มี.ค. 192010
 

ผมประทับใจในพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในเรื่องความดีตอนหนึ่งที่มีเนื้อหาว่า…

“ทำดีย่อมได้  ผลดี

ประพฤติชอบนั้นมี  ประโยชน์แท้

อย่าคอยฤกษ์ราศี  ดาวเคราะห์โชคนา

ดาวมิอาจช่วยแก้  สิ่งร้ายเป็นคุณ”

สิ่งที่พระเทพรัตนราชสุดาฯ ตรัสนั้น สอดคล้องกับพระวจนะของพระเจ้าที่ว่า…

“อย่าหลงเลย ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น ผู้ที่หว่านในย่านเนื้อหนังของตน ก็จะเกี่ยวเก็บความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่ผู้ที่หว่านในย่านพระวิญญาณก็ จะเกี่ยวเก็บชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น” (กาลาเทีย 6:7-8)

เนื้อความข้างต้นสรุปได้สั้น ๆ ว่า…

“หว่านสิ่งดีก็เก็บเกี่ยวสิ่งดี หว่านสิ่งไม่ดีก็เก็บเกี่ยวในสิ่งไม่ดี หรือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนั่นเอง”  

เพราะว่า “เนื้อหนัง” เป็นตัวแทนของ “สิ่งไม่ดี”      ดังที่พระคัมภีร์บันทึกว่าไว้…

“การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก  การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน  การแตกก๊กกันการอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร  และการอื่น ๆ ในทำนองนี้อีก…” (กาลาเทีย 5:19-21)

“พระวิญญาณ” เป็นสัญลักษณ์แห่ง “สิ่งที่ดี” ดังที่บันทึกไว้ว่า …

“ผลของพระวิญญาณ คือ  ความรัก ความปลาบปลื้มใจ  สันติสุข ความอดกลั้นใจ  ความปราณี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม ความรู้จักบังคับตน…” (กาลาเทีย 5:22-23)

ดังนั้น หากว่าวันนี้สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราพูด หรือสิ่งที่เราทำออกอาการ “ไม่ดี”  ก็เท่ากับว่าเรากำลังทำการงานของเนื้อหนังอยู่! แต่หากสิ่งที่เราแสดงออกมาเป็นสิ่ง “ที่ดี” เราก็กำลังเกิดผลของพระวิญญาณอยู่! และเป็นผลดีและมีประโยชน์ ดังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงนิพนธ์ไว้

ดังนั้น อย่าให้เราเสียกำลังใจหรือท้อใจ ในยามที่เราทำความดีหรือหว่านในย่านพระวิญญาณแล้วยังไม่เห็นผลดีเกิดขึ้น  เพราะว่าบางทีอาจต้องใช้เวลานานระยะหนึ่ง ก่อนที่จะเกิดผลดี

ดังคำกำชับและคำหนุนใจจากพระวจนะของพระเจ้าอีกตอนที่ว่า…

“อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเกี่ยวเก็บในเวลาอันสมควร เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีโอกาสให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวที่มีความเชื่อ”  (กาลาเทีย 6:9-10)

ด้วยเหตุนี้เอง ในการที่จะทำดี เราจึงไม่ควรรีรอหรือเงื้อง่าคอยดูฤกษ์ดูยามให้เสียโอกาส แต่หากว่าเราพอจะทำดีอะไรได้ก็ขอให้รีบทำเลย ดังพระธรรมสุภาษิตที่ว่า…

“อย่ายึดความดีไว้จากผู้ที่สมควรจะได้รับ  ในเมื่อสิ่งนี้อยู่ในอำนาจของเจ้าที่จะกระทำได้” (สุภาษิต 3:27)

จงจำไว้เสมอว่า ในการทำดีนั้น เราควรรีบทำให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปจนความดีนั้นกลายเป็นสิ่งไร้ค่า เมื่อคนที่รอรับความดีจากเราตายไปเสียก่อนที่จะได้รับในสิ่งที่เราคาดหวังจากเรา เพราะต่อให้เราทำดีกับเขาเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เขาก็ไม่สามารถรับสิ่งดีเหล่านั้นจากเราได้อีกต่อไป

ดังตัวอย่าง นายตำรวจยศพันตำรวจเอก นาม สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา  จ.ยะลา ที่รับราชการด้วยความเสียสละอย่างซื่อสัตย์มาตลอด 40 ปี ออกมาขอความเมตตาในการย้ายสถานที่รับราชการเพื่อเป็นรางวัลในบั้นปลายชีวิตสำหรับครอบครัว และเป็นตัวอย่างของการทำงานประเภท “ทำดีได้ดี” ให้เป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นต่อ ๆ ไป

แต่ผลที่ได้รับ คือความดีที่ล่าช้าออกไป จนกระทั่งไม่นานหลังจากนั้นท่านนายตำรวจผู้นี้ก็เสียชีวิตลง รางวัลจึงค่อยมาถึง พร้อมกับยศพลตำรวจเอก (เลื่อนขั้น 7 ขั้น!)

ช่างน่าเสียดายที่ท่านไม่ได้รับสิ่งดีนี้ในยามที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่!

แต่ยังนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม ราชินีนาถ ทรงพระราชทานของที่ระลึกและประทานนามสกุลใหม่ให้ครอบครัวว่า “ภูวพงษ์พิทักษ์”   หมายถึง “ตระกูลผู้รักษาแผ่นดิน” มี พ.ต.อ. สมเพียร เป็นต้นตระกูล!

ดังนั้น ขอฝากข้อคิดตอนหนึ่งทิ้งท้ายไว้ว่า..

“การทำดี ถูกที่  นั้นมีค่า

การทำดี  ถูกเวลา  ค่ามหันต์

การทำดี  ถูกบุคคล  ผลอนันต์

การทำดี  ด้วยความหมั่น  นั่นแหละดีฯ”

วันนี้ คุณได้ทำดีกับคนบางคนอย่างถูกที่ ถูกเวลา แล้วหรือยัง?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พรุ่งนี้อย่าลืมมาฟังคำเทศนาดีๆด้วยกันจาก ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
  • อธิษฐานเผื่อหลายคนที่มีภาระหนัก มาโบสถ์ไม่สม่ำเสมอ ขอให้สามารถเข้ามาพึ่งพิงพระเจ้าได้ 
  • ขอพระเจ้าทำงานในจิตใจคนไทยให้แยกแยะผิดถูก ดีชั่วออก ให้หยุดยุติทำลายหรือทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง เพราะผู้ใดหว่านสิ่งใด จะได้เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
  • ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคนนะคะ พรุ่งนี้เจอกันที่คริสตจักรค่ะ 
 Posted by at 10:10 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)