มี.ค. 262010
 

ผมเห็นด้วยกับ มหาตมะ คานธี (1869-1948) ที่กล่าวไว้ว่า …

“คนอ่อนแอให้อภัยใครไม่ได้  การให้อภัยเป็นคุณลักษณะของคนเข้มแข็ง”

(The weak can never forgive. Forgiveness is the attribute of the strong.)

คำว่า “อภัย” หมายความว่า “ยกโทษให้ ไม่เอาผิด”    “อภัยโทษ” = “ยกโทษให้”

คนไทยชื่นชมบุคคลที่สามารถให้อภัยโทษแก่ผู้อื่น และเรียกการยกโทษนั้นว่า “อภัยทาน” ซึ่งหมายความว่า “การให้อภัยเป็นทาน”

คนที่จะยกโทษให้คนอื่นได้ง่ายนั้นปกติมักจะเป็นคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี แต่คนที่ยกโทษให้ผู้อื่นได้ยากนั้น มักเป็นคนที่ต้องการเสริมสร้างวุฒิภาวะทางอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำได้ก็โดยการพัฒนาความสัมพันธ์ให้เข้าสนิทกับพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักเมตตาและทรงให้อภัยโทษแก่มวลมนุษย์ทุกคนอยู่เสมอ!

ดังนั้น ยิ่งเราใกล้ชิดกับพระเจ้ามากเท่าไร เราก็จะยิ่งตระหนักถึงความอ่อนแอและความบาปของตัวเองมากเท่านั้น  อันเป็นเหตุทำให้เรารู้สึกสำนึกในความ “ยากจน” หรือ “อนาถา” ในฝ่ายจิตวิญญาณของเรามากขึ้น และเสียใจกับ “ความไม่เอาไหน” ของเรา และมอง “ความไม่เอาไหน” ของคนอื่นน้อยลง! หากเรามองเห็นแต่ “ความบกพร่อง” ของคนอื่นมากเท่าไร นั่นแสดงว่าเรามองไม่เห็น “สภาพอันน่าสังเวช” ของตัวเรา เพราะตาของเราถูกบดบังด้วย “ผงในตาพี่น้อง” จนเรามองไม่เห็น “ไม้ซุงทั้งท่อนในตาของเราเอง!” พระเยซูคริสต์ตรัสถามว่า..“เหตุไฉนท่านมองดูผงที่ในตาพี่น้องของท่าน แต่ไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่าน ท่านก็ไม่รู้สึก” (มธ.7:3)

เราจงระวังให้ดี… เวลาที่เรามองเห็นแต่ “ความผิดพลาด” ของผู้อื่น เราจะเกิดโทสะ และความโกรธนั้นจะทำให้เราปิดนัยน์ตา  แต่เปิดปากบริภาษใส่เขาอย่างลืมตัวลืมตน จนคนรอบตัวของเราอาจตกใจในความรุนแรงแห่งโมหะของเรา! ออกอาการดังที่คุณหญิงบุญสิริ ชวลิตธำรง เคยประพันธ์ไว้ว่า …

“คนโกรธปิดนัยน์ตา ได้แต่อ้าปากโวยวาย ผู้คนตื่นตกใจ เพราะเธอไร้สติคุม”

(An angry man opens his mouth, and shuts up his eyes.)

แต่หากเราได้สติและเข้ามาใกล้ชิดกับองค์พระเจ้ามากเท่าไร พระองค์จะทรงเมตตาช่วยให้เรามองเห็น “สภาพอันน่าอเน็จอนาถ” ของเราได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น จน “ความไม่เอาไหน” ของพี่น้องของเราจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากตาของเรา เพราะ “ความไม่เอาไหน” ของเรานั้นใหญ่มหึมาจนกลบลบความไม่เข้าท่าของพวกเขาเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น! และหากว่าเราได้รับการอภัยโทษจากพระเจ้าสำหรับความผิดพลาดทั้งหลายของเรา และได้รับการเสริมกำลังจากพระองค์ให้เข้มแข็งมากขึ้นแล้ว ก็ให้เรากระทำต่อคนที่ทำให้เราเจ็บปวดหรือเสียใจโดยการกระทำตามแบบอย่างของพระองค์ นั่นคือ      จงให้อภัยแก่เขาด้วย! ดังพระวจนะของพระเจ้าที่กำชับไว้ดังนี้

“จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน  องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน (โคโลสี 3:13)

ข้อเตือนภัย!

…หากวันนี้เรายังกระทำดังคำกำชับข้างต้นไม่ได้ นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยฝ่ายจิตวิญญาณของเราแล้วว่า “แบตเตอรี่ฝ่ายวิญญาณ” ของเรากำลังอ่อน เราต้องรีบเข้าหาพระเจ้าและขอให้พระองค์ทรงเติม (หรือชาร์จ) แบตฯ ของเราให้เต็มโดยด่วนเพื่อเราจะกลับเป็นคนเข้มแข็ง (ทางอารมณ์) อย่างที่พระเจ้าทรงประสงค์เหมือนยอดมนุษย์ที่อ่อนพลังลงและสำนึกได้ว่าเรากำลังเสียเวลาและพลังงานไปกับศัตรูตัวปลอมแล้วรีบเหาะขึ้นไปรับพลังแสงอาทิตย์ก่อนจะกลับลงมาต่อสู้กับเหล่าศัตรู (แท้จริง) ต่อไป!

…หากวันนี้คุณกำลังโกรธแค้นพี่น้องของคุณจนให้อภัยเขาหรือเธอไม่ได้ และคุณเสียอารมณ์  ความรู้สึก รวมทั้งพลังงานความคิดไปกับการพยายามเล่นงานหรือจัดการกับเขามากเกินไป คุณรู้หรือไม่ว่า คุณกำลังสู้กับศัตรูผิดตัวไปอย่างน่าเสียดาย!  เพราะศัตรูของคุณมีเพียงผู้เดียว คือ มารร้ายไม่ใช่พี่น้องหญิงชายของคุณ!

…แต่หากคุณรู้ตัวและกลับตัวทัน โดยเข้าหาพระเจ้าขอพระเมตตากรุณาและอภัยให้แก่พวกเขา คุณจะสอบผ่านการทดสอบและเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณขึ้นอีกระดับหนึ่ง และการกระทำดังที่ว่านี้ของคุณ จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณได้กลายเป็นบุคคลเข้มแข็งอย่างที่พระเจ้าทรงปรารถนาและทรงภาคภูมิพระทัย!

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เสาร์นี้ไม่งดชั้นเรียน Sing & Join แต่ถ้าน้องๆที่ต้องเดินทางผ่านโซนอันตราย ก็ให้อยู่ที่บ้านนะคะ
  • อธิษฐานเผื่อการเตรียมงานฉลองครบรอบ 7 ปีในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน เราจะมีซีดีเพลงขาย เป็นเพลงที่แต่งและร้องโดยพวกเราในคริสตจักร มี MV เพลง Seven ด้วย ขายไม่แพง เงินที่ได้จะเป็นค่าใช้จ่ายทำละครหุ่นมือ ค.จ.เด็ก เตรียมสตางค์กันไว้ด้วยนะคะ
  • อธิษฐานปกป้องประเทศไทยอย่าให้มีการเสียเลือดเนื้อ หรือทรัพย์สิน หรือมีเรื่องร้ายแรงใดๆเกิดขึ้น รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากสำหรับคนที่ทำมาหากินในกรุงเทพฯด้วย
  • พรุ่งนี้เจอกันที่โบสถ์นะคะ พระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 10:27 pm

  2 Responses to “อ่อนแอหรือเข้มแข็ง?”

  1. เพิ่งกลับจากงานฉลองครบรอบ 20 ปีคริสตจักรเมืองกาญจนบุรี…

  2. เราอาจเปลี่ยนแปลงคนอื่นไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเราเองได้ เปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติของตัวเองได้ และเมื่อเราเปลี่ยน เราอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า คนอื่นก็อาจเปลี่ยนแปลงท่าทีที่มีต่อเราแล้วด้วยเช่นกัน ดังนั้นการคิดทบทวนถึงสิ่งที่เราเป็นภายในยังคงจำเป็น และต้องมีวินัยในการทบทวนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

    เมื่อเราเริ่มเปลี่ยน…ทุกอย่างรอบตัวเราก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

    และท่านมั่นใจว่า ท่านเป็นผู้จูงคนตาบอด เป็นความสว่างให้แก่คนทั้งหลายที่อยู่ในความมืด
    (โรม 2:19)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)