ก.ย. 252010
 

พร้อมเสมอสำหรับสิ่งเลวร้าย!

“จงหวังในสิ่งที่ดีที่สุด

แต่จงเตรียมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด!”

(Hope for the best, but prepare for the worst.)

ใช่ครับ โดยปกติใคร ๆ ก็หวังจะประสบพบกับ “สิ่งที่ดีที่สุด!”

มีแต่คนสติไม่ดีล่ะกระมังที่อยากเจอแต่เรื่องร้าย ๆ คนปกติเขาต้องการจะพบกับสิ่งที่ก่อเกิดความสุข ไม่ใช่สิ่งที่ต้องตรอมตรมอยู่กับความทุกข์  แต่ความจริงอันโหดร้ายของชีวิตก็คือ “สิ่งดีที่สุด” ที่คาดหวังจะได้พบกลับไม่เจอะเจอ   แต่ “สิ่งเลวร้ายเป็นที่สุด” กลับมาแวะเยือน โดยไม่ได้รับเชิญ!

ผลก็คือ เราช็อค! เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อน!

ฉะนั้น จะเป็นการดีและปลอดภัยสำหรับคุณที่จะเตรียมตัวสำหรับ “สิ่งที่ไม่คาดฝัน” หรือ “ไม่คาดหวัง” ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรัก!

ก็เหมือนกับการแต่งงาน ที่ก่อนเข้าสู่พิธีสมรส คู่บ่าวสาวควรได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร “การให้คำปรึกษาก่อนแต่งงาน” เสียก่อน !

ทำไมน่ะหรือ?

ก็เพราะว่า คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ และบรรยากาศแห่งความรักมักจะไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “เซอร์ไพร๊ส!” (Surprise!)  และบางครั้งหลังจากแต่งงานไปแล้วไม่นาน คู่บ่าวสาวบางคนก็อาจช็อคแบบล้มทั้งยืนก็ได้ เมื่อพบความจริงเกี่ยวกับคู่สมรสของตน อาทิ

…บางคู่แต่งงานกันไปไม่นานในขณะที่เพิ่งตั้งครรภ์ หรือเพิ่งคลอดลูก ก็พบความจริงว่า คู่สมรสของตนไปเริงร่า    บ้ากามกับบุคคลที่ 3 อย่างสุขสันต์ ต่อเนื่องยาวนาน!

อย่างนี้จะช็อคหรือไม่?

…บางคู่แต่งงานกันไปไม่นาน หลังจากคลอดบุตรหรือธิดา ก็พบว่า คู่สมรสของตนไปก่อหนี้สินเอาไว้รุงรังจำนวนมาก เพราะติดการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น พอไปเครียร์ปัญหาและไปค้ำประกัน ก็พบว่าหนี้สินกลับเพิ่มทวีขึ้นอีกอย่างมหาศาล จนบ้านช่องถูกยึด

หากเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับคุณมันจะทำให้คุณช็อคหรือไม่ครับ?

…บางคู่แต่งงานกันไปหลายปี มีลูกมีเต้าด้วยกันก็หลายคน แต่วันดีคืนดีพ่อเจ้าประคุณสามีก็มาบอกภรรยาว่า เขาไม่อยากเป็นผู้ชายแล้วนะ จากนี้เป็นต้นไป เขาขอเป็นผู้หญิงด้วยคน! จากนั้นก็เขียนคิ้ว ทาเล็บ ทาปาก ใส่ชุดชั้นใน และกระโปรงผู้หญิง หน้าตาเฉยเลย!

หากเกิดขึ้นกับคุณ คุณจะช็อคไหม?          ฯลฯ

ที่ผมยกมาพูดในที่นี้ ล้วนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเป็นจริงมาแล้วทั้งสิ้น และมิหนำซ้ำบางกรณีเกิดขึ้นกับคู่ที่ไปเข้าหลักสูตรให้คำปรึกษาก่อนแต่งงานแล้วด้วย เพียงแต่ว่า พวกเขาไม่ทำตามกติกาของหลักสูตร นั่นคือ ไม่พูดความจริงทั้งหมดต่อกันก่อนแต่งงาน!

…หากทั้งคู่จริงใจที่จะพูดถึงจุดอ่อน หรือความอ่อนแอ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำความเจ็บปวดของคู่สมรสออกมาตั้งแต่แรก บางทีคู่สมรสที่มีความรักมากอาจจะมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจหรือเตรียมพร้อมที่จะรับสภาพเช่นนั้นไว้ล่วงหน้า ทำให้สิ่งอันไม่พึงปรารถนานั้นไม่ส่งผลกระทบอะไรรุนแรงนัก หรือคู่สมรสของเขาอาจทุ่มเทอุตสาหะช่วยเหลือจนแนวโน้มปัญหาหรือความเสี่ยงนั้นหมดไปก่อนหรือหลังจากแต่งงานแล้วก็เป็นได้!

…ส่วนคนรักหรือคู่หมั้นที่ไม่ได้รักจริงหรือรักมากขนาดพอที่จะยอมแบกรับความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นเหล่านั้นก็อาจจะกล่าวคำอำลาจากไปตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างยาวนานด้วยกันทั้งคู่ในภายหลัง!

ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร จะเป็นเรื่องความรักครอบครัว หรือเรื่องธุรกิจ อาชีพการงาน  การลงทุนหรือการเรียนหรือในความสัมพันธ์กับผู้อื่น คุณจงหวังในสิ่งที่ดีที่สุดไว้เสมอ แต่อย่าลืมแก้ไขและอุดช่องโหว่ทุกช่องที่อาจนำปัญหามาสู่คุณอย่างเต็มกำลัง พร้อมเตรียมป้องกันสิ่งเลวร้ายไม่คาดหวัง!

จากนั้นขอให้คุณยึดหลักประกันที่มั่นคงที่สุดในการเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นั่นคือ “องค์พระเจ้า” ผู้ทรงฤทธิ์และทรงรัก เพราะว่า ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดในโลกหรือในจักรวาลนี้ที่จะมั่นคงแน่นอนยิ่งไปกว่าพระเจ้าผู้ทรงไม่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้น หากว่าคุณรู้จักพระองค์ และติดสนิทอยู่กับพระองค์แล้ว ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่ “เซอร์ไพร๊ส” แบบเลวร้าย   สุด ๆ สักปานใดก็ตาม    คุณก็จะยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างสง่างามและมั่นคงจนถึงที่สุด!

“พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล” (ฮบ.13:8)

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

Twitter.com/thongchaibsc

 Posted by at 10:37 am

Sorry, the comment form is closed at this time.