เม.ย. 052010
 

“…คนฟีลิสเตียผู้มิได้เข้าสุหนัตคนนี้คือใครเล่า เขาจึงมาท้าทายกองทัพของพระเจ้าอยู่”” (1ซามูเอล 17:26ข)

ตั้งแต่เป็นเด็กมาฉันหลงรักเรื่องดาวิดและยักษ์โกลิอัท เคยอ่านจากในหนังสือนิทาน และเมื่อมาที่โบสถ์คุณครูรวีก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังพร้อมภาพสวยๆประกอบ ฉันจินตนาการถึงดาวิดหนุ่มน้อยเด็กเลี้ยงแกะ ที่กล้ายืนประจัญหน้ากับยักษ์โกลิอัท ในมือมีเพียงสลิงก้อนหินเท่านั้น ขณะที่ทั้งกองทัพอิสราเอลกลัวกันจนตัวสั่น

… วิ้ว..วิ้ว…วิ้ว ดาวิดเหวี่ยงสลิงไปมาอยู่เหนือศีรษะ ก่อนใช้กำลังสุดแรง เหวี่ยงก้อนหินนั้นไปที่โกลิอัท โดนเป้าหมายเข้าอย่างจัง!!! ยักษ์ใหญ่นั้นล้มลงทันที และดาวิดได้รับชัยชนะ

เป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเพียงเรื่องเล่าในหนังสือเท่านั้น หรือมีสิ่งใดที่เราเรียนรู้ได้จากเรื่องนี้? เมื่อฉันอ่าน 1ซามูเอล บทที่ 17 มีบางสิ่งโดดเด่นขึ้นมา ประการแรก – ดาวิดไม่เคยคิดจะไปรบกับใครเลยในวันนั้น เพียงแต่ถูกใช้ให้เอาอาหารไปส่งพี่ชายที่สนามรบ ท่านเป็นเพียงคนที่ยืนดูอยู่ขอบสนาม แต่เมื่อได้เข้าไปใกล้ จึงตระหนักได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านได้ยินเสียงโกลิอัทตะโกนก้อง ร้องท้าให้ออกมาสู้ บางสิ่งเร้าอยู่ในจิตใจ ท่านต้องการให้ใครสักคนอธิบายให้ฟังว่าฟิลิสเตียผู้นี้เป็นใครกัน ทำไมไม่มีใครจัดการอะไรได้

ในที่สุดดาวิดก็ถามขึ้นมาอย่างโกรธจัดว่า “…คนฟีลิสเตียผู้มิได้เข้าสุหนัตคนนี้คือใครเล่า เขาจึงมาท้าทายกองทัพของพระเจ้าอยู่”” ดาวิดไม่ได้โกรธเพราะตัวเองหรือพี่ชายถูกข่มขู่ ท่านโกรธเพราะมีคนต่างชาติกล้าที่จะมาหยามหน้าผู้ที่พระเจ้าเลือกไว้

เมื่อมืออาชีพไม่คิดจะกล้าทำอะไร ดาวิด – มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในฤทธิ์อำนาจและการปกป้องของพระเจ้า ท่านนำก้อนหินเล็กๆห้าก้อนใส่ไปในย่าม และไปยืนต่อหน้าเจ้ายักษ์นั้น ดาวิดพูดอย่างเรียบๆว่า “ท่านมาหาข้าพเจ้าด้วยดาบ ด้วยหอกและด้วยหอกซัด แต่ข้าพเจ้ามาหาท่านในพระนามแห่งพระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าแห่งกองทัพอิสราเอล ผู้ซึ่งท่านได้ท้าทายนั้น” (1ซามูเอล 17:45)

เราอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกๆในประวัติศาสตร์ ไม่เกี่ยวกับพวกเราในสมัยนี้ ยกเว้นแต่มีหลักการของพระคัมภีร์อยู่สองประการ 1) ดาวิดเป็นผู้ที่พระเจ้าชอบใจ (กิจการ 13:22) และ 2) พระเจ้าเป็นพระเจ้าที่ไม่เคยผันแปร (มาลาคี 3:6)

ถึงแม้พระเยซูทรงเรียกเราให้มาดำเนินชีวิตแห่งการให้อภัยและมีเมตตา ถึงแม้พระองค์ไม่อาจทนต่อบรรดาผู้ที่ดูหมิ่นพระวิหารของพระเจ้า พระองค์ทรงมีความชอบธรรมทุกประการเมื่อล้มโต๊ะและขับไล่บรรดาคนที่มาแลกเงิน และมาขายนกพิราบในบริเวณพระวิหาร กล่าวประนามพวกเขาว่ามาทำให้นิเวศของพระบิดาเป็น “ถ้ำโจร” (มาระโก 11:17) พระคัมภีร์บันทึกเรื่องราวมากมายของผู้คนที่มีความกล้าด้านศีลธรรม คนเหล่านี้ทราบดีว่าสิ่งใดถูกต้อง และกล้าที่จะยืนหยัดถึงแม้จะมีความกลัว พวกเขาไม่ได้สมบูรณ์พร้อม แต่วีรบุรุษแห่งความเชื่อนี้ไม่ได้มองเห็นเรื่องการอยุติธรรมว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่พวกเขามองว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้า

เป็นการง่ายที่เราจะมีชีวิตผ่านๆไปวันๆแบบคลุมเครือ ลูกหลานของเรากำลังต่อสู้กับศีลธรรมรอบด้านที่เสื่อมโทรมลง จึงเป็นการท้าทายให้พวกเราในฐานะพ่อแม่ ที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นเป็นวีรบุรุษแห่งความเชื่อ กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราอยู่ในโลกที่จำเป็นต้องได้รับการสัมผัสโดยมือของคนของพระเจ้า เราไม่อาจยืนอยู่ที่ขอบสนาม โดยหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

ในฐานะพ่อแม่เราจำต้องปลูกฝังความกล้าลงไปในเด็ก ให้พวกเขากล้าที่จะก้าวออกมาด้วยความเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้จะเสี่ยงก็ตาม เราไม่สามารถเรียนรู้เรื่องศีลธรรมจากในหนังสือ เราจะเรียนรู้ได้โดยต้องใช้ความกล้าลงมือทำ เมื่อกล้าครั้งแรก ก็จะกล้าทำครั้งต่อๆไป ขอพระเจ้าอวยพระพร

.

.

โดย: Glynnis Whitwer

จาก: Encouragement for Today

Website: www.crosswalk.com/

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • จากละครหุ่นมือเด็กเรื่อง “ดาวิด VS โกลิอัท” ที่แสดงไปเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนบางสิ่งโดยเฉพาะคำว่า “คนฟีลิสเตียผู้มิได้เข้าสุหนัตคนนี้คือใครเล่า เขาจึงมาท้าทายกองทัพของพระเจ้าอยู่??”  อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์บ้านเมืองของเรา ขอพระเจ้าเมตตาที่คนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้นำจะกล้าทำในสิ่งที่ชอบธรรม
  • อธิษฐานเผื่อสถานการณ์ในประเทศไทย ในกทม. และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรากำลังรับผลสิ่งที่คนไทยหว่านสั่งสมไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  ขอพระเจ้าเมตตาฟังคำอธิษฐานจากพี่น้องผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ทุกท่าน
  • อธิษฐานเผื่อเด็กๆในครอบครัวตริสเตียน ที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูกให้อยู่ในทางของพระเจ้าด้วยค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพระพรและพิทักษ์รักษาค่ะ
 Posted by at 9:22 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)