พระธรรมกิจการ บทเรียนที่ 26

คำอำลา และคำปราศรัยสุดสะเทือนใจ

พระธรรม        กิจการ   20:1-38

อ้างอิง             กจ.9:23-24;11:26;14:5;16:9-10;19:29;20:19;23:12-15;25:3

บทนำ            ชีวิตการรับใช้ไม่ใช่เรื่องสนุกเสมอไป บางช่วงอาจต้องเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจ และทุกข์ใจ แต่ชีวิตที่อุทิศถวายแด่พระเจ้าทั้งหมดจะไม่เหลืออะไรให้ต้องหวั่นไหวอีกต่อไป!

บทเรียน

20:1 “หลังจากความวุ่นวายสงบลงแล้ว เปาโลจึงให้ไปตามพวกสาวกมาพูดหนุนใจกัน แล้วอำลาพวกเขาไปยังแคว้นมาซิโดเนีย” 

(After the uproar ceased, Paul sent for the disciples, and after encouraging them, he said farewell and departed for Macedonia.)

20:2 “เมื่อเดินทางผ่านที่นั่นและพูดหนุนใจสาวกทั้งหลายอย่างมากแล้ว  ท่านก็มายังประเทศ กรีก” 

(When he had gone through those regions and had given them much encouragement, he came to Greece.) 

20:3 “พักอยู่ที่นั่นสามเดือน และเมื่อท่านกำลังจะลงเรือไปยังแคว้นซีเรียนั้น พวกยิวได้วางแผนทำร้ายท่าน ท่านจึงตัดสินใจกลับไปทางแคว้นมาซิโดเนีย” 

(There he spent three months, and when a plot was made against him by the Jews as he was about to set sail for Syria, he decided to return through Macedonia.)

20:4 “พวกที่ไปกับเปาโลได้แก่โสปาเทอร์ชาวเมืองเบโรอาผู้เป็นบุตรของปีรัส อาริสทารคัสกับเสคุนดัสชาวเมืองเธสะโลนิกากายอัสชาวเมืองเดอร์บี ทิโมธี ทีคิกัส และโตรฟีมัสจากแคว้นเอเชีย” 

(Sopater the Berean, son of Pyrrhus, accompanied him; and of the Thessalonians, Aristarchus and Secundus; and Gaius of Derbe, and Timothy; and the Asians, Tychicus and Trophimus.) 

20:5 “แต่พวกเขาเดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยคอยเราอยู่ที่เมืองโตรอัส” 

(These went on ahead and were waiting for us at Troas) 

20:6 “หลังจากเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ เราลงเรือออกจากเมืองฟีลิปปี และอีกห้าวันต่อมาก็มาทันพวกเขาที่เมืองโตรอัส และพักอยู่ที่นั่นเจ็ดวัน”

(but we sailed away from Philippi after the days of Unleavened Bread, and in five days we came to them at Troas, where we stayed for seven days.)

20:7 “ในวันอาทิตย์เมื่อเราประชุมกันทำพิธีหักขนมปัง เปาโลก็กล่าวสั่งสอนเขาทั้งหลาย และเพราะท่านตั้งใจจะจากไปในวันรุ่งขึ้น ท่านจึงกล่าวยืดยาวไปจนถึงเที่ยงคืน” 

(On the first day of the week, when we were gathered together to break bread, Paul talked with them, intending to depart on the next day, and he prolonged his speech until midnight.) 

20:8 “ในห้องชั้นบนที่เราประชุมกันนั้นมีตะเกียงหลายดวง” 

(There were many lamps in the upper room where we were gathered.) 

20:9 “ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อยุทิกัสนั่งอยู่ที่หน้าต่างกำลังง่วงนอนมากขึ้นทุกทีระหว่างที่เปาโลยังคงสอนยืดยาวต่อไป ในที่สุดเขาผลอยหลับและพลัดตกลงมาจากชั้นสาม เมื่อยกขึ้นมาก็พบว่าตายเสียแล้ว” 

(And a young man named Eutychus, sitting at the window, sank into a deep sleep as Paul talked still longer. And being overcome by sleep, he fell down from the third story and was taken up dead.) 

20:10 “แต่เปาโลลงไปและก้มตัวกอดคนนั้นไว้ แล้วบอกว่า “อย่าตกใจไปเลย เพราะว่าชีวิตยังอยู่ในตัวเขา” 

(But Paul went down and bent over him, and taking him in his arms, said, “Do not be alarmed, for his life is in him.”) 

20:11 “เมื่อเปาโลกลับขึ้นไปห้องชั้นบน ท่านหักขนมปังและรับประทาน แล้วสนทนากับพวกเขาต่อจนสว่าง จากนั้นท่านก็ลาไป”

(And when Paul had gone up and had broken bread and eaten, he conversed with them a long while, until daybreak, and so departed.) 

20:12 “คนทั้งหลายจึงพาชายหนุ่มที่ยังมีชีวิตอยู่กลับไป และพวกเขาก็ได้รับการหนุนใจไม่น้อยเลย”

(And they took the youth away alive, and were not a little comforted)

20:13 “เราลงเรือก่อนและแล่นเรือไปยังเมืองอัสโสส ตั้งใจว่าจะไปรับเปาโลที่นั่น เพราะท่านสั่งไว้อย่างนั้นเนื่องจากท่านเองตั้งใจไปทางบก”

(But going ahead to the ship, we set sail for Assos, intending to take Paul aboard there, for so he had arranged, intending himself to go by land.) 

20:14 “เมื่อท่านพบเราที่เมืองอัสโสสแล้ว เราก็รับท่านขึ้นมาแล้วไปยังเมืองมิทิเลนี” 

(And when he met us at Assos, we took him on board and went to Mitylene.) 

20:15 “หลังจากออกจากที่นั่นได้วันหนึ่ง ก็มาถึงยังบริเวณฝั่งตรงข้ามเกาะคิโอส พอวันที่สองมาถึงเกาะสามอส และอีกวันหนึ่งมาถึงเมืองมิเลทัส” 

(And sailing from there we came the following day opposite Chios; the next day we touched at Samos; and the day after that we went to Miletus.)

20:16 “เพราะเปาโลตัดสินใจว่าจะแล่นผ่านเมืองเอเฟซัสไป เพื่อจะไม่ต้องเสียเวลาในแคว้นเอเชีย ท่านต้องการรีบไปให้ถึงกรุงเยรูซาเล็ม ถ้าเป็นได้ให้ทันวันเพ็นเทคอสต์”

(For Paul had decided to sail past Ephesus, so that he might not have to spend time in Asia, for he was hastening to be at Jerusalem, if possible, on the day of Pentecost.)

20:17 “เปาโลจึงส่งคนจากเมืองมิเลทัสไปยังเมืองเอเฟซัสเพื่อเชิญบรรดาผู้ปกครองในคริสตจักรนั้นมา”

(Now from Miletus he sent to Ephesus and called the elders of the church to come to him.) 

20:18 “เมื่อมาแล้วเปาโลจึงกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายย่อมทราบอยู่แล้วว่า ข้าพเจ้าประพฤติอย่างไรตลอดเวลาที่อยู่กับท่านนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในแคว้นเอเชีย” 

(And when they came to him, he said to them: “You yourselves know how I lived among you the whole time from the first day that I set foot in Asia,)

20:19 “ข้าพเจ้ารับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความถ่อมใจและด้วยน้ำตา ต้องทนต่อการทดลองที่มาถึงตัวเองอันเนื่องจากแผนร้ายของพวกยิว” 

(serving the Lord with all humility and with tears and with trials that happened to me through the plots of the Jews) 

20:20 “สิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งเป็นคุณประโยชน์ต่อพวกท่าน ข้าพเจ้าไม่ได้ละเว้นที่จะทำ แต่ประกาศกับพวกท่านและสั่งสอนพวกท่านทั้งในที่ชุมนุมชนและตามบ้านเรือน” 

(how I did not shrink from declaring to you anything that was profitable, and teaching you in public and from house to house,) 

20:21 “เป็นพยานทั้งกับพวกยิวและพวกกรีกเรื่องการกลับใจมาหาพระเจ้าและเรื่องความเชื่อในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” 

(testifying both to Jews and to Greeks of repentance toward God and of faith in our Lord Jesus Christ.) 

20:22 “นี่แน่ะ บัดนี้พระวิญญาณทรงนำข้าพเจ้าให้ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าที่นั่นบ้าง” 

(And now, behold, I am going to Jerusalem, constrained by the Spirit, not knowing what will happen to me there,) 

20:23 “ยกเว้นสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานกับข้าพเจ้าในทุกๆ เมืองว่าเครื่องจำจองและความยากลำบากกำลังคอยข้าพเจ้าอยู่” 

(except that the Holy Spirit testifies to me in every city that imprisonment and afflictions await me).

20:24 “แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ถือว่าชีวิตของข้าพเจ้าเป็นสิ่งมีค่าสำหรับตัวเอง ขอแต่เพียงให้ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ของข้าพเจ้าและทำพันธกิจที่ได้รับจากพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จ คือการเป็นพยานถึงข่าวประเสริฐที่สำแดงพระคุณของพระเจ้า”

(But I do not account my life of any value nor as precious to myself, if only I may finish my course and the ministry that I received from the Lord Jesus, to testify to the gospel of the grace of God.) 

20:25 “นี่แน่ะ บัดนี้ข้าพเจ้าทราบว่า ไม่มีใครในพวกท่านซึ่งเป็นผู้ที่ข้าพเจ้าเที่ยวป่าวประกาศแผ่นดินของพระเจ้าให้นั้น จะได้เห็นหน้าข้าพเจ้าอีก” 

(And now, behold, I know that none of you among whom I have gone about proclaiming the kingdom will see my face again.) 

20:26 “เพราะฉะนั้นในวันนี้ข้าพเจ้าขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายว่า แม้ท่านทุกคนจะหลงหายไป ข้าพเจ้าก็พ้นโทษแล้ว” 

(Therefore I testify to you this day that I am innocent of the blood of all,) 

20:27 “เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้ละเว้นในการกล่าวเรื่องพระดำริทั้งสิ้นของพระเจ้าให้ท่านฟัง” 

(for I did not shrink from declaring to you the whole counsel of God.) 

20:28 “จงเฝ้าระวังทั้งตัวพวกท่านเองและฝูงแกะซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตั้งพวกท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และให้เลี้ยงดูคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์”

(Pay careful attention to yourselves and to all the flock, in which the Holy Spirit has made you overseers, to care for the church of God, which he obtained with his own blood.) 

20:29 “ข้าพเจ้าทราบอยู่แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้วจะมีพวกสุนัขป่าที่ดุร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย”

(I know that after my departure fierce wolves will come in among you, not sparing the flock) 

20:30 “และจะมีบางคนในหมู่พวกท่านออกมาบิดเบือนความจริง เพื่อชักชวนสาวกให้หลงตามพวกเขาไป” 

(and from among your own selves will arise men speaking twisted things, to draw away the disciples after them.)

20:31 “เพราะฉะนั้นจงตื่นตัวและจำไว้ว่าข้าพเจ้าได้สั่งสอนเตือนสติพวกท่านทุกคนด้วยน้ำตาทั้งกลางวันกลางคืนตลอดสามปีไม่ได้หยุดหย่อน” 

(Therefore be alert, remembering that for three years I did not cease night or day to admonish every one with tears.)

20:32 “บัดนี้ข้าพเจ้าฝากท่านไว้กับพระเจ้าและกับคำแห่งพระคุณของพระองค์ซึ่งสามารถก่อสร้างท่านขึ้นได้และให้ท่านมีมรดกด้วยกันกับบรรดาธรรมิกชน”

(And now I commend you to God and to the word of his grace, which is able to build you up and to give you the inheritance among all those who are sanctified.) 

20:33 “ข้าพเจ้าไม่ได้โลภเงินหรือทองหรือเสื้อผ้าของใครเลย” 

(I coveted no one’s silver or gold or apparel.) 

20:34 “พวกท่านเองก็ทราบว่า มือทั้งสองของข้าพเจ้าจัดหาปัจจัยสำหรับตัวเองและสำหรับพวกที่อยู่กับข้าพเจ้า” 

(You yourselves know that these hands ministered to my necessities and to those who were with me.) 

20:35 “ข้าพเจ้าวางแบบอย่างให้ท่านแล้วในทุกเรื่อง เพื่อให้เห็นว่าโดยการตรากตรำงานแบบเดียวกันนี้ เราต้องช่วยพวกที่มีกำลังน้อย และระลึกถึงพระวจนะของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า ตามที่พระองค์ตรัสว่า ‘การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ’”

(In all things I have shown you that by working hard in this way we must help the weak and remember the words of the Lord Jesus, how he himself said, ‘It is more blessed to give than to receive.'”)

20:36 “เมื่อเปาโลกล่าวอย่างนั้นแล้วจึงคุกเข่าลงอธิษฐานกับคนเหล่านั้น”

(And when he had said these things, he knelt down and prayed with them all.) 

20:37 “เขาทุกคนร้องไห้กันอย่างมาก พวกเขากอดเปาโลและจูบท่าน” 

(And there was much weeping on the part of all; they embraced Paul and kissed him,) 

20:38 “รู้สึกเป็นทุกข์อย่างยิ่งยวด เพราะถ้อยคำที่ท่านกล่าวว่า พวกเขาจะไม่ได้เห็นหน้าท่านอีก แล้วเขาพาท่านไปส่งที่เรือ”

(being sorrowful most of all because of the word he had spoken, that they would not see his face again. And they accompanied him to the ship.)

ข้อมูลมีประโยชน์

20:1     “พูดหนุนใจกันแล้วอำลาพวกเขาไป” (after encouraging them, he said farewell) = อ.เปาโลต้องการ

  1. เดินทางออกจากเอเฟซัส ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย
  2. ไปเทศนาที่โตรอัสบนเส้นทางสู่มาซิโดเนีย
  3. พบทิตัสที่โตรอัส รับทราบรายงานจากคริสตจักรที่โครินธ์ (2คร.2:12-13)
  4. รวบรวมของบริจาคสำหรับช่วยธรรมมิกชนที่ยูเดีย(1คร.16:1-4;2คร.8:1-9;15;รม.15:25-28)

20:2     “เมื่อเดินทางผ่านที่นั่น” (gone through those) = อาจครอบคลุมช่วงเวลาที่นานพอสมควร และท่านอาจเดินทางไปถึงอิลลีริคุม (รม.15:19) ในช่วงเวลาตามพระธรรมตอนนี้

20:3     “สามเดือน” (three months) =อาจพักที่โครินธ์(เมืองหลวงของอาคายา) อาจเป็นช่วงฤดูหนาว เมื่อเรือแล่นไม่ได้ตามปกติ (เปาโลอาจเขียนจดหมายถึงโรมในช่วงเวลานี้)

           “พวกยิวได้วางแผนทำร้ายท่าน” (when a plot was made against him by the Jews) = คนคิดกันเล่นงานเปาโล โดยจะเอาชีวิตของท่านและอาจคิดแย่งชิงเงินบริจาคที่เปาโลไปเรี่ยไรเพื่อช่วยคริสเตียนที่ยูเดีย และท่าเรือที่เคนเครียเป็นที่ ๆ ศัตรูจะหาตัวเปาโลได้ง่ายเมื่อเปาโลมาลงเรือไปซีเรีย

20:4     “พวกที่ไปกับเปาโล” (accompanied him) = ตัวแทนที่ถูกแต่งตั้งให้ร่วมเดินทางไปกับเปาโลพร้อมเงินบริจาค สำหรับพี่น้องผู้ยากไร้ในยูเดีย (2คร.8:23) 3 คนมาจากมาซิโดเนีย 2 คนมาจากกาลาเทีย และอีก 2 คนมาจากเอเซีย

         -ลูกาอาจตามมาสมทบที่ฟิลิปปี (ดู ข้อ 6 ; เราลงเรือออกจากเมืองฟิลิปปี -16:10)

         “โสปาเทอร์”( Sopater ) อาจเป็นคนเดียวกับ โสสิปาเทอร์ (รม.16:21) ,อาริสทารคัส ( Aristarchus)

19:29;    “เสคุนดัส” (Secundus) แปลว่า “ที่สอง” ; “เทอร์ทิอัส” (Tertius) -รม.16:22; แปลว่า “ที่สาม” และควารทัส (รม.16:23) แปลว่า “ที่สี่”

             “กายอัส” (Gaius) = มาจากเมืองเดอร์บี ในขณะที่มีอีกกายอัสมาจากมาซิโดเนียอยู่กับอาริสทาคัส (19:29) แต่การจัดชื่อเป็นคู่ หลังจากเอ่ยถึงโสปาเทอร์ แสดงให้เห็นว่า กายอัสคนนี้ร่วมเดินทางไปแคว้นกาลาเทียของโรมัน และเป็นคนละคนกับกายอัสที่มาจากมาซิโดเนีย

            “ทิโมธี” (Timothy) -อาจเป็นตัวของคริสตจักรมากกว่า 1 แห่ง เขามาจากลิสตรา แต่เคยรับผิดชอบทำงานอยู่ในคริสตจักรอื่น ๆ (1คร.16:10-11;ฟป.2:19-23)  เขาถูกส่งไปมาซิโดเนียก่อนเปาโลออกจากเอเฟซัส (19:22)

           -ทิคีกัส เป็นผู้ช่วยเหลือเปาโลแบบเสมอต้นเสมอปลายมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งร่วมกับคริสตจักรต่าง ๆ ในเอเซีย (อฟ.6:21-22;คส.4:7-9;2ทธ.4:12;ทต.3:12)

           “โตรฟีมัส” (Trophimus) -21:29;2ทธ.4:20 -เป็นชาวเอเฟซัสและคาดว่าเป็นชาวต่างชาติ

20:5     “เมืองโตรอัส” (Troas) = เป็นที่นัดพบสำหรับเปาโลและคนที่เดินทางไปล่วงหน้าทางเรือจากเนอาโปลิสเมืองท่าของฟิลิปปี (16:11)

           -เปาโลและเพื่อนร่วมทางเหล่านี้ต่างก็พักกันที่ฟิลิปปี ก่อนออกเดินทางในสัปดาห์ต่อมา

20:6     “จากเมืองฟิลิปปี” ( Philippi) = จากท่าเรือที่เนอาโปลิส ซึ่งห่างออกไปราว 16 กิโลเมตร

           “เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ” (the days of Unleavened Bread) เริ่มต้นด้วยเทศกาลปัสกา และฉลองรวม 1 สัปดาห์ เปาโลใช้เวลาช่วงนี้ในฟิลิปปี ก่อนหน้านี้หวังว่าจะไปเยรูซาเล็มเร็วกว่านี้ (19:21) แต่ตอนนี้หวังจะไปให้ทันร่วมงานเทศกาลเพ็นเทคอสต์ (20:16)

20:7     “ในวันอาทิตย์”  (On the first day of the week) = วันต้นสัปดาห์
            “ทำพิธีหักขนมปัง”   (to break bread)  = พิธีมหาสนิท เป็นพระบัญชาของพระเยซูคริสต์(ลก22:19) และถือปฏิบัติกันมาประจำ(2:42)

20:9     “ยุทิกัส”   (Eutychus) = ชื่อที่เสรีชนทั่วไปใช้เป็นชื่อสามัญ(6:9)

20:10   “ชีวิตยังอยู่ในตัวเขา”   (his life is in him) = เขายังมีชีวิตอยู่ เหมือนตอนเปโตรชุบชีวิตของโดรคัส (ทาบิธา)~9:40

20:13   “อัสโสส” (Assos) = เป็นเมืองคนละฝั่งคาบสมุทรกับเมืองโตรอัส มีระยะทางทางบกยาวราวๆ 32 กิโลเมตร แต่มีแนวชายฝั่งยาวประมาณ64กิโลเมตร

20:14  “เมืองมิทิเลนี” (Mitylene ) = เป็นท่าเรือบนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเลสโบส ที่หลังจากพวกเปาโลเดินทางหนึ่งวันก็มาถึงที่นี่

20:15   “เกาะคีโอส” ( Chios)=พวกเปาโลเดินทางมาได้2วันก็ใกล้เกาะคีโอสซึ่งใหญ่กว่าอยู่ในแนวขนานกับชายฝั่งตะวันตกของเอเชียน้อย

            “เกาะสาโมส” (Samos) = หลังจากข้ามตัดปากอ่าวซึ่งนำเข้าสู่เอเฟซัส ในวันที่ 3 ก็มาถึงเกาะสาโมสอัน เป็นเกาะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลอีเจียน
            “มิเลทัส” (Miletus) = ประมาณ 56 กิโลเมตรทางใต้ของเอเฟซัส เป็นจุดหมายของเรือที่เปาโลใช้เดินทาง
            ถ้าเปาโลจะไปเอเฟซัสก็ต้องเปลี่ยนเรือ ทำให้เสียเวลา(ข.16)
            ถ้าท่านไปเอเฟซัส ก็ต้องเยี่ยมหลายครอบครัว ก็ยิ่งเสียเวลา และ
            ถ้าหากเกิดการจลาจลเหมือนเมื่อปีกลาย(19:23-41) ก็จะยิ่งเสียเวลามากขึ้นไปอีก เปาโลเลยไม่อยากเสี่ยง

20:16   “ให้ทันวันเพ็นเทคอสต์” (Pentecost) = วันที่ 50 หลังวันปัศกา เวลานี้ เปาโลใช้เวลาเดินทางไปแล้ว ดังนี้ 5+7(ข.6)+4(ข. 13-15) เวลานี้ ยังเหลือเวลาเดินทางคือ 2 ในสาม

20:17  “บรรดาผู้ปกครองในคริสตจักร” (the elders of the church) = ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในพันธกิจต่างๆ ในตลอดพันธกิจของเปาโล
            1.เปาโลส่งเงินบริจาคช่วยการกันดารอาหารของคริสตจักรอันทิโอกให้แก่ผู้ปกครองคริสตจักรที่เยรูซาเล็ม
            2.เปาโลแต่งตั้งผู้ปกครอง(ผู้อาวุโส)ในการประกาศครั้งแรก(14:23)
            3.เปาโลทักทายผู้อยู่ในตำแหน่งผู้ปกครองในฟิลิปปี(ฟป1:1)
            4.เปาโลขอร้องผู้ปกครองจากเอเฟซัสมาพบท่านที่มิเลทัสนี้(ข.28)
            5.เปาโลเขียนถึงคุณสมบัติของผู้ปกครองไว้ใน 2ทธ3;ทต.1

20:19  “ด้วยน้ำตา” ( with tears ) = เปาโลรับใช้พระเจ้าที่เอเฟซัสด้วยความจริงจัง และจริงใจและตระหนักว่าเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องเร่งกระทำ (ข.31)

20:22  “พระวิญญาณทรงนำ” ( constrained by the Spirit) = บางฉบับแปลว่า “พระวิญญาณทรงบังคับ” เปาโลไม่ได้ไปเยรูซาเล็มโดยตามใจตัวเอง แต่เป็นพระวิญญาณเป็นผู้ทรงนำท่านไป แม้จะมีผู้วิงวอนคัดค้านก็ตาม(21:4,12)  พระวิญญาณได้ทรงสำแดงให้เห็นว่าการจับกุมเปาโลรอท่านอยู่ที่นั่น(21:11-12)

20:24  “ขอแต่เพียงให้ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ของข้าพเจ้า” (if only I may finish my course) = บางฉบับแปลว่า  “ขอเพียงแต่ข้าพเจ้าวิ่งให้ถึงหลักชัย” ~ดู2ทธ4:7

20:25   “ไม่มีใคร…จะได้เห็นหน้าข้าพเจ้าอีก” (none of you ….will see my face again ) = การคาดเดาของเปาโล แต่เปาโลเคยคาดคะเนพลาดมาแล้ว ในแผนการเมื่อครั้งท่านตั้งใจพักที่เอเฟซัสจนกว่าจะถึงวันเพ็นเทคอสต์  แต่กลับต้องออกเดินทางไปก่อน (ข.1;1คร.16:8-9)
 ในทำนองเดียวกับ การใช้อำนาจในการรักษาโรค ที่ท่านรักษาโรคคนอื่นได้แต่กลับรักษาโรคของตัวเองไม่ได้ (2คร.12:7-9) ดูเหมือนว่า เปาโลได้กลับไปเยี่ยมที่เอเฟซัสอีกครั้งในเวลาต่อมา(1ทธ1:3)
              “แผ่นดินของพระเจ้า” ( the kingdom) -มธ3:2;ลก4:43

20:28  “เป็นผู้ดูแลและให้เลี้ยงดู (made you overseers, to care ) = ผู้ปกครองใน  กจ.20:17 ถูกเรียกว่า”ผู้ปกครองดูแล” ในตอนนี้โดยมีหน้าที่เลี้ยงดูคริสตจักรของพระจ้า

20:29  “สุนัขป่าที่ดุร้าย” (fierce wolves  )-ลก10:3

20:31  “ตลอด 3 ปี” (for three years ) ~กจ19:19

20:32   “มรดก” ( the inheritance) ~1ปต1:4

20:34   “มือทั้งสอง…จัดหาปัจจัยสำหรับตัวเอง” (these hands ministered to my necessities) = เปาโลรับผิดชอบความเป็นอยู่ของตนเองโดยการทำงานเลี้ยงชีวิตด้วยตัวเอง ทั้งในขณะที่อยู่ในเธสะโลนิกา (1ธส2:9) และในโครินธ์ (กจ.18:3)          

20:35   “ระลึกถึงพระวจนะของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าตามที่พระองค์ตรัสว่า” (remember the words of the Lord Jesus, how he himself said,) = เป็นคำตรัสของพระเยซู คริสต์ที่หายาก ไม่พบในที่อื่นในพระคัมภีร์เลย

20:38   “จะไม่ได้เห็นหน้าท่านอีก” (would not see his face again) ~ข.25 = เป็นการคาดเดาของเปาโลที่อาจถูกหรือผิดก็ได้

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยได้รับการให้กำลังใจจากผู้ใดที่คุณไม่เคยลืมเลือนเลยในชีวิตนี้? ในเรื่องอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร?
  2. คุณเคยเคียงข้างผู้ใดในการทำงาน รับใช้ หรือ ในยามที่เผชิญกับปัญหาอุปสรรคหรืออันตราย จนผ่านพ้นมาได้บ้าง? อย่งไร? หรือกลับกัน เคยมีผู้ใด ยืนหยัดเคียงข้างคุณในสภาวะเช่นนั้นมาบ้าง? แล้วเกิดอะไรตามมา?
  3. คุณเคยฟังเทศน์นาน จนหลับเพราะง่วงหรือเหนื่อยล้าบ้างหรือไม่? ที่ไหน? เมื่อไร?       แล้วเกิดอะไรขึ้นหรือไม่? อย่างไร?(หรือตรงกันข้าม มีใครเคยฟังคุณพูด หรือเทศน์ และง่วงจนคอพับบ้างหรือไม่?)
  4. คุณเคยเห็นอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในระหว่างระหว่างการนมัสการ การอธิษฐาน การเทศน์หรือ การสอน บ้างหรือไม่? ที่ไหน? เมื่อไร? อย่างไร ?แล้วแก้ไขกันอย่างไร?
  5. คุณประทับใจในการรับใช้ ของผู้ใดมากที่สุด? ทำไม?
  6. คุณเคยประสบกับความยากลำบากในการรับใช้ในเรื่องใดมากที่สุด? อย่างไร แล้วคุณจัดการอย่างไร?ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร?
  7. คุณเคยมีประสบการณ์กับการที่พระวิญญาณทรงนำ หรือบังคับคุณให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่เกินความคิดของทุกคนหรือไม่? เรื่องอะไร และอย่างไร? แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่ามาจากพระวิญญาณ?
  8. คุณสามารถพูดได้อย่างเต็มปากและเต็มใจหรือไม่ว่า ชีวิตของคุณนั้นมีอยู่เพื่อทำภารกิจที่พระเยซูคริสต์มอบหมายให้? ทำไม? และส่งอะไรบ้าง?ต่อผู้ใดบ้าง? อย่างไร?
  9. คุณเคยเผชิญกับคนสอนเท็จหรือคำสอนเทียมเท็จที่รุกและลุกลามเข้ามาในคริสตจักร หรือในกลุ่มต่างๆ ในคริสตจักรของคุณบ้างหรือไม่?  จากที่ไหน? ในเรื่องอะไร? แล้วคุณจัดการอย่างไร? ได้ผลอะไรบ้าง?ได้ผลอะไรบ้าง?
  10. คุณเคยมีความสุขกับการให้ มากกว่าการรับ บ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.