มี.ค. 222011
 

“ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์” (ยอห์น 10:10)

ท่านบอกว่าอยากพบครอบครัว พวกเราไปกันแน่นอน เพราะสตรีท่านนี้แม้จะอายุเก้าสิบสองแล้ว ยังเป็นที่รักและเคารพของพวกเราไม่เสื่อมคลาย

เก้าเดือนที่แล้วท่านยังดูแข็งแรง มีพลัง และสนุกกับชีวิต แต่ตอนนี้ท่านเรียกทั้งครอบครัวให้มาพบเพื่อจะ “บอกลา” เรารู้สึกเศร้าโศกเมื่อคุณยายน้อยประกาศว่าท่านพร้อมจะไปพบพระเยซูหน้าต่อหน้าแล้ว ท่านบอกพวกเราว่า “อย่าทำหน้าเศร้าสิ … ยายมีความสุข ยิ้มไว้นะ” หลายคนคงไม่เข้าใจในความสุขของท่าน ทั้งที่รู้ตัวดีว่ากำลังจะจากโลกนี้ไป แต่สำหรับคุณยายน้อยแล้ว ท่านรู้ดีว่ากำลังจะไปไหน

ฉันพาลูกๆไปบอกลาคุณยายทวด เด็กๆเข้าไปกอดและบอกกับยายทวดว่าพวกเขารักท่าน คุณยายทวดก็บอกว่ารักเหลนๆเหมือนกัน ถึงแม้เสียงจะดูแผ่วและอ่อนกำลัง พอมาถึงฉัน ฉันโน้มตัวลงไปจูบเธอที่แก้มบอกกับเธอว่า “รักคุณยายค่ะ” เธอตอบมาว่า “แล้วเจอกันที่งานเลี้ยงนะ”

ตอนแรกคิดว่าคุณยายคงหลงลืมไปชั่วขณะ แต่เมื่อมองหน้าท่านผ่านม่านน้ำตา ฉันรู้ได้ในทันทีว่าความคิดของเธอยังแจ่มชัด คุณยายน้อยกำลังเดินทางไปร่วม “งานเลี้ยง” ที่บนสวรรค์ บ้านนิรันดร์ของท่าน ฉันสัมผัสได้ถึงความสุขของคนที่กำลังจะเดินทางไปงานเลี้ยง และรู้สึกขอบพระคุณพระเจ้าเพราะเมื่อชีวิตบนโลกนี้ของฉันสิ้นสุดลง จะได้ไปพบกับคุณยายน้อยที่ในงานเลี้ยง ถึงจะรู้ว่านั่นเป็นความสุขนิรันดร์ ความตายก็ยังเป็นสิ่งที่ยากจะรับ ยากสำหรับพวกเราที่ยังต้องดำเนินชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้

คุณแม่ของฉันจากไปเมื่อปีที่แล้ว สำหรับฉันมันเป็นความเจ็บปวดที่สุดที่ลงลึกไปในใจ คุณแม่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด แต่เธอไม่อยู่แล้ว เมื่อเช้าตอนไปซื้อของมองเห็นแอปเปิ้ลทาร์ตของโปรดคุณแม่ เวลาทานเราจะใส่ครีมวานิลาไว้ข้างบน อดไม่ได้ต้องร้องไห้ออกมาในซุปเปอร์มาร์เก็ต ฉันไม่มีวันได้ทานแอปเปิ้ลทาร์ตกับคุณแม่อีกแล้ว เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดใจ สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมได้คือคุณแม่ไปรอฉันล่วงหน้าอยู่ที่ “งานเลี้ยง” แล้ว และวันหนึ่งข้างหน้าฉันจะได้พบกับท่าน แต่กว่าจะถึงวันนั้นฉันยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป

ไม่ใช่แค่ดำเนินชีวิตให้ผ่านไป แต่เป็นการได้ใช้ชีวิตให้สมคุณค่า พระเยซูตรัสว่า “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์” (ยอห์น 10:10) หนังสือคู่มือศึกษาพระคัมภีร์ของฉันบอกว่า “ช่างแตกต่างจากขโมยที่มาเพื่อทำลายชีวิต พระเยซูทรงเป็นผู้ประทานชีวิต ชีวิตที่ประทานให้นั้นครบบริบูรณ์ เต็มล้น และตลอดไป ไม่ต้องคอย ได้รับในทันที

น่าเศร้าที่พวกเราหลายคนใช้ชีวิตรอคอยที่จะไปงานเลี้ยง แทนที่จะใช้ชีวิตแบบเลี้ยงฉลองที่สามารถเริ่มได้จากวันนี้  เราต่างตระหนักว่าชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง เราจึงนั่งเศร้าเฝ้ารอให้ชีวิตผ่านไป แทนที่จะมีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่เติมเต็มและครบบริบูรณ์ตามที่พระเยซูมอบไว้ให้

แล้วเราจะดำเนินชีวิตที่ครบบริบูรณ์อย่างไรในท่ามกลางการทดลองที่มากมาย? เราต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ประทานชีวิตคือองค์พระเยซูคริสต์ ตั้งมั่นในพระวจนะ และนำพระสัญญามาใช้ในชีวิตของเรา ไม่ได้แปลว่าความเจ็บปวดใจจะหายไป แต่หมายความว่าเราสามารถดำเนินชีวิตอย่างครบบริบูรณ์และมีอิสระเสรีได้

คุณยายน้อยพูดว่า “แล้วเจอกันที่งานเลี้ยง” ค่ะคุณยายน้อย ป่านนี้คงสนุกใหญ่ที่ในสวรรค์ และเพื่อระลึกถึงทั้งคุณแม่และคุณยายน้อย วันนี้ฉันขอมีงานเลี้ยงเป็นของตัวเอง…งานเลี้ยงของพระเยซู ที่ฉันพร้อมจะทำตามพระดำรัส และใช้ชีวิตที่ครบบริบูรณ์

หวังว่าจะเจอพวกคุณที่งานเลี้ยงนะคะ!

โดย: Melissa Taylor

Encouragement  for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เป็นความหวังใจที่สุดที่วันหนึ่งข้างหน้าเราจะได้ไปเจอกันที่งานเลี้ยง ดังนั้นอย่าปล่อยให้คนที่เรารักพลาดงานเลี้ยงนี้ อย่าลืมชวนพวกเขาไปด้วยกันนะคะ
  • สำหรับทุกท่านที่เขียนเข้ามาขอให้อธิษฐาน ทางทีมเรายินดีที่ได้มีโอกาสอธิษฐานเผื่อพวกท่าน ถ้าพระเจ้าตอบคำอธิษฐาน นำคำพยานมาแบ่งปันบ้างก็ดีนะคะ เพื่อจะหนุนใจทีมอธิษฐานของเรา – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 11:52 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)