ก.ย. 212010
 

ความหวังที่ถูกหน่วงไว้ทำให้ใจเจ็บช้ำ  แต่ความปรารถนาที่สำเร็จแล้วเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (สุภาษิต 13:12)

ศีรษะเล็กๆก้มเข้าหากัน พวกเขากำลังทำในสิ่งที่ฉันดูแล้วมันยุ่งๆเลอะๆ แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นสิ่งสวยงาม บนโต๊ะเต็มด้วยเศษกระดาษที่ตัดออกมา กาว หน้ากระดาษจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์ กรรไกรและสมุดติดภาพ “แม่คะ” ลูกสาวตัวน้อยเงยหน้าร้องเรียก”เรากำลังทำสมุดแห่งความฝันกันค่ะ” แววตาเธอเต็มด้วยความสดใส ดูเหมือนเธอจะเชื่อว่าภาพความฝันที่ติดลงในสมุดนั้นจะเป็นจริงในอนาคต

เมื่อเห็นสิ่งที่ลูกทำ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความฝันของตัวเองตอนเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตอนนั้นอะไรๆก็เป็นไปได้ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีความหวัง แต่ในชีวิตจริงมันยากที่จะทำให้ฝันเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง บทเรียนแห่งชีวิตสอนฉันมากมายในโลกแห่งความจริง

ฉันฟังพวกเขาคุยกันไปเรื่อยๆขณะติดภาพลงบนสมุด  “อันนี้” เพื่อนของลูกคุยเสียงดัง “คือพื้นที่ตั้งโต๊ะทำงานของฉัน แล้วก็ตรงนั้นเป็นโต๊ะทำงานของสามี จะได้อยู่ใกล้ๆกัน” เธอวางแผนอย่างพอใจ ฉันไม่ได้บอกเธอว่า เธออาจไม่มีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่พอจะตั้งโต๊ะทำงานได้สองตัวในห้อง สามีเธออาจไม่อยากนั่งทำงานใกล้ๆเธอ หรือแม้แต่อยู่ใกล้ๆเธอ

“นี่ลูกแฝดของฉัน” ลูกสาวของฉันเริ่มพูด ใบหน้าสดใสเต็มด้วยความภาคภูมิใจ เธอคงคิดว่านั่นคือลูกเธอจริงๆ “ลูกฉันคนหนึ่งจะชื่อฮันเตอร์ อีกคนชื่อฮันนาห์” ฉันไม่ได้บอกเธอว่าสามีของเธออาจไม่ชอบชื่อฮันเตอร์และฮันนาห์ หรือเธออาจจะไม่มีลูกแฝด หรืออาจไม่มีลูกเลยก็ได้ ฉันไม่ต้องการเอาความจริงมาบดบังความฝันของพวกเธอ ไปทำอาหารเย็นดีกว่า นี่คือความจริงที่ทำให้ความฝันฉันเลือนหายไป

แต่ในหัวใจกลับได้ยินเสียงกระซิบจากพระเจ้า “แล้วความฝันของเจ้าล่ะ? ลืมหมดแล้วหรือ? หมดความหวังไปแล้วหรือ? บางทีน่าจะเรียนรู้จากลูกสาวของเจ้าบ้าง” ทำให้ฉันต้องกลับไปคิดถึงความฝันในอดีตที่เคยวาดไว้ – อย่าให้เสียงร้องไห้ ความท้อแท้ หรือหัวใจที่แตกสลายมากลบความฝันของฉันเสีย ฉันจะเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถ้าไม่มีความฝันเหลืออยู่ ฉันจะสร้างบ้านสร้างครอบครัวแบบไหนถ้าความฝันของฉันถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ดูเหมือนฉันถูกท้าทายให้รื้อฟื้นความฝันในชีวิตขึ้นมาใหม่ สิ่งที่ฉันเคยฝันเอาไว้ แล้วปล่อยให้ความทุกข์ระทมใจร้องเสียงดังจนกลบความฝันไปสิ้น ฉันจะเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถ้าหยุด และเลิกเชื่อว่าความฝันก็ป็นจริงได้ บ้านของฉันจะเป็นอย่างไรถ้าพวกเราเอาความฝันที่เคยมีทิ้งลงถังขยะไปจนหมดสิ้น?

พระเจ้าทรงใส่ความฝันต่างๆลงไปในใจของเรา พระองค์ไม่ได้อยากให้มันเลือนหายไปเพราะความยุ่งในแต่ละวันของเรา เหมือนกับสิ่งที่ลูกสาวและเพื่อนของเธอกำลังทำ คือบันทึกความฝันของตัวเองลงในสมุด บางทีน่าจะเป็นเวลาที่เรากลับมาทบทวนชีวิตตัวเอง 2โครินธ์ 9:8 กล่าวว่า “และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย” และนี่รวมถึงความฝันที่พระเจ้าใส่ไว้ในใจคุณด้วย

คุณยังจำความฝันในเยาว์วัยได้หรือเปล่า? หน้าตาเป็นอย่างไร? แล้วคุณได้ทำสิ่งใดบ้างเพื่อให้มันเป็นจริง? มันยังไม่สายที่จะมีความฝัน ที่จะมองไปในอนาคตและยอมรับความเป็นจริง แต่ความเป็นไปได้ยังมีอยู่ วันนี้ลองกลับไปนึกถึงความฝันเก่าๆ ยิ้ม รู้สึกท้าทาย และโตพอจะรับความจริงได้ ไม่ว่าอยากมีธุรกิจเล็กๆของตัวเอง เขียนหนังสือ สร้างชีวิตแต่งงานให้มีความสุข หรืออยากไปวิ่งมาราธอน… ความฝันใดที่รบเร้าอยู่ในใจ อย่าเพิ่งปัดทิ้งไป สร้างสมุดแห่งความฝันขึ้นใหม่ ไม่ว่าภาพที่คุณใส่ลงในสมุดจะเป็นเพียงภาพฝันจากจินตนาการบนผืนผ้าใบของหัวใจคุณเอง

โดย: Marybeth Whalen

Encouragement for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ไม่เคยทำสมุดแห่งความฝันเลยในชีวิต จะสายเกินไปมั้ยที่จะเริ่ม ปัญหาคือชีวิตประจำวันมันยุ่งจนละเลยหลายเรื่องดีๆในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ใครที่ยังมีความฝันเหลืออยู่ น่าจะเดินหน้าสร้างฝันให้เป็นจริง บางทีพระเจ้าอาจช่วยสานฝันนั้นไปด้วยกันกับเราก็ได้ – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 9:52 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)