ก.พ. 252010
 

สวัสดีค่ะ  (26 กุมภาพันธ์ 2010)

เชื่อหรือไม่ว่าเมื่อหลายปีที่แล้ว พวกเราเคยไปทำสวน ไปเป็นชาวสวนกัน? คำว่าพวกเรานี่หมายถึง พี่ปุ๊ ป้อง พี่น้องคริสเตียนอีก 2-3 คน และตัวป้านุ้ยเอง

เนื่องจากครอบครัวพี่ปุ๊มีที่ดินเปล่าติดถนนลำลูกกาอยู่หลายไร่ พวกเราก็คิดหาอะไรสนุกๆทำกัน จึงลงขันกันคนละนิดละหน่อย ไปจ้างรถแม็คโครมาขุดสระน้ำใหญ่ ขุดท้องร่องสวน เอาไม้เก่าๆที่บ้านพี่ปุ๊มาทำเป็นบ้านหลังเล็กๆริมสระ ไปหาซื้อพันธ์ปลามาปล่อยลงในสระ และตามท้องร่อง ซื้อพันธ์ไม้หลายชนิดมาปลูก เราจึงต้องไปที่สวนอาทิตย์ละหลายครั้ง ไปรดน้ำ ดูแลต้นไม้ พืชผักสวนครัวที่พวกเราอุตส่าห์ขุดดินแทบตายช่วยกันปลูกไว้

สำหรับเรา งานหนักที่สุดในการทำสวนนอกจากขุดดิน พรวนดิน รดน้ำแล้ว คือกำจัดหญ้าและวัชพืช  เรามีเครื่องตัดหญ้ามือสองแบบจานบินหมุนๆอยู่ 2 เครื่องที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวดับ จำได้ว่าป้องเดินตัดหญ้าบนท้องร่องอยู่เพลินๆก็ตกตู้มลงไปอยู่ในท้องร่อง เปียกทั้งตัว กว่าจะช่วยฉุดให้ปีนกลับขึ้นมาได้ หรือเคยไปพายเรือเหล็กลำเล็กๆไปเก็บดอกสโน พลาดท่า เรือล่ม คนบนฝั่งตกอกตกใจ สงสัยว่าทำไมเราไม่รีบว่ายกลับเข้าฝั่ง จะกลับได้ยังไง มือหนึ่งว่าย อีกมือต้องเหนี่ยวเรือที่กำลังจะจมลงลากกลับมาด้วย กว่าจะขึ้นบกได้ เล่นเอาหอบไปตามๆกัน….ส่วนพี่ปุ๊นอกจากจะเป็นมือขุดดินแล้ว ยังทำหน้าที่ใส่ชุดเหมือนนักบินอวกาศโพกผ้าขาวม้า สะพายถังบุกไปพ่นยาฆ่าหญ้าตรงที่รกสูงท่วมหัว กำจัดกันเท่าไหร่ก็ไม่เคยทัน หญ้าโตและรกเร็วมาก เล่นเอาพวกเราเหน็ดเหนื่อยไปตามๆกัน

สวนของเราไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเลิกทำเพราะพวกผู้ใหญ่เริ่มเป็นห่วงความปลอดภัย มีพวกติดยามาด้อมๆมองๆ แต่เราไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเสียดาย เพราะที่เราได้กลับคืนมาคือประสบการณ์ในการเป็นชาวสวน ความสนุกที่ได้ผจญภัยกันหลายรูปแบบ ความรักห่วงใย การเสียสละช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และที่สำคัญที่สุดร่วมมือกันปราบศัตรูตัวฉกาจ – หญ้า วัชพืช เพลี้ยและแมลงต่างๆ

เหมือนชีวิตฝ่ายวิญญาณที่กว่าจะเติบโตเกิดดอกออกผลได้ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะหญ้ารกๆแห่งตัวตนเดิม การทดลอง และงานหนักที่ต้องบากบั่นมุ่งไป เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีสิ้นสุด แต่พระเจ้าไม่ได้ให้เราสู้คนเดียว เราช่วยกันหลายแรง ประคับประคอง ฉุดรั้ง เมื่อใครพลาดท่าตกน้ำ ก็ต้องช่วยกันฉุดขึ้นมาให้ได้ เราไม่ได้มุ่งไปที่ความสำเร็จ เพราะเราฝากไว้ที่พระเจ้า แต่ความสุขเป็นของพวกเราขณะผจญภัยไปด้วยกัน

“แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า (ฮาบากุก 3:17-18)

(CJ – ป้านุ้ย)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • จะสู้กับศัตรูต้องผนึกกำลังกัน อย่าสู้ตามลำพัง เพราะอาจพลาดท่าตกน้ำโดยไม่มีใครทันเห็น หรือเข้าไปช่วยทัน  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความช่วยเหลือดูแลกันในคริสตจักร และขอให้พระองค์ผูกพันเราไว้ด้วยกันจนกว่าพระเยซูเสด็จกลับมารับเรา
  • พวกเรากลับไปที่สวนอีกครั้งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เลยถ่ายภาพปัจจุบันของสวนมาให้ดู ต้นมะม่วงที่เห็น ปลูกกันเองกับมือตั้งแต่เป็นกิ่งเล็กๆ เดี๋ยวนี้ใหญ่เบ้อเริ่ม พื้นที่สวนเมื่อขาดการดูแลเอาใจใส่ ก็รกได้ใจอย่างที่เห็นล่ะค่ะ ..เรากำลังจะขายสวนแปลงนี้ออกไป เพราะเป็นภาระเกินรับไหว สนใจโทรหาพี่หลุยส์ 081-813 7475 หรือป้านุ้ยได้เลยค่ะ 081 -988 1244 ขอแอบประชาสัมพันธ์หน่อยนะคะ
  • วันนี้ไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ให้พวกเราผนึกกำลังกันอธิษฐาน ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไรกัน ขอส่งเสียงอธิษฐานคุ้มครองคนไทย ประเทศไทย และพี่น้องของเราให้ปลอดภัย – เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านกันนะคะ ขอพระเจ้าคุ้มครองค่ะ
 Posted by at 10:22 pm

  2 Responses to “ชาวสวนอย่างเรา”

  1. ทำไมไม่ทำเกษตร แบบไม่ต้องใช้สารเคมีล่ะคะ แบบทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรปราณีตก็ด๊ายยย…แหมไม่เห็นต้องขายสวนเลยเสียดายออกไว้หายใจดีกว่า…

  2. อ่านแล้วขำเลยพี่นุ้ย
    ผ่านไปกี่ปีแล้วนี่? 7-8 ปีได้แล้วมั้งคะ?
    เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดเลยจริง ๆ เพียงแต่เราเลือกจะบันทึกอะไรไว้ในชีวิตที่ผ่านไปทุกวินาที
    ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันดี ๆ เหล่านั้น…นึกถึงเมื่อไหร่ก็ยิ้มเมื่อนั้น ^^

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)