ดอกกุหลาบหรือพวงหรีด?

ดอกกุหลาบหรือพวงหรีด?

“ดอกกุหลาบเพียงดอกเดียวสำหรับคนที่ยังเป็นอยู่ ดีกว่าพวงหรีดราคาแพงที่หลุมฝังศพ”

(A single rose for the living is better than a costly wreath at the grave.)

หากใครคิดจะเตรียมพวงหรีดราคาแพงมอบให้กับผมตอนผมตายแล้วล่ะก็…  ผมขอดอกกุหลาบราคาถูกสักดอกเดียวในตอนนี้จะดีกว่าครับ!

ใช่ครับ! ผมเห็นด้วยกับข้อคิดที่เยี่ยมยอดข้างต้นนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ผมเห็นคนมากมายที่ฟาดฟันกันแบบเอาเป็นเอาตายในตอนที่ต่างคนต่างมีชีวิตอยู่ ทั้ง ๆ ที่ประเด็นแห่งการขัดแย้งเหล่านั้นล้วนแต่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น บางทีไม่เพียงแต่ตัวเองทำร้ายอีกฝ่ายด้วยคำพูด ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยังไปดึงคนอื่น ๆ อีกหลาย ๆ คนมาร่วมรุมยำคนที่เราไม่พอใจด้วย จนบางทีคน ๆ นั้น แทบเสียผู้เสียคนไป…   แต่พอคนนั้นเกิดตายไป คนที่ทำร้ายหรือมีส่วนร่วมทำร้ายก็จำต้องไปร่วมงานศพหรือส่งพวงหรีดราคาแพง ๆ ไปให้ !

ผมว่า พวงหรีดเช่นนั้นช่างไร้ความหมาย และไร้ค่าครับ หากเปรียบกับดอกกุหลาบราคาไม่กี่บาทที่จะมอบให้แก่เขาในยามที่เขายังมีชีวิตอยู่ พร้อมกับรีบปรับความเข้าใจให้เกิดการคืนดีกัน จะมีค่ามากกว่ากันเยอะเลยครับ! แต่หากว่าเขาจะดันทุรังทำในสิ่งที่ผิดก็จงให้เวลากับเขาและมอบการให้อภัยให้แก่เขาโดยด่วนในขณะที่ยังทำได้!

ดอกกุหลาบ 1 ดอกคู่กับการอโหสิ พร้อมด้วยถ้อยคำหนุนใจอันอ่อนหวานอย่างจริงใจ มีคุณค่าสูงล้ำสำหรับคนเป็นที่กำลังจะตายเป็นอย่างยิ่ง! การช่วยให้คนบางคนรอดตายมีคุณค่ามากกว่าทำให้คนบางคนต้องตายมากนักจนไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้เลย!

ในเวลานี้มีใครในครอบครัวของคุณ?   ในที่ทำงานของคุณ?  หรือในโบสถ์ของคุณ? ที่กำลังถูกคุณยำหรือมีส่วนร่วมยำจนเกือบจะตายแล้วบ้าง! ……  หากมีก็ขอให้หยุดทำอย่างนั้นเถอะ!

แต่ให้หาทางช่วยเขาให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมจะดีกว่า!

หากคุณบอกว่า เขาคนนั้นทำหลายอย่างที่ผิดหรือพลาด สมควรถูกจัดการ(ให้ตาย) และไม่คู่ควรต่อความรักและการให้อภัยของคุณ คุณก็จงรู้ความจริง (ที่ปิดซ่อนไว้) ณ บัดนี้เลยว่า คนประเภทนั้นแหละครับคือคนที่พระเจ้าทรงส่งมาให้คุณรักเป็นการเฉพาะ!

เพราะคนแบบนั้นล่ะคือข้อสอบที่คุณต้องสอบให้ผ่าน!

หากคุณรักเขาไม่ได้ คุณก็สอบตก! ทำให้คุณเองก็ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย!

แต่หากคุณรักเขาได้ คุณก็สอบผ่าน!

หากคุณปฏิบัติต่อเขาได้อย่างดี คุณอาจได้เกียรตินิยมจากพระเจ้าก็เป็นได้!

แต่ส่วนคน ๆ นั้นเขาจะสอบได้หรือสอบตกก็คงขึ้นอยู่กับตัวของเขาเองแล้วล่ะครับ คงไม่เกี่ยวกับคุณ!

หากจะถามว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณสอบผ่านในเรื่องความรักดังกล่าวแล้วหรือไม่?

คำตอบก็คือ คุณจงอ่านพระธรรม 1โครินธ์ 13 ซึ่งเป็นอมตธรรมแห่งความรัก แล้วถามตัวเองว่า

  1. ฉันอดทนกับเขานานพอหรือไม่?
  2. ฉันกระทำคุณ(ประโยชน์) อะไรให้กับเขาบ้าง?
  3. ฉันอิจฉาเขาหรือเปล่า?
  4. ฉันอวดตัวใส่เขาเกินไปหรือไม่?
  5. ฉันทำตัวหยิ่งผยองต่อเขาเกินเหตุหรือเปล่า?
  6. ฉันกระทำอะไรที่หยาบคายต่อเขามากแค่ไหน?
  7. ฉันคิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียวหรือไม่เวลาปฏิบัติต่อเขา?
  8. ฉันแสดงอาการฉุนเฉียวต่อเขาหรือเรื่องของเขาอย่างเกินเลยหรือไม่?
  9. ฉันช่างจดจำความผิดของเขาหรือไม่? (จนมักลืมความผิดของตัวเองอยู่บ่อย ๆ หรือเปล่า?)
  10. ฉันชื่นชมยินดีเมื่อกำลังประพฤติในสิ่งที่ผิดต่อเขา และผิดจากพระทัยของพระเจ้าหรือไม่?
  11. ฉันแสดงอาการแสดงความชื่นชมยินดีต่อเขาเมื่อเขากระทำสิ่งดีได้อย่างจริงใจหรือไม่? (หรือต่อตัวเองเมื่อกระทำสิ่งที่ชอบบ้างหรือไม่?)
  12. ฉันทนได้ทุกอย่างแม้แต่ความผิดของเขาที่ทำต่อฉันได้หรือไม่?
  13. ฉันเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอหรือไม่?
  14. ฉันมีความหวังในตัวของเขาอยู่เสมอหรือเปล่า?
  15. ฉันทนต่อทุกอย่างที่เขาทำได้หรือไม่?

หากคำตอบของคุณแสดงถึงการดึงดันที่จะทำตามใจของคุณโดยไม่แยแสพระวจนะของพระเจ้าแล้วล่ะก็… คนที่ควรจะถูกจัดการจะไม่ใช่ตัวของเขาคนนั้นหรอกครับ แต่คือตัวของคุณเองนั่นแหละ!

และใครจะเป็นผู้จัดการกับคุณ?

ใช่ครับ!   พระเจ้า จะทรงเป็นผู้กระทำ!

…ดังนั้น วันนี้แทนที่เราจะฆาตรกรรมผู้ใดหรือยืนดูเขาถูกฆาตรกรรมอยู่ตรงหน้า แล้วส่งหรีดไปให้เขา เราควรจะตุนดอกกุหลาบให้มาก แล้วใจกว้างในการส่งดอกกุหลาบแห่งมิตรภาพนั้นให้แก่คน ๆ นั้นเพื่อเขาจะมีกำลังใจที่จะปรับปรุงตัวเองและทำสิ่งดีให้เกิดขึ้นทั้งกับชีวิตของเขาและกับคุณจะดีกว่า!

จริงไหมครับ?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

(CR.ภาพ Pexels.com)

(ลงครั้งแรก 17ตุลาคม2009)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.