พ.ย. 172010
 

นางเดโบราห์จึงกล่าวแก่บาราคว่า “ลุกขึ้นเถิด เพราะว่านี่เป็นวันที่พระเจ้าทรงมอบสิเสราในมือของท่าน พระเจ้าเสด็จนำหน้าท่านไปมิใช่หรือ” (ผู้วินิจฉัย 4:14)

ผู้นำสตรีในพระคัมภีร์เดิมมีน้อยและอยู่ในยุคที่ห่างกัน  แต่สำหรับเรื่องราวของเดโบหราห์ในหนังสือผู้วินิจฉัยบทที่สี่ ก็มีมากพอให้สตรีทั้งหลายปลื้มใจได้ ฉันแน่ใจว่าเธอน่าจะเป็นหนึ่งในสตรีคนโปรดของพระเจ้า

เดโบราห์เป็นผู้เผยพระวจนะสตรี ที่นำอิสราเอลในช่วงเวลาที่ประชาชนถูกกดขี่โดยกษัตริย์ต่างชาติชาวคานาอัน  ชื่อของเธอแปลว่า “ผึ้ง” และเธอก็เป็นผึ้งงานที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เธอเป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษา ผู้วินิจฉัยตัดสินคดีความ และยังเป็นนักรบอีกด้วย สำนักงานของเธอตั้งอตู่ใต้ต้นอินทผลัม ที่ใครๆก็รู้จักกันในนามของดงอินทผลัมของเดโบราห์

วันหนึ่งเดโบราห์ให้คนไปตามบาราค หนึ่งในผู้นำกองทัพอิสราเอลมาพบ พระเจ้าทรงมีพระบัญชาให้เรียกนักรบผู้กล้าคนนี้ที่มีชื่อแปลว่า “สายฟ้า” เมื่อเขามาถึง เธอบอกกับเขาชัดเจนถึงพระบัญชาที่มีมาจากจอมเจ้านายสูงสุด…องค์พระผู้เป็นเจ้า สั่งให้เขาออกไปทำศึกสงคราม (ผู้วินิจฉัย 4:6-7)

บาราคไม่กล้าพอที่จะปฏิบัติตามพระบัญชา และพูดออกมาราวกับเป็นเด็กว่า “ถ้าแม้นางไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไป ถ้าแม้นางไม่ไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ไป” (ผู้วินิจฉัย 4:8)

“ก็ได้” เดโบราห์ตอบ “ฉันจะไปกับท่าน แต่ว่าทางที่ท่านไปนั้นจะไม่นำท่านไปถึงศักดิ์ศรี เพราะว่าพระเจ้าจะขายสิเสราไว้ในมือของหญิงคนหนึ่ง” (ผู้วินิจฉัย 7:9) (เดโบราห์ไม่ได้หมายถึงตัวเธอเอง แต่เป็นหญิงอีกคนที่จะเป็นผู้จัดการศัตรูจนได้รับชัยชนะ -ผู้วินิจฉัย 4:17-24) เห็นได้ชัดว่าบาราคไม่ได้วางใจในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า แต่ยังดึงดันจะให้เดโบราห์สตรีแห่งความเชื่อท่านนี้เดินทางไปสนามรบด้วย

เดโบราห์ตำหนิบาราคที่ขาดความเชื่อ แต่เธอไม่ได้ทำให้เขาอับอายหรือเข้าไปทำหน้าที่แทน เธอรู้ว่าเขาเป็นนักรบที่ต้องนำกองทัพออกสู่สมรภูมิ เธอเป็นผู้เผยพระวจนะที่คอยส่งเสริม กระตุ้น และให้กำลังใจ เดโบราห์ไม่ได้เป็นผู้นำทัไป แต่ก้าวไปพร้อมกับบาราคเพื่อให้เป้าหมายขององค์พระผู้เป็นเจ้าสำเร็จ เธอไปกับเขาที่สนามรบ และเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เธอคอยแนะนำและให้กำลังใจ

บาราคเองได้รับกำลังใจจากสตรีที่น่าทึ่งท่านนี้ เธอจุดประกายความกล้าเข้าไปในหัวใจที่ขลาดกลัวของเขา ทำให้เขาทำตามพระบัญชา นำทัพติดตามพระเจ้าเข้าสู่สนามรบได้ เธอบอกให้เขาไม่ต้องสนใจในรถเหล็กร้อยคันของศัตรู แต่ให้วางใจในพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ ในวันนั้นพระเจ้าทรงทำให้สิเสราสับสนจนกองทัพอิสราเอลสามารถจัดการกับศัตรูจนได้ชัยชนะ หลังจากนั้น ทั้งเดโบราห์และบาราคได้ร่วมกันขับร้องบทเพลงเฉลิมฉลองชัยชนะของประเทศ

เราเรียนรู้เรื่องใดบ้างจากอำนาจแห่งถ้อยคำของเดโบราห์? กำลังใจของเธอกระตุ้นให้บาราคเดินหน้าทำตามสิ่งที่พระเจ้าบัญชาได้ เธอไม่เพียงแต่มอบถ้อยคำแห่งกำลังใจ แต่ร่วมเดินทางด้วยกันไปสู่สมรภูมิรบ ถ้อยคำของเธอไม่เพียงแต่หนุนกำลังให้แก่บาราค แต่ค่อยเติมเชื้อไฟให้แก่หายนะของศัตรู เธอทำหน้าที่ของเธอครบถ้วน หนุนกำลัง เสริมและกระตุ้นให้บาราคทำหน้าที่นักรบได้อย่างเต็มกำลัง เธอไม่ได้พยายามแย่งหน้าที่เพื่อให้ตัวเองโดดเด่น แต่ทำงานร่วมกับคนอื่นๆเพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จลงในผู้รับใช้ของพระองค์ทุกคน

โดย: Sharon Jaynes

Girlfriends in God:  www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • · เราทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชายเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า เราควรเป็นผู้ที่ให้กำลังใจ หนุนใจ หรือให้คำแนะนำแก่ผู้คนรอบข้างได้ แต่ต้องทำด้วยใจถ่อมสุภาพ ด้วยความรัก และถูกต้องตามกาละเทศะ
  • · เมื่อเราให้กำลังใจผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราเองก็ทุกข์ใจ เหมือนพระเจ้าเติมกำลังใจคืนให้เราอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว – สรรเสริญพระเจ้า
 Posted by at 12:12 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)