ต้องการกำลังใจหรือ? จงเป็นผู้ให้กำลังใจ

ต้องการกำลังใจหรือ? จงเป็นผู้ให้กำลังใจ

พระองค์ตรัสกับเขาครั้งที่สามว่า “ซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเราหรือ?” เปโตรเสียใจมากที่พระองค์ตรัสถามเขาครั้งที่สามว่า “ท่านรักเราหรือ?” เขาจึงทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าข้าพระองค์รักพระองค์” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยอห์น 21:17 THSV11)

การให้ไม่ใช่เป็นเรื่องเงินทองเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรใจแคบในเรื่องเงินทองที่พระเจ้าประทานให้ เราควรรีบให้ทรัพย์สินที่เรามีด้วยใจยินดี และการให้ในแผ่นดินของพระเจ้าต้องครอบคลุมในทุกพื้นที่ชีวิตเรา

อีกหนึ่งการอัศจรรยนอกเหนือจากการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ตามที่บันทึกในพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มคือ การเลี้ยงอาหารคนห้าพัน ในฐานะที่เป็นครู ฉันรู้ดีถึงการพูดย้ำแล้วย้ำอีกให้นักเรียนฟัง ถ้าความจริงนั้นถูกพูดย้ำถึงสี่ครั้ง แสดงว่าเป็นความจริงที่สำคัญ และเราจำเป็นต้องฟัง

ฝูงชนขนาดใหญ่ที่ติดตามพระเยซูไปที่ทะเลกาลิลี หลายคนพิการ ตาบอด และเป็นง่อย … ทุกคนต้องการการแตะต้องรักษาจากพระเยซู และพระองค์รักษาพวกเขาทีละคน ใช้เวลาไปสามวัน และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องกลับไป พระองค์ทรงตระหนักว่าพวกเขาต้องกินอาหารเพื่อมีกำลังเดินทางกลับบ้านได้ จึงทรงปรึกษากับพวกสาวก

ฉันพอเห็นภาพสายตาที่ว่างเปล่าของพวกสาวกขณะคิดว่าจะไปเอาอาหารที่ไหนมาเลี้ยงคนมากมายขนาดนี้  ผู้ชายประมานห้าพัน (และผู้หญิงราว 10,000 ยังไม่นับรวมเด็กๆอีก) ก็แทบเป็นไปไม่ได้ คำตอบที่พระเยซูทรงตอบในมัทธิว 15:34 นั้นธรรมดามาก “พวกท่านมีขนมปังกี่ก้อน?” และจากอาหารที่น้อยนิดในพระหัตถ์นั้น ขนมปังไม่กี่ก้อนและปลาไม่กี่ตัว พระเยซูทรงเลี้ยงดูผู้คนจำนวนมากนั้นให้อิ่มท้องได้

พวกเราส่วนใหญ่คิดหาวิธีเลี้ยงดูผู้คนที่พระเจ้าวางเข้ามาในชีวิตของเรา คนเหล่านั้นถูกส่งมาด้วยสาเหตุบางประการ

  • เราอาจให้ของประทานแห่งกำลังใจแก่เพื่อนบ้านที่สามีเพิ่งตกงาน เชิญเขามาทานอาหารพร้อมด้วยหูและใจที่เปิดรับฟัง
  • เราอาจช่วยจ่ายตลาดให้กับเพื่อนสูงวัยที่ไม่สะดวกออกจากบ้าน
  • เราอาจไปช่วยคุณแม่มือใหม่ดูแลลูกน้อยเพื่อให้เธอได้มีเวลาทำเรื่องอื่นหรือได้พักผ่อนบ้าง
  • เราอาจทำให้ครอบครัวมีความสุขด้วยการทำอาหารจานโปรด …. หรือหาเหตุออกไปเฉลิมฉลองกันบ่อยๆ

คุณคงเคยได้ยินคำพังเพยโบราณที่ว่า “ให้อะไรออกไป ก็จะได้กลับมาอย่างนั้น” แต่ที่เป็นจริงยิ่งกว่าคือเมื่อคุณให้สิ่งที่มองไม่เห็นเช่นกำลังใจไป สักวันคุณจะได้กลับคืนมา – ในเวลาที่ต้องการที่สุดด้วย เพราะเวลาที่ยากลำบากมาได้ในหลายรูปแบบ และจากหลากหลายผู้คน

ฉันมีหลานที่ไข้ขึ้นสูง มีดบาดเลือดไหล และปวดหัวมาก …  ทั้งหมดนี้ไม่มีคำบ่นหลุดออกมาจากปากเขาเลย หมอเองยังประหลาดใจ ทำไมเด็กคนนี้จึงอดทนได้

แต่หลานอีกคนจะร้องไห้ฟูมฟายเมื่อถูกเสี้ยนเล็กๆตำที่นิ้ว และเกือบเป็นลมเมื่อก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล หมอยังประหลาดใจ ทำไมเด็กคนนี้จึงไม่ค่อยอดทน

ข้อแตกต่างระหว่างเด็กสองคนไม่ได้สะท้อนว่าใครผิดใครถูก อย่างที่เพื่อนคนหนึ่งชอบพูด “ก็มันเป็นอย่างที่เป็น” เมื่อเด็กๆเจ็บตัว พวกเขาต้องการความเข้าใจ ความสงสาร และกำลังใจ

เมื่อคนในชีวิตคุณอยู่ในความเจ็บปวด พวกเขาต้องการความเห็นใจ ความเมตตา และกำลังใจ พระเจ้าจะนำ “ขนมปัง” ของคุณไปให้ผู้ที่จำเป็นมากกว่า

คุณเต็มใจให้กี่ก้อนคะ?

 

โดย Mary Southerland

อนุญาตโดย: Girlfriends in God devotional: www.crosswalk.com

(Cr.ภาพ pixel.com)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.