มี.ค. 072011
 

ฝ่ายธรรมาจารย์ที่เป็นพวกฟาริสี  เมื่อเห็นพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารกับพวกคนบาปและคนเก็บภาษี  จึงถามศิษย์ของพระองค์ว่า  “เหตุไฉนอาจารย์ของท่านจึงรับประทานด้วยกันกับคนเก็บภาษีและคนนอกรีตเล่า” (มาระโก 2:16)

งานพิธีไว้อาลัยที่ฉันเพิ่งไปมา มีสองสิ่งที่ต้องตัดสินใจ และทั้งสองเกี่ยวข้องกับการนั่ง ดูเหมือนไม่น่าเป็นปัญหา แต่เอาเข้าจริงๆแล้วเป็นปัญหา งานวันนั้นฉันจำต้องเลือกว่าจะหาที่นั่งสบายๆ หรือจะนั่งในที่ๆพระเยซูอยากให้นั่ง มันไม่เหมือนกันนะคะ

ตามปกติในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันจะมองหาเพื่อนๆ หรืออย่างน้อยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม วันนั้นนอกจากคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ต้องพบปะต้อนรับแขกมากมายแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใครที่รู้จัก ทางเลือกของฉันคือไปนั่งในกลุ่มคนที่คล้ายๆกับฉัน หรือในกลุ่มที่แตกต่าง

ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันดีกว่าพวกเขา เพราะทุกคนมองภายนอกดูเหมือนกันหมด – แต่งชุดดำสุภาพ อายุใกล้เคียงกัน และน่าจะพูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ แล้วก็มีอีกกลุ่มที่นั่งอยู่แถวหลังสุด ฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร และรู้ว่าเราแตกต่างกัน สิ่งที่พวกเขาเลือกทำอาจจะไม่เหมือนกับฉัน หรือว่าพวกเขาแยกออกไปนั่งข้างหลังเพราะคิดว่าเป็นพวก “คนนอก” ไม่เหมาะกับคนอื่น? แน่นอนคงไม่มีใครไปวุ่นวายกับพวกเขา ถึงอย่างไรพวกเขาก็ดูแปลกแตกต่างอยู่ดี

หลังเสร็จพิธี  ระหว่างอาหารว่าง ฉันชั่งใจว่าควรทำอย่างไร จึงถามตัวเองว่า “ถ้าเป็นพระเยซู พระองค์จะไปนั่งที่ตรงไหน?” พระองค์จะเลือกนั่งข้างในกับแขกกลุ่มใหญ่ที่มีฐานะเดียวกับพระองค์ หรือจะเลือกไปนั่งในที่ๆสามารถสำแดงพระทัยของพระเจ้าได้? คำตอบนั้นชัดเจน ฉันจึงเดินมุ่งไปที่ประตู

“นั่งด้วยคนได้ไหมคะ?” ฉันถาม เห็นรอยยิ้มและใบหน้าเชิญชวน บางคนรีบยกเก้าอี้มาให้ อีกคนแนะนำตัวเอง แล้วทุกคนก็ร่วมวงคุยกันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วขณะที่เราคุยกันไ ป หัวเราะกันไป เราคุยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว หนังที่เพิ่งลงโรง และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว

พวกเขามีสิทธิคิดว่าฉันนั้นช่างแตกต่างกับพวกเขา แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ในช่วงเวลานั้นพวกเขาต้อนรับฉันเข้ากลุ่มด้วยความจริงใจ เมื่อถึงตอนกล่าวลา ใจฉันหวนคิดถึงพระเยซูที่ทรงเลือกนั่งกับคนที่ถูกพวกเคร่งศาสนาตราหน้าว่าน่ารังเกียจ แต่พวกเขากลับต้อนรับพระเยซู และเมื่อพระองค์ทรงเลือกใช้เวลากับคนที่อยู่ห่างไกลพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างอิทธิพลที่แตกต่างอย่างชัดเจน

ฉันพอนึกภาพออก เมื่อพวกสาวกพยายามเตือนพระเยซูถึงอันตรายในการไปอยู่ในวงของพวก “คนบาป” พวกเขาอาจนึกว่าพระเยซูไร้เดียงสา หรือไม่ฉลาดนัก บางคนเป็นห่วงว่า “ผู้คนจะคิดอย่างไร?” หรือ “ใครจะมาฟังเราอีกในเมื่อเห็นพวกเราไปกินข้าว ไปร่วมวงกับคนที่สังคมรังเกียจ?” แต่พระเยซูไม่วิตกว่าใครจะคิดอย่างไร พระองค์ไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียง หรือถูกตำหนิว่าไม่เลือกคบคน ที่พระองค์ทำคือออกจากกรอบความคิดของคนอื่น เพื่อไปแสดงความรักและการยอมรับจากพระเจ้า

ฉันเองก็เช่นกัน  ได้เลือกใช้เวลาเป็นชั่วโมงออกห่างจากกลุ่มคนเดิมๆที่เป็นเหมือนฉัน เพื่อมีโอกาสนำความรักของพระเยซูไปมอบให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นที่ในโบสถ์ ในห้องอาหารที่ทำงาน  ไปนั่งเชียร์กีฬา หรืองานวันเกิดเด็กๆ ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะมีใครบางคนต้องการพระเยซูอยู่ด้วยเสมอ

ทุกครั้งที่เลือกได้ คำถามจะเหมือนเดิม – ฉันจะพุ่งไปนั่งกับคนคุ้นเคยดี? หรือมุ่งไปนั่งในที่ๆพระเยซูเลือกนั่ง?

เราถูกเลือกให้เป็นคนที่แตกต่างในหลายทาง เราไม่ได้เป็นเหมือนสิ่งที่โลกเลือกปฏิบัติ พระเยซูตรัสว่าเราเป็นความสว่างของโลก เท่าที่รู้ จุดเทียนในห้องที่สว่างอยู่แล้วจะมีความหมายใด แต่เทียนที่จุดขึ้นในที่มืด จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว

ดังนั้นถ้ามีโอกาส ขอแนะนำให้คุณเลือกนั่งในที่ๆพระเยซูจะไปนั่งค่ะ แล้วจะไม่ผิดหวัง

โดย: Glynnis Whitwer

Encouragement  for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • สมาชิกโบสถ์ส่วนใหญ่ กลุ่มเพื่อนร่วมงาน หรือกลุ่มเพื่อนๆมักจะชินอยู่กับกลุ่มหรือคนเดิมๆ เก้าอี้เดิมๆ บริเวณเดิมๆ จนลืมนึกถึงการขยายขอบเขตแผ่นดินสวรรค์ไปอย่างน่าเสียดาย … เริ่มใหม่ได้ค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

 Posted by at 6:19 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)