ทั้งในยามเจ็บไข้ และในยามสุขสบาย

ทั้งในยามเจ็บไข้ และในยามสุขสบาย

เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย (ยอห์น 14:27 THSV11)

ชีวิตเต็มด้วยเรื่องท้าทาย เราต้องรู้ว่ามีผู้ระวังหลังให้ และเรามีที่ให้เข้าไปพึ่งพิงได้ในยามถูกทอดทิ้งหรือถูกเข้าใจผิด เราต้องการพื้นที่ๆเป็นตัวเรา จริงใจและซื่อสัตย์ต่อตนเองได้ สามารถส่งเสียงและเทความรู้สึกทั้งหมดที่มีในใจได้  

แล้วในพื้นที่ๆเราน่าจะได้รับการปกป้องและพึ่งพิง – ชีวิตแต่งงาน – กลับกลายเป็นถูกหักหลังและทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว? ทำอย่างไรถ้าคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่สบายใจในชีวิตแต่งงานที่มีแต่ปัญหา?

นี่คือความจริงที่ยากจะยอมรับ เราเก็บไว้ในใจ อับอายเกินกว่าจะยอมรับว่าที่บ้านไม่มีความสุข ทนหน้าชื่นอกตรมแล้วบอกทุกคนว่าทุกอย่างปกติดี  

ผมเคยให้คำปรึกษาสตรีท่านหนึ่งที่แต่งงานมานานแต่ไม่เคยมีความสุข บวกกับความเครียดจากเรื่องงาน เธอรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ต่อไป ด้วยความกล้าเธอลุกขึ้น ลาออกจากงาน ใช้เวลาสองเดือนช่วยเพื่อนดูแลบ้านและใคร่ครวญชีวิตตนเอง หวังว่าสามีจะทำเช่นเดียวกัน เป็นสิ่งน่ากลัวที่สุดที่เธอเคยทำ ในที่สุดสามีก็ยอมมารับคำปรึกษาและเริ่มต้นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอไม่เคยรู้เลยว่ามีความเครียดมากมายแค่ไหนที่แบกรับอยู่จนกระทั่งได้รับการปลดปล่อย  

การค้นคว้าเผยให้เห็นความจริงที่เจ็บปวดในชีวิตแต่งงานที่เต็มด้วยความโกรธ ไม่ไว้ใจกัน และทำในสิ่งที่ “บ้าบอไร้สาระ” เมื่อคู่สมรสคิดและทำในสิ่งที่คอยวิพากษ์วิจารณ์อีกฝ่าย เมื่อความต้องการและความรู้สึกของฝ่ายหนึ่งอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายเสมอ ชีวิตคู่ก็ไม่ใช่พื้นที่ๆปลอดภัยอีกต่อไป เมื่อการเผชิญหน้ากลายเป็นปกป้องตนเองและป้ายความผิดไปที่ผู้อื่น เมื่อประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นอีกครั้งเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคู่สมรส ร่างกายคุณก็เก็บเอาไว้ – และปัญหาก็เกิดขึ้น

แทนที่สองคนดีกว่าคนเดียวตามที่ในปัญญาจารย์ 4:9-10 พูดถึง เราเห็นบางคนถอยกลับเข้าไปหลบอยู่ในตนเอง แทนที่จะรู้สึกสดใสมีชีวิตชีวา เต็มด้วยความชื่นชมและตื่นเต้นในสิ่งที่พระเจ้าทรงทำในชีวิตพวกเขา กลับท้อและกลับเข้าไปสู่มุมของตนเอง พยายามปรับและหาทางแก้ไขความเครียด ในขณะที่สุขภาพกายใจย่ำแย่ลง เราเห็นวิธีหลากหลายที่ผู้คนตอบสนองต่อความเครียดและความเจ็บป่วย — ความวิตกกระวนกระวาย ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความคิดผิดปกติ นอนไม่หลับ กดดัน เจ็บปวดเรื้อรัง และขาดสมาธิ  

แพทย์ หมอจัดกระดูก นักกายภาพบำบัด และแพทย์ทางเลือกอื่นๆจะบอกเราในทันทีถึงผลกระทบของความเครียด จมอยู่ในความไม่พอใจ หรือแย่กว่านั้นขาดความสุขอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งอาการป่วยทั้งกายและอารมณ์ ร่างกายของเราจะพยายามปรับไปตามความรู้สึก

จมอยู่ในความตึงเครียดไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าปรารถนาเพื่อเรา พระองค์ต้องการให้เรามีสันติสุขในชีวิต พระวจนะวันนี้ “เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย” (ยอห์น 14:27 THSV11)

สันติสุขของพระเจ้าไม่ได้มาจากความสัมพันธ์หรือสถานการณ์ทางโลก แต่เป็นความสัมพันธ์กับพระเจ้า เราสามารถมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ได้ไม่ว่าความสัมพันธ์เราเป็นอย่างไร แล้วชีวิตที่ครบบริบูรณ์เป็นได้อย่างไร? ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “…ต่อพระพักตร์พระองค์มีความยินดีเปี่ยมล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์” (สดุดี 16:11ข THSV11)

การเยียวยาที่แท้จริงที่สุดมาจากความสนิทสนมใกล้ชิด และมีพระเจ้าเป็นสหายเลิศ พระองค์จะช่วยให้เราเผชิญความจริงของสถานการณ์นั้นๆ และเมื่อเราผชิญกับความจริงของสถานการณ์ด้วยพระกำลังของพระเจ้า บางครั้งอาจต้องมีการตัดสินใจที่ยากและกล้าที่จะกำหนดขอบเขต ซึ่งอาจรวมถึงความซื่อสัตย์ของเราในการประเมินสุขภาพทั้งกายและอารมณ์ และกล้าลงมือทำจริง  หรืออาจหมายถึงมีใครบางคนที่เราไว้ใจพอที่จะเล่าปัญหาส่วนตัวที่สุดให้ฟัง อาจจำเป็นต้องเล่าความจริงที่ยากลำบาก

ขณะที่เราหาทุกวิถีทางเยียวยาจากความเครียด ไม่ว่าจากชีวิตแต่งงาน หรือความสัมพันธ์ที่ท้าทายอื่นๆ เราสามารถน้อมรับเอาความสัมพันธ์ที่มีกับพระเจ้า เราจะไม่พลาดไปจากความจริงที่นอกเหนือจากกายภาพและอารมณ์ และเรายังมีด้านจิตวิญญาณด้วย พระเจ้าทรงอยู่กับเรา และให้โอกาสเราในการเปลี่ยนแปลง เยียวยาแลสร้างเราให้เติบโตขึ้น  

 

โดย Dr. David Hawkins

จาก Encouragement for today : www.proverbs31.org

(Cr.ภาพ shutterstock)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.