ก.ย. 062010
 

ภายหลังพระเยซูทรงปรากฎในพระกายอีกรูปหนึ่งแก่สาวกสองคนขณะที่พวกเขาเดินอยู่นอกเมือง (มาระโก 16:12)

บางครั้งในความคิดของเรา เรารู้สึกว่าพระเจ้าไม่เป็นตามที่หวัง พระองค์ไม่ได้ทำตามที่ตรัสไว้ หรือเมื่อเราเจอวิกฤติของชีวิต บางสิ่งที่เกิดขื้นในชีวิตเรา ทำให้รู้สึกผิดหวังในพระเจ้า

เป็นสิ่งเดียวกับที่สาวกทั้งสองรู้สึก หลังจากที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน พวกเขาสูญสิ้นความหวัง เมื่อพระเยซูทรงไปปรากฎแก่พวกเขาขณะกำลังเดินออกจากเยรูซาเล็มไปนอกเมือง (ดูมาระโก 16:12) ความคิดของพวกเขาคือพระเยซูทำให้รู้สึกเสื่อมศรัทธา พวกเขาเข้าใจพระราชกิจของพระองค์ผิดไป คิดว่าพระผู้ช่วยให้รอดต้องมีอำนาจและกำลังทางทหาร ไม่ใช่เป็นพระเจ้าที่ต้องมาทนทุกข์ทรมาน

แต่ถ้าพวกเขาอ่านพระวจนะดีๆ จะพบคำอธิบายที่ชัดเจนของการทนทุกข์ทางกายขององค์พระคริสต์ที่พยากรณ์ไว้ในหนังสืออิสยาห์  ลองอ่านสดุดี 22 ที่ชี้ให้เห็นว่าพระบาทและพระหัตถ์ของพระองค์จะถูกตะปูตอก และจะทรงคร่ำครวญจากบนกางเขนพระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมทรงทอดทิ้งข้าพระองค์?” แต่พวกเขามองไม่ออก

พระเยซูทรงทำในสิ่งที่เสด็จมาเพื่อการนี้ และพวกเขาเข้าใจผิด  ดูเหมือนบางทีพระเจ้าก็ทำให้เราผิดหวัง เพราะเราไม่เข้าใจ ปัญหาเดียวกับสาวกที่ท้อถอยของพระองค์ พวกเขาออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มเพื่อให้ลืมภาพพระเยซูถูกตรึงกางเขนเสีย ในความเป็นมนุษย์ พวกเขาต้องการอยู่ให้ไกลจากกางเขนนั้นเท่าที่จะทำได้

บ่อยครั้งเมื่อเราท้อถอย เราชอบคิด “ฉันไม่อยากอยู่ใกล้พวกคริสเตียน ไม่อยากอ่านพระคัมภีร์ ไม่อยากอธิษฐาน” แต่นั่นคือความผิดพลาดใหญ่หลวง นั่นคือเวลาที่เราต้องวิ่งเข้าหาพระเจ้า ไม่ใช่วิ่งหนีไปจากพระองค์ เราต้องใช้เวลาด้วยกันกับลูกๆของพระองค์ ไม่ใช่หลบหนีไปอยู่ตามลำพังครับ

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • บางครั้งเราก็มองไม่ทะลุวิกฤติของฃีวิต มองไม่เห็นการงานบางอย่างของพระองค์ผ่านความทุกข์ยาก เอาแต่คร่ำครวญสงสารตัวเอง เราคงต้องวางใจ อดทน และรอคอยเพื่อให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จลงในชีวิตของเรา – ขอพระเจ้าอวยพรให้เสามารถมองมุมเดียวกับพระองค์ได้ค่ะ
  • พฤหัสฯ 9 กันยายนอย่าลืมมาเรียนพระคัมภีร์ 1ยอห์นบทที่ 4 โดย ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ค่ะ
 Posted by at 10:34 pm

  One Response to “ความหวังสำหรับผู้สิ้นหวัง”

  1. พระคำวันนี้อ่านแล้วรู้สึกต่อเนื่องจากที่อาจารย์นรินทร์สอน รู้สึกว่าใช่มากๆ เลย การที่เราไม่เข้าใจอะไรสักอย่างทำให้เรามองภาพตามสิ่งที่ตนเองต้องการอยากให้เป็น มนุษย์เราก็เหมือนกันสับสน เรามักพูดเสมอว่าชอบอะไรใหม่ แต่ลองกลับกันให้เราเปลี่ยนแปลงตัวตนของเรา เราจะพูดทันทีว่าเปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนยาก ทำไมจึงกลัว เพราะเราไม่มีความแน่ใจ ไม่ชอบเราพอใจในตอนนี้แล้ว จริงๆ เราไม่กล้าเปลี่ยนเพราะเราไม่แน่ใจในสิ่งที่ต้องเปลี่ยนต่างหากว่าจะทำให้เราดีขึ้นจริงหรือเปล่า ไก่อยากบอกว่าตรงนี้ไก่เคยเป็น และกว่าจะผ่านมาได้ใช้เวลานานมากๆ เลย ที่ยอมเปลี่ยนเพราะเชื่อว่าพระองค์รัก และหวังดี คนทีเป็นลูกไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่ดีๆ ที่เขาทุ่มเทความรัก ใส่ใจทุกสิ่งที่เขามีเขาให้ได้ นั่นแหละพ่อแม่ที่ประเสริฐ พระเจ้าของเรายิ่งกว่านั้นอีกไม่รู้จักบรรยายอย่างไร วันนี้ไก่รู้แต่ว่าพระเจ้าบอกว่าสิ่งที่เราทำไม่ถูก และต้องเปลี่ยนเพราะอันตรายใกล้เข้ามาทุกที เราอายุมากขึ้น สุขภาพแย่ลง หรืออาจใกล้วันตายที่คนทำไม่ดีเขากลัวกัน แต่พระเจ้าสอนเราให้รู้ทางดีและชั่ว ทรงแยกเราออกจากความชั่วโดยสิ้นเชิง และทรงรู้ว่าบางครั้งเราอ่อนแอที่จะผ่านมัน พระองค์ก็อยู่กับเราให้เราวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อให้เราเดินไปกับพระองค์ ไม่ใช่ทรงช่วยทันทีทุกเรื่องทำให้เรากลายเป็นคนที่ไร้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ชีวิตจริง ทั้งหมดนี้น่าจะเกี่ยวกับชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องอยู่บนสวรรค์ ด้วยการชำระเราให้สะอาด ผ่านบทเรียนเพื่อทำให้เรารู้ตัวตนจริงๆ ของเรา ทั้งข้อดีและไม่ดี ให้เราคงรักษาไว้ในส่วนดี และกำจัดสิ่งชั่วโดยพระคุณของพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์บนสวรรค์ นอกจากเราจะมีชื่อแล้ว เราขึ้นไปอยู่กับพระองค์อย่างสมภาคภูมิ ที่เรามีแบบอย่างประเสริฐอย่างนี้ ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระคำ คำเทศนา และเมล์นี้ อย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ ค่ะ อาเมน

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)