คอลัมน์คำตอบชีวิต

 คำตอบชีวิต : คำถาม & คำตอบ    

คำถาม:     

มีคนบอกว่า เมื่อเราเชื่อพระเจ้า เราก็รอดแล้ว ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปโบสถ์ในทุกวันอาทิตย์อีก เพราะว่า พระเจ้าเรียกให้เรามาเป็นคริสตจักร ไม่ได้เรียกให้เราไปโบสถ์ จึงขอถามว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่?”

คำตอบ:    

“เป็นความจริงครับว่า เรารอดเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์ และการตายไถ่บาปแทนเราของพระองค์ และพระเจ้าก็ไม่ได้เรียกให้เราไปโบสถ์เพื่อจะรอดและก็จริงอีกเช่นกันที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราออกมารวมตัวกันเป็นคริสตจักรของพระคริสต์

แต่กระนั้น..ก็ยังมีความจริงอีกด้านหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือ คริสตจักรที่เป็นกลุ่มผู้เชื่อพระคริสต์จำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับการพบปะกันเป็นประจำเพื่อนมัสการและอธิษฐานต่อพระเจ้าร่วมกัน รวมทั้งเพื่อศึกษาพระวจนะของพระเจ้าร่วมกัน สามัคคีธรรมร่วมกัน ประกาศข่าวประเสริฐร่วมกัน อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างกันและกันให้เติบโตเป็นสาวกที่เป็นผู้ใหญ่ ฝ่ายจิตวิญญาณและรับใช้ร่วมกันในนามของพระคริสต์ เราเรียกสถานที่พบปะกันนี้ว่า “โบสถ์” 

ดังนั้น “โบสถ์” จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพบปะ กระทำพันธกิจ และกิจกรรมต่างๆ ของคริสตจักร ดังที่กล่าวมาข้างต้นอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง

แน่นอนว่า… เราไม่ควรทำให้การไปโบสถ์เป็นข้อบังคับที่น่าอึดอัดสำหรับคนแต่ละคนในคริสตจักร  แต่เราก็ไม่ควรที่จะหาเหตุผลบ่ายเบี่ยงการไปโบสถ์เพื่อทำหน้าที่ของคริสตจักร ดังที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็นและทำ

ดังนั้น เป็นการดีกว่า ที่เราจะมองให้เห็นเหตุผลดีๆ  ที่จะผลักดันให้เราตื่นตัว ตื่นเต้นและมีความกระตือรือร้นในการทำหน้าที่ในฐานะของคริสตจักรที่ดีของพระเจ้าผ่านโบสถ์ที่เราไปพบกันเป็นประจำ (ทุกวันอาทิตย์)

ดุจดังที่พระเยซูคริสต์ และ อาจารย์เปาโล และสาวกคนอื่นได้กระทำเป็นประจำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ในการไปที่ธรรมศาลา ทุกวันสะบาโต(วันเสาร์)ก่อนที่คริสตจักรจะเปลี่ยนมาเป็นไปโบสถ์ในทุกวันอาทิตย์       

ดังนั้นอย่าให้เราขาดการประชุมในฐานะคริสตจักรของพระเจ้าที่โบสถ์ในวันอาทิตย์ เพราะว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรที่โบสถ์จะขาดเราไม่ได้ และเราก็จะขาดโบสถ์ไม่ได้เช่นกัน!

เพราะหากเราผู้เป็นคริสตจักรไม่ไปโบสถ์ โบสถ์ก็จะไร้ประโยชน์และคุณค่าไปในทันที

แต่ในขณะเดียวกัน หากคนในคริสตจักรไม่ไปทำหน้าที่ตามบทบาทและพระประสงค์ของพระเจ้าที่โบสถ์(หรือที่ประชุมใดๆ) ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เราก็จะกลายเป็นคริสตจักรที่ไร้ค่า ไร้ความหมายต่อสังคม และโลกนี้ เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ คำเตือนสติ ในพระธรรมฮีบรูจึงยังคงเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและทำตามโดยไม่ต้องมีข้อแก้ตัวใดๆ มาเป็นข้ออ้างไม่เป็นคริสตจักรที่ไม่ยอมไปโบสถ์อีกต่อไป

“และขอให้เราพิจารณาดูเพื่อจะปลุกใจกันและกัน ให้มีความรักและทำความดี อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนทำเป็นนิสัย  แต่จงหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะพวกท่านก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว!” ฮีบรู 10:24-25 THSV11

(And let us consider how to stir up one another to love and good works, not neglecting to meet together, as is the habit of some, but encouraging one another, and all the more as you see the Day drawing near.)  Hebrews 10:24-25 ESV

คริสตจักรที่มีโบสถ์เป็นที่พบปะกันเป็นประจำ ก็เปรียบประดุจครอบครัวหรือชุมชนฝ่ายจิตวิญญาณที่มีความรัก ความอบอุ่น มีมิตรภาพเกื้อหนุนกัน ทั้งในยามสุข และยามทุกข์ มีคำหนุนใจ คำเตือนสติ และคำปลอบโยนที่พร้อมให้แก่กันในยามที่ต้องการอยู่เสมอ

ด้วยเหตุผลข้างต้น เราจึงควรเตือนสติตัวเองและพี่น้องของเราอยู่เสมอว่า…

               “การไปโบสถ์ย่อมดีกว่าการไม่ไป อย่างแน่นอน!”

ข้อคิดปิดท้าย: 
                # “อย่าให้เราทำให้คริสตจักรเป็นสมาคมที่เอกเทศจากชุมชนและสังคม
                แต่จงทำให้คริสตจักรเป็นดุจเกลือและแสงสว่างของชุมชนและสังคม
                ผ่านโบสถ์ที่เราประชุมกันในทุกวันอาทิตย์(และวันอื่นๆ)!” 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.