บทเรียนพระธรรมกิจการ บทที่ 27

แม้ตายก็ไม่ถอยกลับ!

พระธรรม        กิจการ 21:1-40

อ้างอิง            กจ.5:34-39,6:5;8:3-5;11:28;15:29;20:4;กดว.6:13-21

บทนำ            อ.เปาโลเป็นคนที่แน่วแน่ในการทรงเรียกของพระเจ้าให้เป็นผู้รับใช้ ประกาศคนต่างชาติ ท่านจึงทุ่มเทหมดทั้งกาย ใจ รวมทั้งความรู้ ความสามารถ และทรัพย์ในการรับใช้ โดยพร้อมจะตายในหน้าที่ เราควรมีท่าทีในการรับใช้อย่างนี้เช่นกัน มิใช่หรือ?

บทเรียน

21:1 “เมื่อเราลาพวกเขาแล้วก็ลงเรือแล่นตรงไปยังเกาะโขส พออีกวันหนึ่งมาถึงเกาะโรดส์ และจากที่นั่นมาถึงเมืองปาทารา” 

(And when we had parted from them and set sail, we came by a straight course to Cos, and the next day to Rhodes, and from there to Patara.) 

21:2 “เมื่อเราพบเรือลำหนึ่งกำลังจะไปเมืองฟีนิเซีย จึงลงเรือลำนั้นแล่นต่อไป” 

(And having found a ship crossing to Phoenicia, we went aboard and set sail.)

21:3 “หลังจากมองเห็นเกาะไซปรัสแล้ว เราแล่นผ่านทางด้านทิศใต้ของเกาะตรงไปยังแคว้นซีเรีย แล้วจอดเรือที่ท่าเมืองไทระ เพราะจะเอาของบรรทุกขึ้นท่าที่นั่น”

(When we had come in sight of Cyprus, leaving it on the left we sailed to Syria and landed at Tyre, for there the ship was to unload its cargo.)

21:4 “เมื่อหาพวกสาวกพบแล้ว เราจึงพักอยู่ที่นั่นเจ็ดวัน บรรดาสาวกเตือนเปาโลโดยพระวิญญาณไม่ให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” 

(And having sought out the disciples, we stayed there for seven days. And through the Spirit they were telling Paul not to go on to Jerusalem.)

21:5 “แต่เมื่อครบเจ็ดวันแล้วเราก็ลาไป บรรดาสาวกพร้อมกับภรรยาและบุตรมาส่งเราออกจากเมือง แล้วเราคุกเข่าลงอธิษฐานที่ชายหาด”

(When our days there were ended, we departed and went on our journey, and they all, with wives and children, accompanied us until we were outside the city. And kneeling down on the beach, we prayed) 

21:6 “และคำนับลาซึ่งกันและกัน จากนั้นเราลงเรือ และพวกเขาก็กลับบ้านไป”

(and said farewell to one another. Then we went on board the ship, and they returned home.)

21:7 “เมื่อเราแล่นเรือจากเมืองไทระถึงเมืองทอเลเมอิสแล้ว เราจึงไปคำนับพี่น้องและพักอยู่กับเขาทั้งหลายวันหนึ่ง” 

(When we had finished the voyage from Tyre, we arrived at Ptolemais, and we greeted the brothers and stayed with them for one day.)

21:8 “พอวันรุ่งขึ้นเราก็จากไปและมาที่เมืองซีซารียา เราเข้าไปในบ้านของฟีลิปผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเจ็ดคนนั้น และเราพักอยู่กับท่าน” 

(On the next day we departed and came to Caesarea, and we entered the house of Philip the evangelist, who was one of the seven, and stayed with him.) 

21:9 “ฟีลิปมีลูกสาวสี่คนที่ยังไม่ได้แต่งงานและเป็นผู้เผยพระวจนะ”

(He had four unmarried daughters, who prophesied.) 

21:10 “เมื่อเราอยู่ที่นั่นหลายวันแล้ว มีชายผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งชื่ออากาบัสลงมาจากแคว้นยูเดีย”

(While we were staying for many days, a prophet named Agabus came down from Judea.) 

21:11 “เขามาหาเราและเอาเข็มขัดของเปาโลผูกมือและเท้าของตนกล่าวว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสดังนี้ว่า ‘พวกยิวในกรุงเยรูซาเล็มจะผูกมัดคนที่เป็นเจ้าของเข็มขัดแบบเดียวกันนี้ และส่งมอบไว้ในมือของพวกต่างชาติ’ ”

(And coming to us, he took Paul’s belt and bound his own feet and hands and said, “Thus says the Holy Spirit, ‘This is how the Jews at Jerusalem will bind the man who owns this belt and deliver him into the hands of the Gentiles.'”)

21:12 “เมื่อเราได้ยินอย่างนั้น เรากับคนที่นั่นจึงอ้อนวอนเปาโลไม่ให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” 

(When we heard this, we and the people there urged him not to go up to Jerusalem.) 

21:13 “เปาโลตอบว่า “ทำไมพวกท่านถึงร้องไห้และทำให้ข้าพเจ้าช้ำใจ? เพราะว่าข้าพเจ้าไม่เพียงแต่พร้อมที่จะให้เขาผูกมัดเท่านั้น แต่ยังพร้อมจะตายในกรุงเยรูซาเล็มด้วย เพื่อเห็นแก่พระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า” 

(Then Paul answered, “What are you doing, weeping and breaking my heart? For I am ready not only to be imprisoned but even to die in Jerusalem for the name of the Lord Jesus.”) 

21:14 “เมื่อท่านไม่ยอมฟังคำเกลี้ยกล่อม เราจึงหยุดพูดและกล่าวว่า “ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระเจ้าเถิด”

(And since he would not be persuaded, we ceased and said, “Let the will of the Lord be done.”)

21:15 “ต่อมาเราเตรียมพร้อมจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” 

(After these days we got ready and went up to Jerusalem.) 

21:16 “สาวกบางคนที่มาจากเมืองซีซารียาก็ไปกับเรา พวกเขานำเราไปหาสาวกเก่าแก่ชาวเกาะไซปรัสคนหนึ่งชื่อมนาสันและให้เราอาศัยอยู่กับคนนั้น”

(And some of the disciples from Caesarea went with us, bringing us to the house of Mnason of Cyprus, an early disciple, with whom we should lodge.)

21:17 “เมื่อเรามาถึงกรุงเยรูซาเล็มแล้ว พวกพี่น้องก็ต้อนรับเราด้วยความยินดี”

(When we had come to Jerusalem, the brothers received us gladly.)

21:18 “วันรุ่งขึ้น เปาโลกับเราจึงเข้าไปหายากอบ และผู้ปกครองทุกคนก็อยู่ที่นั่นด้วย” 

(On the following day Paul went in with us to James, and all the elders were present.)

21:19 “เมื่อเปาโลคำนับท่านเหล่านั้นแล้ว จึงเล่าเหตุการณ์ทั้งปวงตามลำดับ ซึ่งพระเจ้าทรงทำท่ามกลางบรรดาคนต่างชาติผ่านพันธกิจของท่าน” 

(After greeting them, he related one by one the things that God had done among the Gentiles through his ministry.) 

21:20 “เมื่อคนทั้งหลายได้ยินจึงสรรเสริญพระเจ้าแล้วเขาทั้งหลายกล่าวกับเปาโลว่า “พี่เอ๋ย ท่านเห็นหรือยังว่ามีพวกยิวสักกี่พันคนที่เชื่อถือ และพวกเขาทุกคนมีใจกระตือรือร้นในการถือธรรมบัญญัติ”

(And when they heard it, they glorified God. And they said to him, “You see, brother, how many thousands there are among the Jews of those who have believed. They are all zealous for the law,) 

21:21 “เขาทั้งหลายได้รับคำบอกเล่าเรื่องท่านว่า ท่านสั่งสอนพวกยิวทั้งหมดที่อยู่ในหมู่ชนต่างชาติให้ละทิ้งโมเสส และบอกว่าไม่ต้องให้บุตรของตนเข้าสุหนัตหรือประพฤติตามธรรมเนียมเก่า” 

(and they have been told about you that you teach all the Jews who are among the Gentiles to forsake Moses, telling them not to circumcise their children or walk according to our customs.) 

21:22 “เรื่องนี้ควรจะทำอย่างไร? คนทั้งหลายคงจะทราบแล้วว่าท่านมา” 

(What then is to be done? They will certainly hear that you have come.) 

21:23 “เพราะฉะนั้นจงทำตามสิ่งที่เราบอกท่าน คือเรามีสี่คนที่บนตัวไว้”

(Do therefore what we tell you. We have four men who are under a vow;) 

21:24 “ท่านจงพาคนเหล่านั้นไป ทำพิธีชำระตัวร่วมกับเขา และเสียเงินแทนเขาเพื่อให้เขาโกนศีรษะ คนทั้งหลายจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาได้ยินเกี่ยวกับท่านนั้นเป็นความเท็จ แต่ท่านเองเป็นผู้ยึดถือและปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ” 

(take these men and purify yourself along with them and pay their expenses, so that they may shave their heads.Thus all will know that there is nothing in what they have been told about you, but that you yourself also live in observance of the law.)

21:25 “ส่วนพวกต่างชาติที่เชื่อนั้น เราเขียนจดหมายแจ้งการตัดสินใจของเราแล้วคือ ให้เขาทั้งหลายหลีกเลี่ยงจากการกินอาหารที่ถูกนำไปบูชารูปเคารพ จากการกินเลือด จากการกินเนื้อสัตว์ที่ถูกรัดคอตาย และจากการล่วงประเวณี”

(But as for the Gentiles who have believed, we have sent a letter with our judgment that they should abstain from what has been sacrificed to idols, and from blood, and from what has been strangled,and from sexual immorality.”) 

21:26 “เปาโลจึงพาสี่คนนั้นไป และวันรุ่งขึ้นก็ทำพิธีชำระตัวด้วยกันกับเขา แล้วจึงเข้าไปในพระวิหารประกาศกำหนดวันเสร็จสิ้นพิธีชำระ คือวันนำเครื่องบูชามาถวายเพื่อเขาเหล่านั้นทุกคน”

(Then Paul took the men, and the next day he purified himself along with them and went into the temple, giving notice when the days of purification would be fulfilled and the offering presented for each one of them.

21:27 “เมื่อจวนครบเจ็ดวัน พวกยิวที่มาจากแคว้นเอเชีย เห็นเปาโลในพระวิหาร ก็ยุยงฝูงชนทั้งหมดแล้วจับเปาโล” 

(When the seven days were almost completed, the Jews from Asia, seeing him in the temple, stirred up the whole crowd and laid hands on him,) 

21:28 “ร้องว่า “ชนชาติอิสราเอลเอ๋ย จงช่วยกันเถิด คนนี้แหละที่เสี้ยมสอนทุกคนทุกตำบลให้เป็นศัตรูต่อชนชาติของเราต่อธรรมบัญญัติและต่อสถานที่นี้ และยิ่งกว่านั้น เขาพาชาวกรีกเข้ามาในพระวิหารด้วย ทำให้สถานบริสุทธิ์นี้เป็นมลทิน” 

(crying out, “Men of Israel, help! This is the man who is teaching everyone everywhere against the people and the law and this place. Moreover, he even brought Greeks into the temple and has defiled this holy place.”

21:29 “เนื่องจากก่อนหน้านี้คนพวกนั้นเห็นโตรฟีมัส ชาวเมืองเอเฟซัสอยู่กับเปาโลในเมือง เขาจึงคิดว่าเปาโลพาคนนั้นเข้าไปในพระวิหาร”

(For they had previously seen Trophimus the Ephesian with him in the city, and they supposed that Paul had brought him into the temple.)

21:30 “แล้วคนทั้งเมืองก็ลุกฮือขึ้น ประชาชนวิ่งกรูกันเข้าไป และจับเปาโลออกจากพระวิหาร แล้วก็ปิดประตูทันที” 

(Then all the city was stirred up, and the people ran together. They seized Paul and dragged him out of the temple, and at once the gates were shut.)

21:31 “เมื่อพวกเขากำลังหาทางฆ่าเปาโล ก็มีรายงานถึงผู้บังคับกองพันว่ากรุงเยรูซาเล็มเกิดการวุ่นวายขึ้นทั้งเมือง” 

 (And as they were seeking to kill him, word came to the tribune of the cohort that all Jerusalem was in confusion.) 

21:32 “นายพันจึงคุมพวกทหารกับบรรดานายร้อยวิ่งไปยังคนทั้งหมดทันที เมื่อเขาทั้งหลายเห็นนายพันกับพวกทหารมาจึงหยุดตีเปาโล”

(He at once took soldiers and centurions and ran down to them. And when they saw the tribune and the soldiers, they stopped beating Paul.) 

21:33 “นายพันจึงเข้าไปใกล้ แล้วจับเปาโล สั่งให้เอาโซ่สองเส้นล่ามไว้ แล้วถามว่าท่านเป็นใครและทำอะไรไปบ้าง” 

(Then the tribune came up and arrested him and ordered him to be bound with two chains. He inquired who he was and what he had done.) 

21:34 “บางคนในฝูงชนนั้นร้องว่าอย่างนี้ บางคนก็ว่าอย่างนั้น เมื่อนายพันไม่สามารถหาความจริงอะไรได้เพราะวุ่นวายมากจึงสั่งให้พาเปาโลเข้าไปในกรมทหาร” 

(Some in the crowd were shouting one thing, some another. And as he could not learn the facts because of the uproar, he ordered him to be brought into the barracks.) 

21:35 “เมื่อมาถึงบันไดแล้ว พวกทหารจึงยกตัวเปาโลขึ้นเนื่องจากความรุนแรงของฝูงชน” 

(And when he came to the steps, he was actually carried by the soldiers because of the violence of the crowd,) 

21:36 “เพราะกลุ่มคนที่ตามมาต่างร้องว่า “ฆ่ามันเสีย”

(for the mob of the people followed, crying out, “Away with him!”)

21:37 “เมื่อถูกนำตัวไปจนเกือบเข้ากรมทหารแล้ว เปาโลจึงกล่าวกับนายพันว่า “ข้าพเจ้าขอพูดกับท่านสักหน่อยได้ไหม?” นายพันจึงถามว่า “เจ้ารู้ภาษากรีกด้วยหรือ?” 

(As Paul was about to be brought into the barracks, he said to the tribune, “May I say something to  you?” And he said, “Do you know Greek?) 

21:38 “เจ้าเป็นชาวอียิปต์ที่ก่อการกบฏคราวก่อนและพาพวกมือมีดสี่พันคนเข้าไปในถิ่นทุรกันดารไม่ใช่หรือ?” 

(Are you not the Egyptian, then, who recently stirred up a revolt and led the four thousand men of the Assassins out into the wilderness?”)

21:39 “แต่เปาโลตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนยิว เกิดในเมืองทาร์ซัสแคว้นซีลีเซีย เป็นประชากรของเมืองที่ไม่ใช่เล็กๆ ข้าพเจ้าขออนุญาตท่านพูดกับประชาชนหน่อย”

(Paul replied, “I am a Jew, from Tarsus in Cilicia, a citizen of no obscure city. I beg you, permit me to speak to the people.”) 

21:40 “เมื่อนายพันอนุญาตแล้ว เปาโลจึงยืนบนขั้นบันไดโบกมือต่อประชาชน เมื่อคนทั้งปวงนิ่งเงียบแล้ว ท่านจึงกล่าวกับพวกเขาเป็นภาษาฮีบรูว่า”

(And when he had given him permission, Paul, standing on the steps, motioned with his hand to the people.  And when there was a great hush, he addressed them in the Hebrew language, saying)

ข้อมูลมีประโยชน์

21:1     “เกาะโขส” (Cos) = ลมที่พัดเอื้อต่อการให้พวกเปาโลมาพักแรมที่เกาะนี้ในตอนกลางคืน

           “เกาะโรดส์” (Rhodes) = เมืองโรดส์ บนเกาะโรดส์เคยเป็นท่าเทียบเรือที่ยิ่งใหญ่จนเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ (แต่ถูกทำลายลงกว่าสองศตวรรษก่อนปาโลเดินทางไปถึง) – พวกเปาโลใช้เวลาเดินทาง 1 วัน กว่าจะไปถึงเกาะโรดส์

           “เมืองปาทารา” (Patara) = ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของลีเซีย เปาโลเปลี่ยนเรือจากลำที่เลียบชายฝั่งเอเซียไมเนอร์ (เอเซียน้อย) ไปเป็นเรือลำที่แล่นตรงไปเมืองไทระและฟีนิเซีย

21:3     “เกาะไซปรัส” (Cyprus   ) -13:4

            “เมืองไทระ” (Tyre) = เปาโลเคยผ่านดินแดนฟีนิเซียมาก่อนแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง (15:3, ปท.มก.7:24)

21:4     “พักอยู่ที่นั่นเจ็ดวัน” (stayed there for seven days) = รวมเป็น 29 วันนับตั้งแต่เทศกาลปัสกา ตอนที่พวกท่านอยู่ที่ฟิลิปปี  ดังนั้น จึงเหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนจะถึงวันเพนเทคอสต์

           “เตือนเปาโล…..ไม่ให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” (  telling Paul not to go on to Jerusalem) = ในบางฉบับใช้วลีว่า “รบเร้าเปาโล…จะไม่ให้เขาไป”

= พระวิญญาณเตือนว่า จะมีความยากลำบากรอคอยเปาโลอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม (20:23) พี่น้องจึงรบเร้า และเตือนไม่ให้เปาโลไป แต่เปาโลเองรู้สึกว่า พระวิญญาณทรงบังคับ “ให้ท่านไป” (20:22)

21:7     “เมืองทอเลเมอิส” (Ptolemais) = ในอดีตคือ เมืองอัคโค อยู่ทางเหนือและต้องข้ามอ่าวมาจากทางภูเขาคารเมล ใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันจากไทระทางตอนเหนือ และอีก 56 กิโลเมตร ถึงซีซารียาทางตอนใต้

21:8     “เมืองซีซารียา” (Caesarea) = เป็นเมืองของคนต่างชาติ และเป็นเมืองหลวงของแคว้นยูเดียภายใต้การปกครองของโรม (10:1)

           “ฟิลิปปี ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ” (Philip the evangelist  )  -ฟิลิปปีอาจประกาศข่าวประเสริฐในซีซารียามาราว 25 ปี แล้ว (ดู 8:40)

           คำว่า “ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ”(evangelist) = เป็นชื่อ(ตำแหน่ง)ที่ใช้เรียกกันเฉพาะในตอนนี้ และในเอเฟซัส 4:11;2ทธ.4:5

21:9     “ลูกาสาวสี่คนที่ยังไม่ได้แต่งงาน” (four unmarried daughters) = อาจเป็นโสดเพราะถูกถวายให้รับใช้พระเจ้าเป็นพิเศษ (ปท.1คร.7:34)

            “เป็นผู้เผยพระวจนะ” (prophesied) -ในบางฉบับใช้ว่า “เป็นผู้พยากรณ์” -1คร.11:5;12:8-10; ปท.ลก.2:36

ในพระคัมภีร์เดิมก็มีผู้เผยพระวจนะหญิงอยู่หลายคน เช่นใน อพย.15:20;วนฉ.4:4;2พกษ.22:14;นหม.6:14

21:10   “ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งชื่ออากาปัส” (a prophet named Agabus)  = เขาอยู่ในตำแหน่งผู้เผยพระวจนะเหมือนดังที่ ฟิลิปปีอยู่ในฐานะผู้ประกาศข่าวประเสริฐ (ข.8)

= เขาเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในอันทิโอก ซึ่งพยากรณ์เรื่องการกันดารอาคารในกรุงเยรูซาเล็ม ประมาณ 15 ปีก่อนนี้ (11:27-29)

21:12   “เรากับคนที่นั่น” (we and the people there) = เวลานี้หมอลูกาซึ่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนร่วมทางของเปาโลก็มีส่วนในการวิงวอนเปาโล ไม่ให้ไปกรุงเยรูซาเล็มด้วย

21:14  “ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระเจ้าเถิด” (“Let the will of the Lord be done.” ) = ในตอนท้ายพวกเขาคงตระหนักว่า เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้เปาโลไปกรุงเยรูซาเล็ม

21:16   “มนาสัน” (Mnason) = คงเป็นสาวกที่มีฐานะดีระดับหนึ่งจึงสามารถให้ที่พักแก่เปาโลและคนอีก 9 คนที่ร่วมทางมาด้วยได้

21:17   “มาถึงกรุงเยรูซาเล็มแล้ว” (come to Jerusalem ) = ไม่เกิน 1 หรือ 2 วันก่อนวันเพ็นเทคอสต์

           “พวกพี่น้องก็ต้อนรับเราด้วยความยินดี” (the brothers received us gladly) =บางฉบับแปลว่า “อย่างอบอุ่น”

21:18   “ยากอบ” (James) = น้องชายขององค์พระเยซูคริสต์ ท่านเป็นผู้เขียนพระธรรมยากอบ และเป็นผู้นำคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็ม  (กท.1:19;2:9) และเป็นอัครฑูตด้วย แม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอัครทูต 12 คนก็ตาม

21:23   “ที่บนตัวไว้” (a vow) = สาบานตัวไว้ เป็นการสาบานตัวชั่วคราวแบบนาศีร์ และพวกเขาเป็นมลทินก่อนครบกำหนดสาบานตัว(อาจเพราะไปสัมผัสศพ) -ปท.กดว.6:2-12

21:24   “ทำพิธีชำระตัว” (purify yourself) = ในพิธีนี้บางครั้งมีการถวายเครื่องบูชาด้วยพิธีนี้ไม่ใช้ข้อบังคับของคริสเตียน แต่ถึงว่าเป็นการเลือกปฏิบัติของพวกคริสเตียนชาวยิว

            “เสียเงินแทนเขา” ( pay their expenses ) = บางฉบับแปลว่า “จ่ายค่าธรรมเนียมให้พวกเขา”

ส่วนของเปาโลที่สนับสนุนพวกเขาเหล่านั้น รวมถึง

  • การจ่ายค่าสัตว์ที่ใช้ถวายบูชาบางส่วนหรือทั้งหมด(ในกรณีนี้คือ
  • นกพิราบ 8 ตัว
  • แกะ 4 ตัว – กดว.6:9-12)
  • การไปพระวิหารเพื่อแจ้งปุโรหิตเมื่อครบกำหนดวันชำระเพื่อปุโรหิตจะได้เตรียมถวายเครื่องบูชาของพวกเขา (ข.26)

       “เป็นผู้ยึดถือและปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ” (also live in observance of the law) = บางฉบับแปลว่า “ท่านเองดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติต่างหาก” = ก่อนหน้านี้เปาโลเองก็เคยสาบานตนไปแล้ว  (18:18)

-เปาโลปฏิบัติตัวต่อคนยิวท่านก็เป็นเหมือนคนยิว (1คร.9:20-21) และท่านให้ทิโมธีเข้าสุหนัต (16:3) แต่เปาโลก็ไม่ประนีประนอมหลักการคริสเตียนกับการกระทำใด ๆ ที่เคร่งครัดตามบทบัญญัติจนเกินไป เช่น ท่านไม่ให้ทิตัสเข้าสุหนัต (กท.2:3)

21:25   -ดู15:23-29

21:27   “ครบเจ็ดวัน” (seven days) = เทียบกับ กดว.6:9 –บอกถึงจำนวนวันตามข้อบังคับสำหรับการชำระ โกนศีรษะที่แท่นบูชา การถวายเครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องเผาบูชาสำหรับของแต่ละคน และประกาศการครบกำหนดแก่ปุโรหิต

             “พวกยิวที่มาจากแคว้นเอเซีย” (the Jews from Asia) = เปาโลเคยทนทุกข์จากน้ำมือของพวกยิวจากแคว้นเอเซียก่อนหน้านี้มาแล้ว (20:19)

21:28   “เสี้ยมสอน…ให้เป็นศัตรูต่อชนชาติของเราต่อธรรมบัญญัติและต่อสถานที่นี้” (teaching everyone everywhere against the people and the law and this place)  = เทียบได้กับการคำกล่าวเท็จที่ต่อต้านสเทเฟน (6:13)

            “เขาพาชาวกรีกเข้ามาในพระวิหารด้วย” (brought Greeks into the temple)  -จากคำจารึกบนหิน(ที่ยังคงมีอยู่ทุกวันนี้) เขียนว่า “หากพบคนต่างชาติคนใดอยู่ในอาณาเขตของลานอิสราเอล คนนั้นจะต้องถูกประหาร”

-แต่ในกรณีไม่มีหลักฐานใดบอกว่าเปาโลได้พาคนต่างชาติคนใดเข้าไปในบริเวณนั้นนอกจากคนยิว

21:29   “โตรฟีมัส” (Trophimus ) -ดู กจ.20:4, เปาโลไม่ได้พวกเขาเข้าไปในเขตชั้นในซึ่งเป็นเขตหวงห้าม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นพวกยิวก็ควรจะจับตัวโตรฟิมัสมากกว่าจับตัวเปาโล

21:30   “แล้วก็ปิดประตูทันที” (the gates were shut) = เจ้าหน้าที่พระวิหารสั่งปิดประตู เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามเข้ามาภายในบริเวณสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์

21:31   “ผู้บังคับกองพัน” (the tribune of the cohort) = ในภาษากรีกใช้คำว่า “คิลิอาร์ค” มีหน้าที่ในการบัญชากองทหาร 1000 นาย นายพันผู้นี้มีชื่อว่า “คลาวดิอัสลีเซียส” (23:26) ประจำอยู่ที่ป้อมแอนโทเนีย (ข.37)

21:32   “บรรดานายร้อย” (centurions) = บางฉบับใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” เป็นคำในรูปพหูพจน์  ดังนั้น มีนายร้อยอย่างน้อย 2 นาย พร้อมทหาร 200 นาย

21:33   “โซ่สองเส้น” (two chains) = เป็นไปได้ว่า มือทั้ง 2 ข้างของเปาโลถูกนำไปล่ามไว้กับทหาร 2 คน

21:34   “กรมทหาร” (the barracks) -ดู12:9

21:37   “กรมทหาร” (the barracks) =ป้อมแอนโทเนียนั้นเชื่อมต่อกับด้านเหนือสุดของบริเวณพระวิหารด้วยบันได 2 ขั้น และมีหอคอยที่ใช้มองลงไปยังบริเวณพระวิหาร

21:38   “ชาวอียิปต์ที่ก่อการกบฎคราวก่อน” (the Egyptian, then, who recently stirred up a revolt)

          = โจซีฟัส นักประวัติศาสตร์ชาวยิวได้เล่าให้ฟังเรื่องผู้เผยพระวจนะเท็จชาวอียิปต์ ซึ่งนำคน 4,000 คน (แต่โจซีฟัสบอกว่า 30,000 คน เพราะเข้าใจตัวเลขภาษากรีกผิด) ไปยังภูเขามะกอกเทศ และถูกทหารโรมันสังหารไป หลายร้อยคน แต่ผู้นำหลบหนีไปได้

           “มือมีดสี่พันคน” (led the four thousand men) = ในบางฉบับแปลว่า “ผู้ก่อการร้าย” -คำกรีกที่ใช้ในตอนนี้ ยืมมาจากภาษาลาตินว่า “สิคารี” หมายาถึง มือมีด ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรง

21:39   “เมืองทาร์ซัส” (Tarsus ) -22:3

21:40   “ภาษาฮีบรู” ( Hebrew) = ในบางฉบับแปลว่า “ภาษาอารเมค” (21:40), ถ้าเปาโลพูดเป็นภาษาฮีบรูจริง ๆ ฝูงชนต้องเงียบมากกว่านี้ เพราะภาษาฮีบรูเข้าใจยากว่า ผู้ฟังจึงจะต้องตั้งใจฟังให้ดี

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยเดินทางไกลที่สุดแค่ไหน? ไปทำอะไร? คุ้มค่ากับการเดินทางหรือไม่? อย่างไร? และคุณมีความสุขกับการได้เดินทางนั้นหรือไม่? อย่างไร?
  2. มีการเดินทางครั้งใดบ้างในชีวิตของคุณที่มีจุดหมายปลายทางที่อันตราย แต่คุณต้องไป? ทำไม? แล้วผลเป็นอย่างไร?
  3. คุณเคยมีประสบการณ์ การเตือนของพระวิญญาณบริสุทธ์ หรือ ของพี่น้อง ถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ(หรือการเดินทางของคุณ) แต่คุณก็มั่นใจว่า พระเจ้าทรงนำคุณให้ไปต่อ แม้ว่าจะถูกท้วงติงหรือเกลี้ยกล่อมจากพี่น้องหรือทีมงานด้วยความห่วงใยบ้างหรือไม่? อย่างไร? (แบ่งปัน)
  4. คุณเคยมีประสบการณ์กับการอธิษฐานร่วมกับพี่น้องที่คุณประทับใจอย่างไม่ลืมเลือนบ้างหรือไม่? กับใคร? ที่ไหน? เรื่องอะไร?
  5. คุณเคยบนตัวต่อพระเจ้าบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? ผลเป็นอย่างไร? แล้วคุณแก้บนหรือไม่? อย่างไร?
  6. คุณเคยถูกคนบางคนหรือบางกลุ่มตามเล่นงานแบบกัดไม่ปล่อยหรือเล่นไม่เลิกบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? แล้วเกิดผลเสียหายอะไรต่อคุณบ้าง?
  7. คุณเคยมีโอกาสแก้ข้อกล่าวหาต่อหน้าฝูงคนมาก ๆ บ้างหรือไม่? เรื่องอะไร และผลลัพธ์เป็นอย่างไร?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer                                                                                                                        

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.