มิ.ย. 072010
 

เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมายอมรับว่าฉันเครียดมากๆ ถึงแม้จะอยู่ที่อเมริกาก็ตาม แต่ตาของฉันคอยจับจ้องดูข่าวในประเทศไทยจนม่อยหลับคาคอมฯเกือบทุกคืน โดยเฉพาะตอนที่ศ.อ.ฉ. สั่งกระชับพื้นที่เพื่อขอสี่แยกราชประสงค์คืนจากผู้ชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งทำให้ผู้ชุมนุมโกรธแค้น เผายางรถยนต์ ศูนย์การค้า ตึกรามบ้านช่อง รวมทั้งศาลากลางจังหวัดหลายแห่ง ฉันเห็นแล้วรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง น้ำตาคลอที่เห็นประเทศไทยที่ฉันรักมากกำลังถูกเผาทำลายโดยปราศจากการช่วยเหลือใดๆ แน่นอน!ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ คนไทยทุกคนรวมทั้งคนไข้คนไทยที่คลีนิคของฉัน ต่างเป็นห่วงประเทศไทยจนอดหลับอดนอนแทบทุกคน  เมื่อปลายปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ Central World เป็นครั้งแรก แต่ได้ไปแค่แป๊บเดียว น่าเสียดายที่จะไม่มีโอกาสไปเดินเที่ยวที่นั่นอีกเพราะมันถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว

ฉันเห็นประชาชนร้องไห้เศร้าโศกกับการสูญเสียญาติสนิท มิตรสหาย ร้านค้า รวมทั้งทรัพย์สมบัติสิ่งของที่เก็บหามาทั้งชีวิต ถูกเผาทำลายหมด โดยไม่สามารถรับการชดใช้จากประกันภัยเพราะมันเป็นวินาศกรรม ไม่ใช่ภัยจากธรรมชาติ  ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาดังๆแทนคนเหล่านั้น เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกต่างๆมากมายที่ผสมปนกันจนบอกไม่ถูก  ฉันคิดว่าคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งคนไทยที่อยู่ตามต่างประเทศทั่วทุกมุมโลกคงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน และถ้าประเทศไทยสามารถมีความรู้สึกสัมผัสได้ ฉันแน่ใจว่าในวันนั้น…วันที่ประเทศไทยถูกเผา…มันคงจะร้องไห้อย่างขมขื่นแน่ๆ  แต่ในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า “การร้องไห้”…เป็นสัญลักษณ์แห่งความอ่อนแอ อ.เปาโลให้กำลังใจคริสเตียนว่า “จงชื่นชมยินดีร่วมกับผู้ที่ชื่นชมยินดี จงโศกเศร้าร่วมกับผู้ที่โศกเศร้า” (โรม12:15)

เหตุการณ์นี้สอนให้ฉันเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ยั่งยืนและแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของหรือทรัพย์สมบัติที่เราเห็น หรือมีในวันนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้มันอาจจะอันตรธานหายไปได้หมด แล้วเรามัวทำงานหนักทุกวันเพื่อได้สิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนเหล่านี้หรือ? เป้าหมายชีวิตของคนส่วนใหญ่คือการเรียนจบให้สูงๆเพื่อได้งานดีๆที่ทำเงินมากๆ แต่ทั้งชีวิตต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบ้าน ค่ารถที่แพงๆ  แล้ววันหนึ่งถ้าสมบัติเหล่านี้ที่สะสมมานานอันตรธานหายไป เหมือนในวันนั้นที่ประเทศไทยถูกเผา แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่เราต้องตรากตรำทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดชีวิตเพื่อสิ่งเหล่านี้  แล้วอะไรที่มันยั่งยืนถาวรล่ะ? คงมีแต่ความรักของพระเจ้าและชีวิตนิรันดร์ที่พระเยซูคริสต์ให้กับเราเท่านั้นที่ยั่งยืนถาวร!

บทเรียนจากนางฮักการ์:- นางฮักการ์คิดว่าตัวเองและลูกชายต้องตายเพราะความหิวและกระหายน้ำ “และขณะนั่งอยู่ที่นั่น นาง(ฮาการ์)ร้องไห้สะอึกสะอื้น”(ปฐมกาล 21:16) แต่ทูตสวรรค์ของ พระเจ้าได้มาช่วยเหลือเขาและลูกชายของเขา  ถึงแม้ในวันนั้นในขณะประเทศไทยกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอัคคีภัยที่กำลังเผาผลาญประเทศไทยอย่างไร้ปราณี  แต่ด้วยคำอธิษฐานของคริสเตียนในประเทศไทยและทั่วโลก พระเจ้าได้ส่ง…ทูตสวรรค์มาช่วยเหลือประเทศไทย…ช่วยให้ค้นพบระเบิดต่างๆ และช่วยทำให้ระเบิดด้านไม่สามารถทำงานได้ (เช่นคาร์บอมและระเบิดอื่นๆมากมายที่ถูกซ่อนหรือฝังไว้ทั่วกรุงเทพฯ) มิฉะนั้นระเบิดเหล่านั้นจะทำลายเผาผลาญทั้งกรุงเทพฯให้เป็นทะเลเพลิง!!

จากวันนั้นทำให้ฉันรู้แน่ว่า.“พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมเสมอในยามทุกข์ร้อน ฉะนั้นเราจะไม่กลัว ถึงแม้โลกจะสั่นสะเทือน และภูเขาทลายราบลงสู่ใจกลางทะเล ถึงแม้มหาสมุทรคำรามก้อง และซัดคลื่นเป็นฟองฟูฟ่อง และภูเขาสะเทือนเลื่อนลั่น….พระเจ้าสถิตในนคร นครนั้นจะไม่ล่มสลาย พระเจ้าจะทรงช่วยในยามรุ่งอรุณพระองค์ทรงกระทำให้สงครามยุติทั่วโลก ทรงหักคันธนู และทำให้หอกหักสะบั้น พระองค์ทรงเผาโล่ จงนิ่งสงบและรู้ว่าเราเป็นพระเจ้า…..พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์สถิตกับเรา พระเจ้าของยาโคบทรงเป็นป้อมปราการของเรา”(สดุดี 46)

ใน 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันสนใจฟังแต่ข่าวร้ายๆที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย แต่บ่อยครั้งที่ลืมหรือไม่ค่อยสนใจหรือใส่ใจในข่าวดีๆที่พระเจ้าพยายามบอกเราโดยผ่านพระเยซูคริสต์ ข่าวดีที่สุดก็คือ − ทุกคนที่ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแล้ว เราได้รับประกันด้วยโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่

หลั่งบนไม้กางเขน ว่าเราจะมีชีวิตนิรันดร์“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”(ยอห์น 3:16)

ไชโย! เราจะได้ไปสวรรค์และอยู่กับพระองค์ตลอดๆไป ที่นั่นเราไม่ต้องร้องไห้ เศร้าโศก หรือเสียใจอีกแล้ว  อ.ยอห์นบอกเราว่า บนสวรรค์ ทุกสาเหตุที่ทำให้เราเศร้าโศกเสียใจจะหายไปหมด เพราะว่า “พระองค์จะซับน้ำตาทุกๆหยดของพวกเขา จะไม่มีความตาย หรือการคร่ำครวญ หรือการร่ำไห้ หรือความจ็บปวดรวดร้าวอีกต่อไป เพราะระบบเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว” (วิวรณ์ 21:4)

ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจ๋า! เธอไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไปแล้ว!

(คุณหมอสุจิต ตู้สิริ USA)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงฟังคำอธิษฐานของพี่น้องคริสเตียนไทยทั่วโลก และทรงตอบคำอธิษฐานของพวกเรา ทำให้เราฝ่าวิกฤติของประเทศไทยมาได้ เราคงต้องอธิษฐานต่อไปเพื่อการพลิกฟื้นผืนแผ่นดินนี้ให้คืนสู่สภาพดีกว่าเดิม
  • อธิษฐานเผื่อคุณหมอสุด้วย ที่ทำงานประกาศอย่างแข็งขันในทุกที่ๆมีโอกาสได้ไป ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทำพันธกิจต่างๆที่ตั้งใจไว้ให้เกิดผล – ขอพระเจ้าอวยพระพรค่ะ
 Posted by at 10:04 pm

  One Response to “วันที่ประเทศไทยร้องไห้”

  1. หมอสุ–หลุยอยากบอกว่าเมือ่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในประเทศแล้ว พี่น้องชาวไทยรักกันมากขึ้นนะเช่น ใส่เสื้อรักประเทศไทยที่มีขาย
    จนหาซื้อไม่ได้เลย และทั่งภาครัฐ/ภาคเอกชน ก็จัดหาที่ให้ผู้ประสบภัยฯขายของต่างๆ โดยการปิดถนนสีลม/ทองหล่อ/อังรีดูนัง
    เป็นต้น หลุย/ พี่สาไปอุดหนุนซื้อของกันทุกอาทิตย์เลย และคนแน่นมากๆๆๆ เชื่อแล้ว-คนไทยหันกลับมารักกันได้ ตามคำอธิษบาน ของชาวคริเตียน –ขอบคุณพระเจ้า

    ด้วยความรักในพระคริสต์

    หลุย

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)