ก.พ. 212010
 

สวัสดีค่ะ  (22 กุมภาพันธ์ 2010)

จั่วหัวเรื่องมาแบบนี้ก็มิได้มีเจตนาจะกล่าวหาใคร แต่เรื่องคือ เมื่อปีที่แล้วมีรายการข่าวช่องหนึ่งเล่าข่าวว่าปัจจุบันเด็กไทยมีภาวะสายตาไม่ยอมทำงานหรือเรียกว่า “โรคสายตาขี้เกียจ” อาการที่เกิดขึ้นคือ สายตาข้างหนึ่งเกิดจะไม่ยอมทำงานขึ้นมาดื้อ ๆ ทำให้เด็กที่เป็นโรคนี้จะอ่าน เขียน หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์แบบคอเอียง ๆ เพราะจะใช้สายตาเพียงข้างเดียวในการมอง ส่วนเจ้าตาข้างที่ไม่ยอมใช้นี้ ตัวมันเองก็จะเริ่มพร่าเลือนไปเรื่อย ๆ จนบอดไปในที่สุด โรคนี้มักเกิดกับเด็กอายุราว ๆ ขวบถึงเจ็ดขวบ และวิธีรักษาคือจักษุแพทย์จะใช้ผ้าก๊อซปิดตาข้างที่ใช้งานประจำเพื่อให้ข้างที่ขี้เกียจต้องเริ่มทำงานด้วยตัวเองบ้าง อาการก็จะกลับมาดีได้ถ้ารักษาทันเวลา

คริสเตียนหลายคนก็ประสบกับโรคนี้เช่นกันแต่ไม่ใช่สายตาขี้เกียจอย่างเดียวแต่เป็นโรค “จิตวิญญาณขี้เกียจ” อาการเบื้องต้นคือ

1.ไม่ชอบอธิษฐานทั้งส่วนตัวและในที่ประชุมโดยมีเหตุผลว่าอธิษฐานไม่เป็น ขอคนที่ดูศักดิ์สิทธิ์กว่าอธิษฐานเผื่อให้หน่อย

2. ไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์โดยมีเหตุผลว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลยไม่อ่าน(น้าน!!)

3. ไม่ค่อยอยากมาโบสถ์และมีเหตุผลว่าตื่นไม่ทันเมื่อคืนทำงานดึก

4. ไม่ชอบสามัคคีธรรมกับพี่น้อง กินข้าวแล้วต้องรีบกลับเหมือนกลัวอาหารจะไม่ย่อยและมีเหตุผลว่าไม่รู้จักใคร (ทั้ง ๆที่ไม่ยอมรู้จักใคร)

5. ไม่ยอมเข้ากลุ่มแคร์ใด ๆโดยมีเหตุผลว่าบ้านไกลกลับดึกไม่เป็น และมักจะเห็นคนเหล่านี้บ่อย ๆตามงานกิจกรรมเฮฮาบันเทิง(เท่านั้น )

หากปล่อยให้อาการเรื้อรังจิตวิญญาณจะเริ่มพร่าเลือนและมืดบอดลงเรื่อย ๆ และอาจมีผลถึงตาย(ฝ่ายจิตวิญญาณ)ได้วิธีรักษาคือ “กลับใจใหม่” เท่านั้น หากใครเริ่มมีอาการตะหงิด ๆ แล้ว ก็รีบรักษานะคะเดี๋ยวจะหาว่า สวยไม่เตือน….

พี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนพวกท่านให้ตักเตือนคนที่เกียจคร้าน หนุนน้ำใจผู้ที่ท้อใจ  ชูกำลังคนที่อ่อนกำลัง และมีใจอดเอาเบาสู้ต่อคนทั้งปวง ระวังให้ดี  อย่าให้คนใดทำชั่วตอบแทนการชั่ว แต่จงหาทางทำดีเสมอต่อพวกท่านเอง  และต่อคนทั้งปวงด้วย จงชื่นบานอยู่เสมอ จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ จงขอบพระคุณในทุกกรณี  เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย อย่าดับพระวิญญาณ อย่าประมาทคำเผยข้อลับลึก จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น จงเว้นเสียจากสิ่งที่ชั่วทุกอย่าง

ขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และทรงรักษาทั้งวิญญาณ  จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราเสด็จมา พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นสัตย์ซื่อ  และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ (1เธสะโลนิกา 5:14-24)

(CJ ONE – สิริวรรณ อานุภาพโยธา)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอแสดงความยินดีกับ อ.วรรณ ที่คลอดลูก “น้องโยเซฟ” ออกมาด้วยความปลอดภัย ขอบคุณที่พระเจ้าทรงฟังทุกๆคำอธิษฐานของพวกเรา ขอให้ทั้งแม่-ลูก แข็งแรง กลับบ้านได้ในเร็ววัน
  • ขอบคุณ อ.วรรณสำหรับคำเตือนสอน ใครเป็นเหมือนข้อหนึ่งข้อใดด้านบน (หรือเป็นหมดเลย) รีบแก้ไขด่วน ยังไม่สายค่ะ
  • อธิษฐานเผื่อสมาชิกคริสตจักร ให้มีใจกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองให้เติบโต พร้อมจะเป็นคนไปดูแล ให้กำลังใจผู้อื่น มีภาระใจเข้าร่วมรับใช้ในหน้าที่ต่างๆของคริสตจักร เราไม่อยากเป็นคริสตจักรที่โตแต่หัว ตัวลีบอ่อนเปลี้ยลงไปเรื่อยๆ เพราะกินดีอยู่ดี แต่ไม่ฝึกฝนและออกกำลังกายฝ่ายวิญญาณค่ะ
  • อย่าลืมฝากประเทศไทย คนไทย และคนใกล้ตัวคุณที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤติบางอย่างไว้ในคำอธิษฐานนะคะ  ขอพระเจ้าปกป้องดูแลทุกคนค่ะ
 Posted by at 8:57 pm

  2 Responses to “โรคขี้เกียจ”

  1. ขอบคุณพระเจ้าค่ะ สำหรับการผ่าตัดที่อยู่ในน้ำพระทัย ขอแสดงความยินดีด้วยน่ะค่ะ

  2. “สวยไม่เตือน” อาจารย์วรรณเปลี่ยนชื่อแล้วเหรอ
    ขอบคุณค่ะสำหรับสิ่งที่อาจารย์วรรณสอนถึงแม้ตัวเองยังพักฟื้นอยู่ก็ยังมีบทความ
    หรือคำหนุนใจดื ๆ มาฝากพวกเราอีก
    เมื่อวานหญิงไปเยี่ยมอ.วรรณมา น้องโยเซฟ น่ารักมาก ๆ พวกเราถ่ายรูปกับน้องโยเซฟ
    พยาบาลเห็นรีบนำน้องโยเซฟไปทำหล่อ กลับมาอีกทีพร้อมกับผมทรงใหม่ ตลกมากเลย
    ทำให้ป้า ๆน้า ๆ ขำกัน ฮากันสุด ๆ
    ขอพระเจ้าอวยพระพรครอบครัวอ.วรรณน่ะ มีความหวังใจว่าน้องโยเซฟจะนำคุณพ่อ
    คุณแม่ อ.วรรณ มารู้จักกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราค่ะ

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)