มิ.ย. 152010
 

เวสป้า คู่ชีพ ของคุณพ่อพี่เอก มาช้านาน !!!!

สวัสดีค่ะ พี่น้องที่รักในพระคริสต์ (15 มิถุนายน 2010)

หลังจากที่ครูแหม่มหายหน้าหายตาไปนาน วันนี้กลับมา อยากแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆให้ฟังค่ะ

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย. แหม่มและพี่เอกมีนัดกับ อ.ธงชัย ตอน 11.00 น. ที่ บีเอสซี สี่แยกพญาไท เนื่องจากเราไม่มีรถ พี่เอกจึงเอาเวสป้าของคุณพ่อพี่เอกที่มีอายุราวๆ 40 กว่าปีเห็นจะได้มาขี่ เป็นไอเดียของแหม่มเองค่ะ เพื่อเป็นยานพาหนะใช้เดินทางจากบ้านแถวพัฒนาการไปสี่แยกพญาไท

ลองดูสภาพตามรูปนะคะ พี่เอกเองก็เป็นห่วงว่าแหม่มจะนั่งซ้อนไปไหวไหม เพราะระยะทางก็เอาเรื่อง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้แหม่มรู้สึกวิตกหรือคิดว่าลำบากแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่าน่าสนุกดี ถ้ากลัวร้อนก็เอาผ้าพันคอ (ซึ่งปกติก็พกติดตัวอยู่แล้ว ถ้าใครสังเกตไม่ว่าจะร้อนจะหนาว ไม่รู้ทำไม แหม่มต้องมีผ้าพันคอ) และใส่แว่นตากันแดด น่าจะพอไหว

ระหว่างที่เราสองคนขี่ไปตามถนนพระรามเก้า เพื่อจะไปขึ้นสะพานราชปรารภตรงสู่เป้าหมาย ขณะตัดเข้าถนนเลียบ อาร์ ซี เอ ก็เจอด่านตำรวจกำลังตรวจจับมอเตอร์ไซด์อยู่

ทันใดนั้น มีนายตำรวจท่านหนึ่งโบกมือพร้อมยื่นแขนออกมากั้นไว้ และร้องเสียงดังว่า “หยุด” ตอนนั้นแหม่มคิดในใจว่า “แย่แล้ว งานเข้าแล้ว” เพราะคนซ้อนท้ายคือแหม่ม ไม่ได้ใส่หมวกกันน๊อค มีแต่ผ้าพันคอ (ลายดาวกระจาย) ที่พันคลุมหัว ปิดหู ปิดตา และยังใส่แว่นตาดำอีก ส่วนพี่เอกเอง ใบขับขี่จักรยานยนต์ก็ไม่มี งานนี้ยาวแน่ๆ แล้วเราจะทำยังไงดี เงินก็ยิ่งไม่ค่อยมี แถมคงไปไม่ทันนัด อ. ธงชัย แน่นอน

ขณะที่ตำรวจถาม แหม่มได้ยินเสียงพี่เอกตอบไปว่า “จะไปโบสถ์ครับ อยู่สี่แยกพญาไท โบสถ์นิมิตใหม่ บีเอสซี น่ะครับ”

ตำรวจท่านนั้นก็ ตอบเสียงเข้มกลับมาว่า “ไปโบสถ์ !!! อืม… อะ ไป ไป”

ขอบคุณพระเจ้า (เราสองคนนึกในใจ) แล้วพี่เอกก็ กล่าวขอบคุณตำรวจท่านนั้น และสตาร์ทเวสป้า ขับมุ่งหน้าสู่บีเอสซี … ถึงแม้ว่าจะสายไปห้านาที แต่ระหว่างทางจากจุดตรวจจนถึงบีเอสซีนั้น  แหม่มเชื่อว่าเราทั้งสองคงมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน ในยามยากลำบาก แม้เราได้ฝ่าฝืนกฎจราจร  (เพราะแหม่มไม่มีหมวกกันน็อค และพี่เอกไม่มีใบขับบขี่มอเอตร์ไซด์) แต่พระเจ้าทรงพระเมตตา ไม่เคยทอดทิ้ง ทรงดูแลและเป็นห่วงเราเสมอ เหตุการณ์นี้ทำให้แหม่มรับรู้ได้ว่า พระองค์เพิ่มเติมความเชื่อมั่นให้กับเราทั้งสองว่าทรงเป็นพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทำไม่ได้ ขอเพียงให้เราเชื่อและวางใจเท่านั้น

พี่น้องที่รัก… แหม่มเชื่อว่า ในยามที่เศรษฐกิจ และบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้  ความกังวลต่าง ๆ อาจบั่นทอนความเชื่อของเรา โดยที่อาจรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว  อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย อธิษฐานขอให้พระเจ้าเพิ่มเติมความเชื่อให้กับเรา เหมือนอย่างเรื่องราวที่แหม่มได้เล่ามานี้

ทำให้แหม่มรู้ว่า ไม่ว่าชีวิตเราจะยากเย็นแสนเข็ญเท่าใด ให้เรามองไปที่พระเจ้าและพระพรอันยิ่งใหญ่ที่ซ้อนอยู่ เหมือนอย่างที่แหม่มไม่ได้เอาความลำบากในการเดินทางมาเป็นจุดโฟกัส แต่กลับมองว่า ได้นั่งเวสป้า โพกผ้า แว่นตาดำ ก็เป็นรสชาติของชีวิตไปอีกแบบหนึ่ง

จงปิติยินดีในพระเจ้า และพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์ และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ (สดุดี 37:4-5)

(CJ แหม่ม – สุจินดา ฉัตรทอง)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงเรื่องตลกสมัยเด็กๆที่พวกผู้ใหญ่เล่าสู่กันฟังเรื่อง “พี่ ๆ รู้จักเวสป้ามั้ยพี่??” เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักถามรุ่นป้าๆ อาๆได้เลย
  • ขอหนุนใจว่าความทุกข์ยากลำบากในโลกนี้เป็นเพียงชั่วคราว เทียบไม่ได้กับความสุขถาวรนิรันดร์บนแผ่นดินสวรรค์
  • จึงขอให้เรายึดมั่นต่อไปในความเชื่อ เพื่อเมื่อจากโลกนี้ไป จะไม่เสียดายเวลาที่ใช้ไปในโลกนี้แม้แต่หยดเดียว … เพราะเราได้ใช้ชีวิตที่คุ้มค่าจริงๆไปในการรับใช้พระเจ้า – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 7:58 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)