ต.ค. 152010
 

“คุณไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษด้วยการรับใช้พระเจ้า แต่พระองค์ต่างหากที่ให้เกียรติแก่คุณ โดยการอนุญาตให้คุณรับใช้พระองค์”

(You do not do God a favor by serving Him. He honors you by allowing you to serve Him.)

ใช่ครับ!

การได้รับเกียรติจากพระเจ้าในการอนุญาตให้เรารับใช้พระองค์ ถือว่าเป็นความสุขใจอย่างสุดยอด!

ดุจเดียวกับที่หากเราได้รับเกียรติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หรือในหลวงที่เรารักและเทิดทูน ทรงพระราชทานราชานุญาตให้เราเข้าเฝ้าปรนนิบัติพระองค์เป็นส่วนพระองค์!

ในความเป็นจริงทางสังคมในปัจจุบันนี้ เราไม่อาจจะทำโครงการอะไรแล้วอ้างพระนามของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หรือนำเอาตราหรือพระราชลัญจกรของพระองค์มาใช้โดยอ้างว่า นั่นคือโครงการกระทำการดีเพื่อถวายเป็นการรับใช้พระองค์  โดยที่ยังไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระองค์ผ่านสำนักพระราชวังก่อน!

ดังนั้น การรับใช้พระเจ้าหรือในหลวงที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับจึงต้องได้รับพระราชานุญาตจากพระองค์ก่อน ไม่ใช่คิดว่าจะทำก็ทำเลย โดยที่ไม่ได้ทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตก่อน

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เรากระทำสิ่งใดที่แม้ว่าจะดีเลิศประการใดก็ตาม เราไม่มีสิทธิโอ้อวดหรือภาคภูมิจนหลงลืมตนคิดว่าเราได้ทำดีเลิศมากกว่าคนอื่น ๆ ทั้งปวง!

เราต้องตระหนักว่า ไม่ว่าผู้ใดจะใหญ่โตหรือเก่งกล้าปานใด หากคิดจะถวายการปรนนิบัติต่อองค์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์หรือองค์พระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลก  เราไม่สมควรจะโอ้อวดหรือหยิ่งยะโสในสิ่งดีที่เรากระทำ   มิฉะนั้น สิ่งดีนั้นจะกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีไปในทันที!

ขนาดการกระทำดีเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายทั้งแด่พระเจ้าฯ และในหลวง 2 พระองค์ หากว่าได้กระทำอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็อาจมีผลเสียหรือผลกระทบรุนแรงในทางลบ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ลบหลู่หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระองค์ทั้ง 2 ซึ่งนับว่าเป็นการที่มิบังควร และอันตรายยิ่งนัก

ผู้เขียนพระธรรมสุภาษิตจึงเตือนเราไว้ว่า เวลาที่เราจะทำการรับใช้อะไรที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ทั้ง 2 เราควรจะกระทำด้วยท่าทีแห่งความยำเกรงและเชื่อฟัง

“บุตรชายของเราเอ๋ย จงยำเกรงพระเจ้าและพระราชา อย่าขัดพระทัยของทั้งสองพระองค์เลย เพราะภัยพิบัติจากพระองค์ทั้งสองจะอุบัติขึ้นโดยพลัน และผู้ใดจะทราบถึงความพินาศที่จะมาจากพระองค์ทั้งสอง (สุภาษิต 24:21-22)

ดังนั้นเวลาที่เราทำดี ขอให้เราจงทำดีด้วยความถ่อมใจ และตระหนักซาบซึ้งในเกียรติที่ได้รับจากทั้งพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และพระเจ้าแผ่นดิน!

ให้เราสำนึกสำเหนียกอยู่เสมอว่า การได้รับใช้พระองค์ทั้ง 2 ไม่ใช่สิ่งที่เราจะมายกเป็นบุญคุณที่จะเรียกร้องอะไรเป็นการตอบแทนจากพระองค์ แต่ให้ถือว่า สิ่งที่เราได้กระทำถวายนั้นเราได้กระทำออกมาจากใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ทั้ง 2 ด้วยใจกตัญญูกตเวที โดยถือว่านี่เป็นสิทธิพิเศษโดยแท้ที่ได้รับใช้พระองค์ อันนำความสุขและความปลื้มปีติมากล้นมาสู่ใจของเราและคนรอบข้างเรา

…ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงต้องเตือนตัวของเรา และกันและกันอยู่เสมอว่า…    อย่าให้เราทำสิ่งใดที่ระคายเคืองพระยุคลบาทหรือพระทัยของทั้ง 2 พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และในหลวงของเราเป็นอันขาด!

เพราะเดี๋ยวชะตาจะขาดโดยไม่จำเป็น!

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

Twitter.com/thongchaibsc

2/2                                                      

 Posted by at 11:00 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.