ก.พ. 042011
 

“คุณไม่มีทางมีวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้น หากว่าคุณยังคิดถึงแต่เมื่อวานนี้!”

(You can’t have a better tomorrow if you are thinking about yesterday all the time.)

ผมเห็นด้วยกับ ชาร์ล แอฟ เคทเทอร์ริ่ง ที่กล่าวประโยคข้างต้น คนที่ติดอยู่กับอดีต จะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำ บากในปัจจุบัน และไม่มีวันที่ดีกว่านี้ในอนาคต!

“อดีต” หมายถึง “เวลาที่ล่วงแล้ว” ดังนั้น อดีตคือช่วงเวลาที่ ล่วงเลย, ล่วงพ้น หรือล่วงลับไปแล้ว จะทำอย่าง ไร จะคร่ำครวญฟูมฟายก็ไม่อาจนำเวลาเหล่านั้นกลับมาได้อีก!

การพร่ำเพ้อโดยหวังว่า “อดีต” จะย้อนกลับคืนมาอีกครั้งจึงเป็นการเสียเวลา เสียพลังงาน เสียคุณค่าของชีวิตไปอย่างไร้ค่า และยังเป็นการลวงและทำร้ายตัวเองและคนที่รักเรา!

ส่วน “อนาคต” คือ “เวลาภายหน้า” (ยังไม่มาถึง) นั่นหมายความว่า คุณยังมีโอกาสสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในเวลาข้างหน้า โดยเริ่มต้นลงมือสร้างสิ่งนั้นตั้งแต่ ณ บัดนี้ใน “ปัจจุบัน” ซึ่งหมายถึง “เวลาเดี๋ยวนี้, ทันที”

ใช่ครับ วันวานก็ผ่านไปแล้ว วันพรุ่งนี้ก็ยังมาไม่ถึง มีแต่วันนี้เท่านั้น ที่เป็นของจริง!

หากคุณไม่บริหารจัดการกับ “วันนี้” อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดผลดี คุ้มค่า เต็มศักยภาพของมัน ก็เท่ากับเรากำลังย่ำยีคุณค่าของ “เวลา” ไปอย่างน่าเสียดาย เหมือนกับการซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นที่ทันสมัยที่สุด แต่เอามาใช้แทนเครื่องพิมพ์ดีดเท่านั้น หรือซื้อไอโฟนรุ่นล่าสุด เพียงเพื่อใช้แค่แทนโทศัพท์เท่านั้น หรือ ซื้อเบนซ์ รุ่น S-Class ล่าสุดมาใช้เป็นเพียงแค่รถแท็กซี่!

อย่าย่ำยีคุณค่า “เวลา” ของคุณอย่างไม่สมควร โดยการติดโยงอยู่กับอดีต!

ไม่ว่าอะไรจะเคยเกิดขึ้นกับคุณมาแล้ว ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความสำเร็จน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวด จนทำให้คุณหลงใหลหรือปลื้มกับมันจนไม่อาจปล่อยมันไป  หรือ จะเป็นความล้มเหลว ความเจ็บปวด ความสูญเสีย หรือความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ที่ทำให้คุณเสีย self จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน   คุณควรปล่อยวางสิ่งเหล่านั้นลงได้แล้ว!

ดังคำแนะนำของ อ.เปาโลที่ว่า…

“ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่งคือ ลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัลซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ” (ฟป.3:13-14)

วันพรุ่งนี้ จะไม่มีอะไรดีขึ้น หากว่าคุณไม่ทำให้ดีที่สุดในวันนี้ เพราะว่า “วันนี้” คือ “เหตุ” และ “พรุ่งนี้” คือ “ผล”

หาก “เหตุ” ดี  – “ผล” ก็จะดีด้วยเช่นกัน !

หาก “เหตุ” ไม่ดี – “ผล” ที่ตามมาจะดีได้อย่างไร?

หวังว่า เมื่อคุณได้อ่านบทความนี้แล้ว สติจะมา ปัญญาจะเกิด  เพื่อว่า …

“วันนี้” ของคุณจะเป็น “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด” ในชีวิตของคุณ!

และหากว่าคุณยังมี “พรุ่งนี้” ที่จะตามมา นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมแบบ “ที่สุดของที่สุด” สำหรับคุณและคนรอบข้างของคุณ  ซึ่งดีกว่าการจมอยู่กับอดีตหรือเพ้อฝันเกี่ยวกับอนาคต โดยไม่ลงมือทำสิ่งที่ควรทำในปัจจุบันเลย

จริงไหมครับ?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-  Twitter.com/thongchaibsc

 Posted by at 10:52 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)