขว้างในที่สำหรับประหารนอกกำแพงเมือง (7:58;กท.6:17)

14:20   “พวกสาวกล้อมท่านไว้” (the disciples gathered about him)  = ทิโมธีก็อยู่ด้วย (2ทธ.3:10-11)

            “ลุกขึ้น…วันรุ่งขึ้น…ไปยังเมือง” (rose up a…. entered the city… on the next day) = ลูกาบรรยายการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเปาโลจากการถูกหินขว้างอย่างน่าอัศจรรย์

          “เมืองเดอร์บี” (to Derbe) = เมืองชายแดนทางส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของเขตลิดาโอเนีย ในแคว้นกาลาเทีย (ข.6)

         -มีการค้นพบศิลาจาลึกชื่อเมืองห่างออกไปทางตะวันออก 46 กิโลเมตร จากบริเวณที่แต่ก่อนคิดว่าเป็นที่ตั้งของเมือง

14:21   “กลับไปยังเมือง” (they returned) = ไม่เพียงเพราะเส้นทางผ่านเทือกเขาเทารุสใกล้กว่า แต่ว่าจะผ่านเมืองต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ตั้งคริสตจักรไว้ (ข.22)

14:22   “ความยากลำบากหลายอย่าง” (many tribulations) –ฟป.1:29

14:23   “แต่งตั้ง” (พวกผู้ปกครอง) (appointed  elders) –คำกรีกที่ใช้ (2คร.8:19) สามารถหมายถึง

  • ยื่นมือออก
  • แต่งตั้งโดยการวางมือ
  • แต่งตั้งหรือเลือกโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ

-ในกิจการ 6:6 มีการแต่งตั้งผู้ปรนนิบัติ(รับใช้) ทั้ง 7 คน ที่มีขั้นตอนดังนี้

      ก. คริสตจักรเป็นผู้เลือกคน

      ข. นำมาหาอัครทูตให้อธิษฐาน + วางมือ

      -เปาโล + บารนาบัส เป็นผู้เลือกและแต่งตั้งผู้ปกครอง อาจเป็นเพราะคริสตจักรยังใหม่ และมีส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ

14:24   “แคว้นปิสิเดีย” (Pisidia  ) = ยาวประมาณ 193 กิโลเมตร กว้างราว 80 กิโลเมตร อยู่ทางเหนือของปัมฟีเลีย (13:13-14)

        -มีโจรผู้ร้ายบ่อย ๆ (อาจเป็นใน 2คร.11:26)

        “ปัมฟีเลีย” (Pamphylia) = ยาวราว 129 กิโลเมตร และมีส่วนกว้างที่สุด 32 กิโลเมตร บนชายฝั่งตอนใต้ของเอเซียน้อย หลัง ค.ศ.74 , ปิลีเดีย ถูกผนวกเข้ากับแคว้น ปัมฟีเสียของโรมัน (13:13)

14:25   “เมืองเปอร์กา” (Perga  ) –13:13, เป็นเมืองหลวงของปัมฟีเลีย ซึ่งเป็นแคว้นชายฝั่งของเอเซียน้อย ระหว่างแคว้นลิเซีย กับชิลีเซีย มีระยะราว 8 กม. จากชายฝั่งและห่างจากเมืองอัททาลิยา ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญไปทางตะวันออก ประมาณ 24 กิโลเมตร

         “อัททาลิยา” (Attalia) = ท่าเรือที่ดีที่สุดบนชายฝั่งปัมฟีเลีย (13:13)

14:26   “เมืองอันทิโอก” (Antioch) –11:19-20    = เมืองสำคัญอันดับ 3 ของจักรวรรดิโรมัน (รองจากโรมัน และอเล็กซานเดรีย) อยู่บ่นแผ่นดินซึ่งห่างจากมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประมาณ  24 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของคริสตจักรแห่งแรกของคนต่างชาติที่มีขนาดใหญ่ และเปาโลถูกส่งเดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐครั้งที่ 3 จากคริสตจักรอันทิโอกนี้

14:27   “ทรงเปิดประตูความเชื่อ” (opened a door of faith) = พระเจ้านำคนต่างชาติมาสู่ความเชื่อ เป็นการเปิดประตูให้เขามาเชื่อ (ปท.11:18)

14:28   “เป็นเวลานาน” (remained no little time) = อาจมากกว่า 1 ปี

คำถามนำอภิปราย

  1. มีสถานที่ใดที่คุณไปเป็นกิจวัตรหรือตามปกติทุกสัปดาห์ ? เมื่อไร? และไปทำอะไร? ทำไม?น็น
  2. คุณเคยประกาศและนำคนมาเชื่อในพระเยซูคริสต์บ้างหรือไม่? คือใคร? และอย่างไร?
  3. คุณเคยถูกต่อต้าน ถูกคิดร้ายจากผู้ใดบ้าง? ในเรื่องอะไร? แล้วคุณเอาตัวรอดพ้นมาได้อย่างไร?
  4. คุณเคยใช้เวลาทำงานพระเจ้าหรือประกาศข่าวประเสริฐ ณ สถานที่ใดอย่างนานพอสมควรบ้างหรือไม่? ทำไม? ที่ไหน? ตั้งแต่เมื่อไร? แล้วผลเป็นอย่างไร?
  5. คุณมีใจกล้าหรือใจกลัวในการเป็นพยานประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์? แล้วส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
  6. คุณเคยมีประสบการณ์กับหมายสำคัญและปาฏิหาริย์บ้างหรือไม่? อย่างไร? แล้วส่งผลอะไรต่อคุณหรือคนอื่น ๆ บ้าง?
  7. คุณเคยทำอะไรให้เกิดการแบ่งแยกเป็น 2 พวกบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? แล้วเกิดอะไรตามมา?
  8. คุณเคยต้องหนีบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? ทำไม? แล้วส่งผลอะไรต่องานหรือชีวิตของคุณ?
  9. คุณเคยได้รับการยกย่องอย่างเกินเลยไปบ้างหรือไม่? อย่างไร? เพราะอะไร แล้วคุณตอบสนองอย่างไร? ผลที่ตามมาคืออะไร?
  10. คุณเคยถูกเล่นงานจนเหมือนตายบ้างหรือไม่? อย่างไร? แล้วคุณรอดมาได้อย่างไร? แล้วเกิดอะไรตามมา?

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.