คุณกลัวอะไร? (คอลัมน์คำตอบชีวิต)

คุณกลัวอะไร?

“F.E.A.R.  Has 2 meanings 

  • Forget Everything And Run or                       
  • Face Everything And Rise ….  The choice is yours.”

“ความกลัว มี 2 ความหมาย

  • หนึ่งคือ ให้ลืมทุกสิ่ง แล้ววิ่งหนี หรือ                 
  • สองคือ ให้คำนึงถึงทุกสิ่งและ ยืนหยัด  …แต่จะตัดสินใจเลือกทำอะไรนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง!”

หากคุณเลือกที่จะกลัว คุณก็จะทิ้งทุกสิ่งแล้ววิ่งหนี ผลที่ตามมาก็คือ คุณจะไม่ได้รับความสำเร็จใดๆ เลย และคุณจะสูญเสียหลายสิ่งที่ความสำคัญไป และหนึ่งในท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น คือ ความสุข!

ดังนั้น หากเราต้องการให้ชีวิตของคุณมีความสำเร็จ คุณต้องกล้าเผชิญกับอุปสรรค หรือความเป็นจริงที่อาจไม่น่าอภิรมย์นักด้วยความกล้าหาญ และเดินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม   “ความกล้าหาญ ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่หวาดหวั่น แต่ความกล้าหาญ หมายความว่า คุณไม่ยอมปล่อยให้ความกลัวใดๆ มาหยุดยั้งตัวคุณไว้!” (Courage doesn’t mean you don’t get afraid.  Courage means you don’t let fear  stop you.)

โดยปกติ ความกลัวมักเกิดมาจากความไม่แน่ใจ แต่หากว่าเราแน่ใจอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความแน่ใจในความมีคุณค่า หรือความไร้ค่าของตัวเรา เราก็จะไม่เหลืออะไรให้ต้องกลัวอีกต่อไป!

บ่อยครั้งที่ความกลัวของเรานั้นเกิดมาจากการได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือความเข้าใจที่ผิด หรือสถานการณ์ที่ดูน่ากลัวเกินเหตุ  ดังคำนิยามที่มีผู้ให้ความเห็นไว้ว่า…

“ความกลัว เกิดจากหลักฐานผิดๆ ที่ปรากฏออกมาดูเหมือนจริง!”

  • False               
  • Evidence      
  • Appearing         
  • Real

จึงไม่น่าแปลกใจที่บ่อยครั้งความกลัวเป็นแค่สิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา แต่สิ่งที่เรากลัวนั้นอาจไม่เคยเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเราเลย ดังที่Dale Carnegie เคยกล่าวไว้ว่า…

        “ความกลัวไม่ได้มีอยู่ ณ ที่ใดเลย นอกจากในความคิดของเรา!”
           (Fear doesn’t exist anywhere except in the mind.)

ดังนั้น ก่อนที่เราจะกลัว ให้ตรวจดูว่าข้อมูลหรือหลักฐานที่ทำให้เรากลัวนั้น ถูกต้องเป็นจริงหรือไม่? ถ้าหากเป็นจริง ก็ขอให้เราหนักแน่นมั่นคงในจิตใจ เพราะว่า เรามีพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่าอุปสรรคปัญหาที่ดูน่ากลัวเหล่านั้นสถิตอยู่กับเรา

ขอให้เรายอมรับด้วยความถ่อมใจว่า ตัวเราเองนั้นทั้งมีความจำกัดและอ่อนแอ ตัวเราเองไม่มีความเก่ง หรือความยิ่งใหญ่ อะไรที่น่าจะอวดหรือลำพองตัวได้เลย เพราะจริง ๆ แล้วเราไม่ได้มีคุณค่าใดๆ น่ายกย่องหรือยึดถือได้เลย แต่เราสามารถมั่นใจในคุณค่าของพระเจ้าผู้ที่สถิตอยู่ในตัวของเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงกระทำให้ชีวิตของเรามีค่ามากยิ่งขึ้น!

ดังนั้น ถ้าหากเราจะกลัว ก็ขอให้เรากลัวพระเจ้าแบบที่เรียกว่า “ยำเกรงพระเจ้า” เพราะการกลัวหรือการยำเกรงพระเจ้าแบบนั่นจะเป็นบ่อเกิดของปัญญาและแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังในชีวิตของเรา เราจึงมั่นใจได้ว่า หากเรากลัวเกรงพระเจ้าอย่างถูกต้อง เราจะไม่ต้องกลัวอะไรหรือบุคคลใดอีก เพราะชีวิตของเราไม่ได้พึ่งกำลัง หรือสติปัญญาความสามารถอันจำกัดของตัวเราเองอีกต่อไป แต่เราได้พึ่งพระกำลัง สติปัญญา และพระคุณอันไม่มีขีดจำกัดของพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก

ฉะนั้น จากนี้ไปเมื่อใดที่เราเกิดความกลัว ก็ขอให้เราคิดถึงพระเจ้า และวางใจในพระองค์เมื่อนั้นในทันที ขอให้ความคิดของเราได้รับการคุ้มครองปกป้องให้พ้นจากความกลัวและความวิตกกังวลใดๆ ด้วยความเคารพยำเกรง และความวางใจในพระเจ้า ดังที่กษัตริย์ดาวิดได้ตรัสไว้ว่า…                  
“เมื่อข้าพระองค์กลัว ข้าพระองค์วางใจในพระองค์!”

(“When I am afraid, I put my trust in you.”)    -สดุดี 56:3 THSV11

หากคุณทำตามคำแนะนำนั้น คุณจะไม่เหลืออะไร ให้ต้องกลัวอีกเลย!

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc,

twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Flickr.com)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.