ต.ค. 052010
 

เมื่อข้าพระองค์ไม่แจ้งบาปของข้าพระองค์ ร่างกายของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำของข้าพระองค์ พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปอย่างความร้อนในหน้าแล้ง ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของ ข้าพระองค์ต่อพระเจ้า” แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์ (สดุดี 32:3-4)

ตอนเป็นวัยรุ่น โรงเรียนของฉันอยู่ไม่ไกลจากบ้าน พักกลางวันแค่ 35 นาที แต่ฉันก็ชอบขับรถกลับมาทานอาหารเที่ยงที่บ้าน เพราะไม่อยากไปรอต่อคิวในโรงอาหารที่เต็มด้วยผู้คน

ร็อคกี้เม้าท์ นอร์ทคาโรไลน่า เป็นเมืองเงียบสงบเล็กๆมีทางรถไฟตัดผ่านตรงกลางแบ่งเมืองนี้ออกเป็นสองเขตโดยปริยาย มีทีมเบสบอลไมเนอร์ลีกที่ไม่เคยหนีพ้นตำแหน่งยอดแย่ มีร้านอาหารจานด่วนฮาร์ดี้ส์อยู่ทุกหัวถนน ตอนเป็นเด็กที่บ้านเราไม่เคยนอนปิดหน้าต่าง ประตูก็ไม่เคยล็อค เราขี่จักรยานไปได้รอบเมืองโดยไม่มีอันตราย

แต่พอเข้ายุคปลายปี 60 ขึ้น 70 เราเริ่มปิดหน้าต่างตอนกลางคืน ประตูล็อคไว้ตลอดแม้จะเป็นกลางวัน และเด็กเริ่มไปโรงเรียนแถวๆบ้าน ที่บ้านของเรามีกุญแจสำรองซ่อนไว้ในกล่องรับจดหมายอยู่ในโรงรถ นอกจากครอบครัวเราแล้ว อีกคนที่รู้คือบุรุษไปรษณีย์

ช่วงเรียนมัธยม ทุกวันฉันจะกลับมาบ้านตอน 12.10 เอากุญแจจากที่ซ่อนมาเปิดเข้าบ้าน และซ่อนกลับที่เดิมก่อนออกไป พอบ่าย 3.15 โรงเรียนเลิก ก็กลับมาบ้านมาเอากุญแจเปิดเข้าบ้าน วันหนึ่งพอกลับถึงบ้าน หยิบกุญแจมาเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะหาอะไรกิน ฉันเดินไปเปิดทีวีเพื่อดูรายการโปรดช่วงกลางวัน พอเปิดตู้ทีวีออกมา ไม่เห็นทีวีมีแต่ตู้ว่างเปล่า

ไม่ยักรู้ว่าทีวีเสีย ฉันคิด สงสัยแม่คงจะส่งไปซ่อม จึงโทรศัพท์ไปที่ทำงานร้านการฝีมือของแม่

สวัสดีค่ะ ที่นี่ร้านผึ้งและเต่าทอง” เสียงแม่รับสาย

“แม่คะ นี่ชารอนเอง แม่เอาทีวีไปซ่อมเหรอคะ?”

เปล่านี่ ทำไมล่ะ?”

“ก็มันไม่ได้อยู่ในตู้ค่ะ” ฉันตอบ

แปลว่าอะไร ไม่ได้อยู่ในตู้?”

“มันไม่มีจริงๆค่ะ มีแต่ตู้เปล่าๆ”

มีอะไรหายอีกหรือเปล่า ลองเช็คดูซิ?” เสียงแม่เริ่มตกใจ

“เดี๋ยวนะคะ ขอดูก่อน”

ฉันไม่ต้องไปค้นดูมาก แค่มองผ่านๆก็เห็นหลายสิ่งหายไป  รีบยกหูรายงานให้แม่ทราบ เสียงแม่ร้อนรนตอบกลับมาว่า “ชารอน ออกจากบ้านกลับไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้เลย”

เมื่อตำรวจมา ก็เจอว่ามีคนแอบเข้าบ้านแล้วขโมยของไปหลายอย่าง เข้าไปได้อย่างไร? ก็เข้าไปโดยใช้กุญแจที่เราซ่อนไว้ในโรงรถ

แสดงว่ามีคนแอบเฝ้าดูฉันอยู่ รู้ว่าฉันกลับบ้านทุกวันตอน 12:10 และออกไปตอน 12:45 และรู้ว่าจะกลับมาอีกครั้งตอนโรงเรียนเลิก 3:15 ดังนั้นระหว่าง 12:45 ถึง 3:15 เขาก็แค่แอบเข้าไปหยิบกุญแจในโรงรถ เปิดบ้านแล้วเลือกขนของหนีออกไปอย่างสบายใจ ก่อนไปยังล็อคกุญแจ แล้วเอาเก็บไปไว้ใน “ที่ซ่อน” เดิมด้วย

มองย้อนกลับไปเหตุการณ์นี้ทีไร ฉันเห็นภาพซาตานทำในสิ่งเดียวกับความบาปที่เราซ่อนไว้ในใจ มันรู้ว่าเราเก็บกุญแจไว้ที่ไหน เมื่อสบโอกาสมันก็แค่ขโมยกุญแจ แล้วขโมยหัวใจเราออกไป มันขโมยเอาสันติสุขในใจและจุดมุ่งหมายของเราไป ตราบใดที่ยังมีการซ่อนกุญแจไว้ มันรู้ดีว่าจะไปหาได้ที่ไหน

พระคัมภีร์บอกเราว่าซาตานเหมือนสิงห์คำรามมองหาเหยื่อที่จะกัดกินได้ บางทีสิ่งที่เราแอบซ่อนไว้ สิ่งที่เราไม่ยอมมอบให้พระเจ้าเอาไปทำลาย คือสิ่งที่ซาตานหมายมั่นจะฝังเขี้ยวของมันลงไป ตราบใดที่เรายังมีที่หลบซ่อนกุญแจ ซาตานจะเข้าไปเอามาได้ ทางแก้มีทางเดียวคือ อย่าซ่อนกุญแจ มอบไว้ให้พระเจ้า ไม่มีการหลบซ่อนอีกต่อไป ไม่มีความอับอาย มอบทุกตารางนิ้วในใจคุณให้พระเจ้า ให้ทั้งหัวใจ

โดย: Sharon Jaynes

Girlfriends in God: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายๆบ้านซ่อนกุญแจไว้ในที่ๆซึ่งหาเจอได้ง่ายมาก ใครๆในครอบครัวและคนใกล้ตัวต่างก็รู้ เดาได้ไม่ยาก โอกาสพลาดจึงมีสูง
  • แต่สำหรับกุญแจใจ คนอื่นอาจไม่ทราบว่าเราซ่อนไว้ที่ไหน ซาตานทราบดี และมองหาโอกาสที่คุณเผลอ หยิบกุญแจนั้นแอบเข้าไปในใจคุณ ขโมยทุกสิ่งออกไป หนทางดีที่สุดคือมอบกุญแจใจของคุณไว้ที่พระเจ้า เป็นที่ๆปลอดภัยที่สุด – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

 Posted by at 9:57 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)