มิ.ย. 302010
 

เย็นวันนั้น พระองค์ได้ตรัสแก่เหล่าสาวกทั้งหลายว่า “ให้พวกเราข้ามไปฝั่งฟากข้างโน้นเถิด” เมื่อลาประชาชนแล้ว เขาจึงเชิญพระองค์เสด็จไปในเรือที่พระองค์ประทับอยู่นั้น และมีเรืออื่นหลายลำไปด้วย และพายุใหญ่ได้บังเกิดขึ้น และคลื่นก็ซัดเข้าไปในเรือจนเรือจวนจะเต็มอยู่แล้ว ฝ่ายพระองค์บรรทมหนุนหมอนหลับอยู่ที่ท้ายเรือ เหล่าสาวกจึงมาปลุกพระองค์ทูลว่า “อาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังจะจมอยู่แล้ว ท่านไม่เป็นห่วงบ้างหรือ” พระองค์จึงทรงตื่นขึ้นห้ามลม และตรัสแก่ทะเลว่า “จงสงบเงียบซิ” แล้วลมก็หยุด คลื่นก็สงบเงียบทั่วไป พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “ทำไมเจ้ากลัว เจ้าไม่มีความเชื่อหรือ” ฝ่ายเขาก็เกรงกลัวนักหนา และพูดกันและกันว่า “ท่านนี้เป็นผู้ใดหนอ จนชั้นลมและทะเลก็เชื่อฟังท่าน” (มาระโก 4:35-41)

สวัสดีค่ะ (1 กรกฎาคม 2010)

พวกเราคงเป็นเหมือนกัน คืออ่านพระคัมภีร์บางตอนไปแล้วหลายครั้ง แต่พอกลับมาอ่านซ้ำอีก กลับได้พบสิ่งใหม่ๆที่คิดไม่ถึง  ราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อน พระคัมภีร์ตอนที่อยู่ด้านบนก็เช่นกัน จู่ๆก็เห็นบางสิ่งที่เหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน

ในวันอาทิตย์หนึ่ง ขณะฟังอาจารย์กำลังเทศนาที่โบสถ์ อาจารย์นำพระคำด้านบนมาใช้ ก็ฟังไปเรื่อยๆ แอบคิดว่าเรื่องนี้เคยฟังมาบ่อยแล้ว พอเดาๆได้ อาจารย์บอกให้พวกเราอ่านพระวจนะในมาระโก 4:35-41 ก็อ่านตามๆไป แต่จู่ๆก็มาสะดุดกึกกับคำว่า “พระองค์บรรทมหนุนหมอนหลับอยู่ที่ท้ายเรือ”  พระเยซูหนุนหมอน นึกภาพตามทันที ทำไมพระคัมภีร์ต้องลงรายละเอียดด้วยว่าพระเยซูนอน “หนุนหมอน” แล้วทำไมในเรือมีหมอนด้วย เป็นของใคร หรือพระองค์พกหมอนไปเอง… คงไม่มีอะไรมั้ง!  แต่ เอ…อาจารย์บางท่านเคยบอกว่าทุกถ้อยคำในพระวจนะมีความหมาย และมีความสำคัญ พระเจ้าจึงดลใจให้บันทึกเอาไว้ ความเลยคิดวุ่นวายวนเวียนกับเรื่องพระเยซูหนุนหมอนนี่แหละ

คิดอยู่เพลินๆ จู่ๆ  อาจารย์ที่เทศนาก็พูดขึ้นมาว่า ที่พระคัมภีร์บันทึกว่าพระเยซูหนุนหมอน แปลว่าพระองค์ทรงบรรทมหลับสนิท ไม่ได้แค่นั่งงีบ หรือสับปะหงกอยู่ท้ายเรือ ทำให้พวกสาวกวิตกและงงว่า คลื่นลมแรงขนาดนี้ พระองค์บรรทมนอนหลับสนิทอยู่ได้ไง ทำไมไม่ตื่นมาช่วยกัน ในที่สุดด้วยความกลัว ขาดความเชื่อ พวกสาวกต้องปลุกพระองค์ขึ้นมาห้ามลมพายุ

โอ๊ย!!… นอกจากถึงบางอ้อแล้ว พระเยซูกำลังบอกให้เลิกสงสัยไร้สาระได้แล้ว ให้สนใจฟังเทศน์หน่อย พระองค์จะได้ตรัสอะไรมาถึงได้บ้าง เอาแต่นั่งคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง อดขำไม่ได้ นึกไม่ถึงจริงๆว่าพระเจ้าจะใส่ใจเราขนาดนี้  รีบสะกิดเตือนเมื่อเราเริ่มคิดอะไรไม่เป็นเรื่อง พระองค์คงนั่งอยู่ข้างๆ อยู่ใกล้เรานิดเดียวเอง…ขอบคุณพระเจ้า

.

.

.

(CJ ป้านุ้ย)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เชื่อแน่ว่าหลายคนคงมีประสบการณ์พระเจ้าพูดด้วยใกล้ๆ บางคนสะดุ้งโหยง บางคนตกใจ บางคนขำๆและรู้สึกรักพระเจ้าขึ้นมาอย่างจับใจ พระองค์อยู่ใกล้เรานิดเดียวเอง
  • ขอให้เราเป็นคนที่อ่านพระคัมภีร์แบบหัดสังเกตุ ใคร่ครวญ ค้นหาเพิ่มเติม เพราะเชื่อแน่ว่าทุกถ้อยคำที่พระเจ้าอนุญาตให้บันทึกไว้ มีความหมายสำหรับลูกๆของพระองค์ค่ะ … สรรเสริญพระเจ้า
 Posted by at 10:37 pm

  One Response to “ตอบทันใจ”

  1. ขอบคุณพระเจ้าค่ะ สำหรับพระคำที่มาถึงเราในวันนี้
    ขอบคุณพี่นุ้ย หญิงได้อ่านแล้วค่อย ๆ คิดไปตามภาพที่พี่นำมาเล่าให้พวกเราได้อ่าน
    ยังรู้สึกขนลุกถึงสิ่งต่าง ๆที่เรานึกคิดในขณะนั้น พระองค์ก็ทรงทราบสิ่งที่เราคิดทุกอย่างค่ะ
    พระองค์รักเราจริง ๆ ค่ะ

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)