มิ.ย. 162010
 

เชิญทุกคนที่กระหาย จงมาถึงน้ำ และผู้ที่ไม่มีเงิน มาซื้อกินเถิด มาซื้อเหล้าองุ่นและน้ำนมเถิด โดยไม่ต้องเสียเงินเสียค่า ทำไมเจ้าจึงใช้เงินของเจ้าเพื่อของซึ่งไม่ใช่อาหาร และใช้ทรัพยากรซื้อสิ่งซึ่งมิให้อิ่มใจ จงเอาใจใส่ฟังเรา และรับประทานของดี และให้ตัวปีติยินดีในไขมัน เอียงหูของเจ้า และมาหาเรา จงฟัง เพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า อนุสนธิ์ ความรักอันมั่นคงแน่นอน ของเราต่อดาวิด” (อิสยาห์ 55:1-3)

ผู้หลักผู้ใหญ่ชอบสอนว่าเวลาอ่านพระคัมภีร์ต้องใคร่ครวญไปทีละประโยค ไม่ใช่อ่านเอาแต่ปริมานเพื่อจะได้ไปโม้  ก็ลองนำมาปฎิบัติ พออ่านเจอข้อพระคำด้านบน จึงค่อยๆคิดตามไปทีละประโยค สมองก็ล่องลอยไปเรื่อยๆ…. เอ!  เราเริ่มจ่ายเงินซื้อน้ำเปล่าดื่มตั้งแต่เมื่อไหร่?  ใช้เงินไปมากขนาดไหนแล้ว ซื้อน้ำพวกนี้? แถมยังเป็นตัวการช่วยเพิ่มขยะขวดเปล่าทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเสียอีก!!!

ตอนเป็นเด็กอยู่ที่บ้านตายาย จำได้ว่าที่บ้านจะมีตุ่มดินเย็นๆสีส้มๆ โอ่งมังกรสวยๆหลายสิบใบวางเรียงอยู่รอบบ้าน ทุกใบจะเต็มด้วยน้ำฝนที่รองเก็บไว้จากหลังคาบ้านเราเอง จากชายคาผ่านรางน้ำสังกะสีรุ่นทำเอง พาดลงไปเก็บตามตุ่ม ทิ้งไว้หลายๆวันจนตกตะกอน แม่ก็จะไปตักมากรอกใส่ขวดแก้ว (ขวดแม่โขงรีไซเคิล) เรียงเป็นแถวไว้ตามหลังตู้โต๊ะ เอาไว้ใช้ดื่มกิน ขอบคุณพระเจ้าที่เกิดทันได้ลิ้มรสน้ำฝน ที่ทั้งหอมเย็นและสดชื่นใจอธิบายไม่ถูก ที่สำคัญ เป็นน้ำดื่มฟรีที่พระเจ้าให้มาจากฟ้า ไม่ต้องหยอดเหรียญ

เพราะตุ่มพวกนี้แหละอดไม่ได้นึกถึงวีรกรรมยามเด็ก เคยยืนดูเมฆที่บนท้องฟ้า แล้วสงสัยว่ามันกลายเป็นน้ำมาอยู่ในตุ่มที่บ้านเราได้ยังไง (ตอนนั้นคิดว่าพวกผู้ใหญ่หลอก) ยามปลอดคน เลยเอาเก้าอี้ปีนไปเปิดฝาโอ่งมังกรดู … ก็เช่นเคยได้เรื่อง หัวทิ่มตกลงไปในโอ่ง มารู้ตัวอีกทีได้ยินเสียงแม่ร้องโวยวายเรียกคนมาช่วย ดึงตัวขึ้นมา…รอดตายอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เวลาใครมาบ้าน แม่ก็จะชี้โอ่งใบนั้นให้ดู พร้อมกับเล่าเรื่องเด็กตกโอ่งให้ฟัง (โอ่งมังกรใบนั้นยังอยู่ที่บ้านพี่ชายจนเดี๋ยวนี้  เป็นใบเดียวที่รอดจากไฟไหม้บ้านตายายมาได้อย่างอัศจรรย์)

เดี๋ยวนี้น้ำฟรีที่พระเจ้าประทานให้มาจากฟ้า ใช้ดื่มไม่ได้อีกต่อไป เต็มด้วยฝุ่น สารปนเปื้อน ควันพิษในอากาศ จนกลายเป็นฝนกรด ขืนกินเข้าไปคงตายแบบไม่ต้องตกตุ่ม…เราจึงต้องก้มหน้า “ควักกระเป๋า” ซื้อน้ำดื่มที่แสนแพงต่อไป โทษใครไม่ได้นอกจากพวกเรากันเองที่ทำให้อดของฟรี แต่พระคำข้อนี้พระเจ้าคงไม่ได้หมายถึงน้ำดื่มทั่วไป พระองค์กำลังเชิญผู้ที่กระหายน้ำฝ่ายวิญญาณ ให้มารับน้ำฟรีๆจากพระองค์เพื่อหล่อเลี้ยงและชุบชีวิตฝ่ายวิญญาณให้ไม่แห้งตายเพราะขาดน้ำ พระองค์ให้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงิน เชิญชวนกันมาขนาดนี้ มนุษย์ยังเมินเฉยเลย … ไม่ชอบของฟรี ดูไม่เลอเลิศสมศักดิ์ศรี.. มีสตางค์ซื้อเองได้ ใครจะทำไม? ผลก็คือ….แห้งตายฝ่ายวิญญาณ

ข้อพระคำด้านบน ยังมีคำถามที่น่าสนใจต่ออีกคือ ทำไมเจ้าจึงใช้เงินของเจ้าเพื่อของซึ่งไม่ใช่อาหาร… และใช้ทรัพยากรซื้อสิ่งซึ่งมิให้อิ่มใจ??”

เออ..นั่นสิทำไม? น่าใคร่ครวญ ตัวเองได้คำตอบบ้างแล้วหละ ใครได้แล้วลองส่งคำตอบตรงไปที่พระเจ้าละกัน   และก่อนจบ ประโยคเด็ดสุดท้าย เป็นพันธสัญญาที่อัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำตามถึงได้ –

จงเอาใจใส่ฟังเรา และรับประทานของดี และให้ตัวปีติยินดีในไขมัน เอียงหูของเจ้า และมาหาเรา จงฟัง เพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า อนุสนธิ์ ความรักอันมั่นคงแน่นอน ของเราต่อดาวิด” – ขอบคุณพระเจ้า

(CJ ป้านุ้ย)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • อันนี้เขียนตามการใคร่ครวญส่วนตัว และความรู้สึกเสียดายที่อดกินน้ำฝน ไม่มีหลักการใดๆ มีแต่คำขอบคุณพระเจ้าที่ดีกับเราอย่างเหลือเกิน
  • ไม่น่าเชื่อพระเจ้าประทานสิ่งดีให้เรามากมายตั้งแต่โบราณกาล พระองค์เพียงขอให้เราแค่เชื่อฟัง และทำตามเท่านั้น แต่ทำมั้ย เราถึงทำไม่ได้กัน จนทุกวันนี้??? … เออ นั่นสิ ทำไม?
  • ฝากอธิษฐานขอพระเจ้าส่งฝนไปยังท้องไร่ ท้องนา สวน เพื่อเกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้ พวกเขาทำงานหนักแต่ได้เงินเพียงน้อยนิด และถ้าฝนไม่ตกก็ต้องชักเนื้อตัวเองด้วย…ขอพระเจ้าเมตตา
 Posted by at 11:25 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.