ก.พ. 112011
 

“ความวิตกกังวลไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่มันสามารถทำลายปัจจุบันได้!”

(Worry can’t change the past, but it can ruin the present.)

ทำไมคนเราจึงวิตกกังวลหรือกระวนกระวายใจ?

คงเป็นเพราะว่า ไม่รู้จะทำหรือวางตัวอย่างไรกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่?

คำภาษาอังกฤษ “WORRY” มีความหมายว่า

1.  รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับความไม่แน่นอนหรือกับเรื่องที่ขู่ขวัญหรือรู้สึกยุ่งยากเป็นปัญหา

2.  ทำงานภายใต้ความยากหรือความลำบากหรือดิ้นรนกระเสือกกระสน

3  .ดึง, กัดหรือฉีกบางอย่าง

คำว่า “WORRY” มาจากศัพท์อังกฤษสมัยกลาง ว่า “worien” ที่มีความหมายว่า “บีบคอหอย” หรือ จากคำ

ภาษาอังกฤษเก่าแก่ที่หมายความว่า “รัดคอ”

คนที่มีความวิตกกังวลจึงเปรียบเหมือนคนที่ถูก “บีบคอ” หรือ “รัดคอ” ซึ่งคงไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน!

ส่วนในภาษาไทย คำว่า “วิตก” หมายความว่า “เป็นทุกข์, ร้อนใจ, กังวล”…“กังวล” หมายความว่า “ห่วงใย, มีใจพะวงอยู่”

คนที่วิตกกังวลบ่อย ๆ ก็มักจะเกิดนิสัยที่เรียกว่า … “วิตกจริต” ที่มีความหมายว่า “มีนิสัยคิดไปในทางร้าย ทางเสีย”

ดังนั้น เราต้องระมัดระวังอย่าให้ความวิตกหรือความกังวลของเราก่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ อย่างต่อเนื่องจน

กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ยากจะตัดให้ขาดหรือปัดให้หลุดไปจากชีวิตของเรา!

ความวิตกกังวลเปรียบเสมือน “เชื้อโรคร้าย” ที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากว่าเราให้อาหารแก่มันอยู่เสมอโดยไม่ขาด!

ยิ่งเรา “วิตก” หรือ “กังวล” มากเท่าไร เราก็ให้อาหารแก่มันมากขึ้นเท่านั้น ผลก็คือ เราจะยิ่งหายใจไม่ออก เหมือนกับถูกรัดคอแน่นขึ้นเรื่อย ๆ !

วิธีจัดการแก้ไขสถานการณ์ที่อึดอัดจนแทบขาดใจนี้ก็คือ  เราต้องลดอาหารของความ “วิตก” และ “กังวล” ให้น้อยลง!

นั่นหมายความว่า เมื่อใดก็ตามที่มีความกังวลเกิดขึ้น หรือส่งมาถึงเราเมื่อไร เราต้องรีบโยนทิ้งหรือตัดออกไปให้พ้นตัวของเราให้เร็วที่สุด!

หากเราตัดทิ้งด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ขอให้เราหา “ผู้” ที่สามารถจะรับเอาไปจัดการแทนเราได้ แล้วมอบให้ผู้นั้นกำจัด “ความวิตก” หรือ “ความกังวล” เหล่านั้นแทนเราให้เร็วที่สุด!

…เมื่อใดก็ตามที่เรากระทำดังที่กล่าวมาแล้วได้ในทันทีทันใด เมื่อนั้นอาการที่ทำให้เราต้องดิ้นรน กระเสือกกระสนเหมือนคนถูกรัดหรือบีบคอก็จะค่อย ๆ ลดลงหรือหายไป  เราจะสามารถหายใจได้อย่างคล่องขึ้น และสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ดูยุ่งยากหรือไม่แน่นอนที่อยู่ข้างหน้าได้ง่ายขึ้นและดีขึ้น!

ดังนั้น พี่น้องที่รักคงจะตระหนักแล้วว่า  ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการรับมือกับความวิตกกังวล ก็คือ “บุคคล” ผู้ที่มีฤทธิ์สามารถในการจัดการ  กำจัดหรือเปลี่ยน “ความวิตกกังวล” ทั้งหลายที่เรามี ให้กลับกลายเป็นพลังงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแทนที่เหมือนดังเช่นในปัจจุบันมีการนำเอา “ขยะ” หรือ “ของเสีย” อื่น ๆ มาแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นเชื้อเพลิงหรือปัจจัยในการผลิตพลังงานเพื่อใช้สอยอย่างมีคุณประโยชน์!

และ “บุคคล” ที่เราควรเข้าหาให้เร็วที่สุด เพื่อรับการช่วยเหลือก็คือ “พระเป็นเจ้า!” “องค์พระเยซูคริสต์” เองได้ตรัสในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมาแล้วว่า …

“เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย (ยอห์น 14:27)

ด้วยเหตุนี้… คุณจะเก็บความวิตกกังวลที่ไม่ก่อประโยชน์สุขใด ๆ นอกจากโทษและทุกข์ภัยไว้ทำไม ในเมื่อคุณสามารถมอบความวิตกกังวลนั้นไว้กับพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในการจัดการกับมันอย่างแน่นอน!

ฉะนั้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้เรายุติการให้อาหารแก่เชื้อร้ายแห่งความวิตกกังวลเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการรับอาหารแห่งความเชื่อศรัทธาในพระเจ้า และวางใจมอบให้พระองค์ทรงจัดการกับ “มัน” อย่างสิ้นเชิง !

ซึ่งจะดีกว่าที่เป็นอยู่เป็นไหน ๆ เลย จริงไหมครับ?

ช่วยตอบที!

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-  Twitter.com/thongchaibsc

 Posted by at 9:50 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)