การจัดเตรียมของพระเจ้า

สวัสดีค่ะ  (18 พฤษภาคม 2010)

เมื่อตอนสงกรานต์ คุณพ่อของพี่เอกไม่สบายกะทันหัน เป็นวันแรกของวันหยุดยาวพอดี คือวันที่ 13 เมษายน  ที่จริงวันนั้นแหม่มต้องไปสุพรรณบุรีกับพี่ๆที่โบสถ์ ไปเที่ยวพักผ่อนกัน แต่แหม่มเปลี่ยนใจไม่ไป อยู่บ้านพักผ่อนดีกว่า

ตอนเช้า คุณพ่อก็ร่างกายปกติดี เดินเหิน ทานอาหาร ตรวจตราต้นไม้รอบๆบ้านแบบชิว ๆ ตกบ่าย ขณะที่คุณพ่อทานอาหาร ก็เกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน  เป็นอัมพาตไปซีกหนึ่ง ขยับเขยื้อนไม่ได้ได้ พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอนนั้น พี่สาวพี่เอกมาเยี่ยมพอดี พอเข้าไปสวัสดีจึงได้รู้ว่าคุณพ่ออาการกำเริบ

ตอนแรกเราพาไปโรงพยาบาลที่รักษาประจำแถวบ้าน แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด คุณหมอประจำเฉพาะทางไม่มี มีแต่หมอเวร เสียเวลาพูดคุยและซักถามกันเกือบ 3 ชม. สรุปไม่ได้ว่าจะเอายังไงดี คุณหมอเวรจะให้เข้าพักที่ ร.พ. แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าพักกี่วัน และจะรักษาอย่างไร เพราะคุณหมอประจำไม่อยู่ ต้องรอจนกลับมาหลังสงกรานต์ พี่สาวพี่เอกและแหม่มเห็นพ้องต้องกันว่าเสี่ยงเกินไป จำได้ว่าตอนนั้นวุ่นวายมากพอควร เพราะไม่รู้จริงๆว่าจะทำอย่างไรดี พี่สาวพี่เอกพยายามโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ และขอคำแนะนำจากเพื่อนๆด้วย เผื่อทำอะไรได้บ้าง

แหม่มโทรบอกพี่เอกว่าคุณพ่อป่วยมาก แต่ไม่ต้องกังวล เรากำลังหาทางพาคุณพ่อไปรักษา หลังจากนั้นก็นึกได้ว่าพี่ป้อง (หญิง) รู้จักกับ อ.หมอภากร ลองโทรหาดีกว่าเผื่อจะแนะนำอะไรได้บ้าง พี่ป้องโทรกลับมาว่าติดต่อคุณหมอภากรไม่ได้ แต่แนะนำให้ไป ร.พ. จุฬาฯ เพราะเป็นวันหยุด ประตูด้านฉุกเฉินเปิดด้านเดียว ไปเดี๋ยวนี้เลย ตอนนั้นพี่แอน (นันทนา) ได้ทราบข่าวก็โทรมาหา และแนะนำเพิ่มเติมว่า โทรไปหาพี่ติ๋มพยาบาลจุฬาผู้แสนดีของเราสิ เผื่อแนะนำอะไรได้บ้าง

แหม่มและพี่สาวจึงตัดสินใจไป ร.พ. จุฬา ทันที ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่ง ที่ ร.พ. จุฬาคนเยอะมาก ดูเหมือนจะยากถ้าจะต้องเข้าเป็นคนไข้และนอนพัก เพราะปกติมีคนไข้มารักษาเยอะมากในแต่ละวัน แต่ในวันนั้น ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามหมด คนไข้น้อยมาก บรรยากาศเหมือน ร.พ. เอกชน  ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม. คุณพ่อสามารถขึ้นไปนอนรักษาอยู่ในตึกผู้ป่วยเฉพาะทางเกี่ยวกับระบบประสาทและสมองได้อย่างเรียบร้อย ตอนอยู่ในห้องฉุกเฉินมีหมอและแพทย์ฝึกหัดเต็มไปหมด มีหมอประมาณ6-7คน มาห้อมล้อมคุณพ่อและพวกเราเพื่อสอบถามถึงอาการต่างๆ เสมือนหนึ่งเป็นญาติสนิท!! …วันนั้นถ้าไม่เพราะพระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียม แหม่มเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง กังวล สับสน ตื่นตระหนก คิดอะไรไม่ออก มันรวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ขอบคุณพี่น้องที่คริสตจักร ไม่ว่าจะเป็นพี่ปุ๊ พี่สา พี่นุ้ย พี่หลุยส์ พี่แอน น้องโบ น้องแป้ง น้องจ้า ที่ไปเยี่ยมและอธิษฐาน  รวมถึงพี่ป้องหญิงและพี่ติ๋มที่แนะนำและให้ความช่วยเหลือในวันแรกที่ไป ร.พ. บอกได้คำเดียวว่าพระเจ้าเท่านั้นจริง ๆ ที่สามารถทำให้ทุกอย่างราบรื่น และได้คุณหมอที่เก่ง ภายในวันรุ่งขึ้น คุณพ่อก็สามารถลุกนั่ง หน้าตาสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่พี่น้องที่ไปเยี่ยมต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณพ่อดูหนุ่ม ไม่แก่เลยถึงแม้อายุจะ 87 แล้วก็ตาม ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ค่ะ

จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้าและอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้าและพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น (สุภาษิต 3: 5-6)

.

.

.

.

.

(CJ แหม่ม – สุจินดา ฉัตรทอง)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พอคุณพ่อเอกหายดีออกจากโรงพยาบาลจุฬาได้ไม่กี่วัน ก็เกิดเรื่องที่ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปใน ร.พ. เราได้แต่สรรเสริญพระเจ้าถึงการจัดเตรียมอันดีเลิศของพระองค์
  • จำได้ว่าวันที่ไปเยี่ยม บนห้องพักคนไข้ หนวกหูมากจากเสียงลำโพงปลุกระดมที่หันปากลำโพงมายังโรงพยาบาล สงสารคนไข้ หมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ๆต้องทำงานใน ร.พ.มาก
  • อธิษฐานเพื่อบ้านเมืองของเราต่อไปค่ะ ขอพระเจ้าเมตตา

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.