ธ.ค. 172010
 

“มิตรภาพเป็นสิ่งที่เปราะบาง และจำเป็นต้องได้รับการทะนุถนอมประดุจทรัพย์สินล้ำค่าที่เปราะบาง”

(Friendships are fragile things and require as much handling as any other fragile and precious thing.)

แรนดอล์พ เอส บอร์น (Randolph S. Bourne) นักวิจารณ์สังคมชาวอเมริกัน (1886-1918) ได้ให้ข้อคิดสะกิดใจไว้ในข้างต้น  ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง!

อาจมีคนมากมายที่เราได้พบพานในชีวิต แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เราพบ เราอยากจะคบหา  และในท่ามกลางคนที่เราอยากคบหาก็มีไม่กี่คนที่เราอยากจะคบเป็นเพื่อน และในหมู่เพื่อนเหล่านั้น จะมีเพียงบางคนเท่านั้นที่เราขอพัฒนาความ

สัมพันธ์เป็นมิตรสนิท!

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ … เรามักจะเกรงใจให้เกียรติคนไม่รู้จักกันมากกว่าให้เกียรติเพื่อนหรือมิตรสนิท!

คนเรายิ่งสนิทกันมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่เกรงใจให้เกียรติกันมากขึ้นเท่านั้น!

อากัปกิริยา ท่าทาง หรือคำพูดที่มีต่อกันก็เลยมักจะไม่ค่อยถนอมน้ำใจกัน!

ผลที่ตามมาก็คือ  “มิตรภาพ” ที่มีต่อกันแตกดัง “โพล๊ะ!”

ช่างน่าเสียดายที่คนเรามักประมาทและมองข้ามความ “เปราะบาง” ของ “มิตรภาพ” ไป !

แท้จริงแล้วกว่าที่คนเราจะสร้างและพัฒนามิตรภาพระหว่างกันขึ้นมาได้นั้นต้องใช้เวลาอย่างยาวนาน และต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลด้วยเหตุนี้เราจึงควรใช้ความอดทนอดกลั้นและความตั้งใจอย่างสูงในการ “รักษา” ความสัมพันธ์ดังกล่าวให้ “คง” อยู่อย่างยืนยาว!

หากใครชะล่าใจปล่อยปละละเลยความจริงในข้อนี้ คน ๆ นั้นอาจทำให้ความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ตัวเขาและเพื่อนสู้อุตส่าห์ฟูมฟักกันมาผ่านวันคืนชีวิตอันยาวนานนับสิบปีต้องพังพินาศลงไปอย่างน่าเสียดาย!

ดังนั้น วันนี้

ยังไม่สายเกินไปที่เราจะทบทวนถึงสิ่งที่เราพูด เราแสดงออกหรือเรากระทำต่อมิตรของเรา!

ยังไม่สายเกินไปที่เราจะประเมินค่าว่าสิ่งที่เราทำเหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อ “มิตรภาพ” ที่มีต่อกันอย่างไรบ้าง?

…เราจำเป็นต้องพูดกันแรง ๆ อย่างไร้ความเมตตาอย่างนั้นจริง ๆ หรือ?

…เราจำเป็นต้องแสดงอาการที่สร้างความเจ็บปวดทางใจต่อกันจริง ๆ หรือ?  และ

…เราจำเป็นต้องพูดหรือกระทำอย่างนั้นในเวลาเช่นนั้นหรือในสถานที่เช่นนั้นและต่อคนเหล่านั้นจริง ๆ หรือ?

ใช่! พระเจ้าทรงสอนให้เราพูด “ความจริง” และให้พูด “ต่อหน้ากัน!”

แต่พระองค์ก็สอนให้เรา “พูดความจริง” ออกมาด้วยความรัก เราจึงควรพูดความจริงด้วยท่าทีที่ให้เกียรติและทะนุถนอมน้ำใจของเพื่อนของเราให้มากเป็นพิเศษ เพราะว่าเขาเป็น “เพื่อน” ของเรา!

ไม่ใช่ ศัตรู!

เขาเป็นมิตร ไม่ใช่ผู้ต้องหาหรือจำเลย!

อย่าให้เราทำสิ่งที่เรียกว่า “ดี” ด้วยวิธีการหรือท่าทีที่ “ไม่ดี!”

ขอให้เราเตือนตัวเองอยู่เสมอถึงความสำคัญของ “ความสัมพันธ์” และ “ความสำเร็จ”

อย่าให้เรามุ่ง “ความสำเร็จ” มากจนทำลาย “ความสัมพันธ์” แต่ในขณะเดียวกันเราก็อย่าให้ติดยึดอยู่กับ “ความสัมพันธ์” จนละทิ้งความสำเร็จ!

ขอให้เราพูดและกระทำทุกสิ่งต่อเพื่อนของเราด้วยความรัก และเมตตาจิต เพื่อว่าเราทุกคนจะได้เจริญขึ้นสู่ความสำเร็จด้วยกัน ในขณะที่ยังมี “ความสัมพันธ์” ฉันมิตรที่รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี

“แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์” (อฟ.4:15)

ขอให้เรายึด “พระเจ้า” เป็น “ศูนย์กลาง” ของทุกสิ่งที่เราพูดหรือทำ ขอให้ “ความจริง” และ “ความรัก” จะเคียงคู่เป็นหนึ่งเสมอไปในชีวิตของเรา

“คือเนื่องจากพระองค์นั้น ร่างกายทั้งสิ้นที่ติดต่อสนิทและประสานกันโดยทุกๆข้อต่อที่ทรงประทาน ได้จำเริญเติบโตขึ้นด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่างทำงานตามความเหมาะสมแล้ว”     (อฟ.4:16)

ดังนั้น วันนี้ ขอให้เราทะนุถนอมและฟูมฟัก “มิตรภาพ” ที่เรามีต่อกันให้เจริญงอกงามขึ้นอย่างใส่ใจ

ขอให้ทุกสิ่งที่เราพูดและกระทำต่อกันเป็นสิ่งที่ทำให้ “พระเจ้า” ผู้ทรงรักเรามีความสุขในหทัย !

จะดีไหมครับ?

 Posted by at 9:16 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.