มิ.ย. 112011
 

“เหตุผลที่เรามาเชื่อพระเจ้า ก็คือ พระองค์ “Forgive” (ยกโทษ) เรา

และทรงช่วยเราให้สามารถ “Forgive” (ยกโทษ) ตัวของเราเอง

“Forget” (ลืม) ความผิดบาปที่เราเคยทำมา และ “Forgive” (ยกโทษ) คนที่ทำผิดต่อเรา

รวมทั้ง “Forget” (ลืม) บาปผิดของเขาได้!”

 

ทำไมเราจึงเชื่อศรัทธาในพระเจ้า? คำตอบคือ เพราะว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ให้คุณให้โทษกับเรา แต่กลับทรงเลือกที่จะ “รับโทษ” บาปที่เรากระทำแทนเรา เพราะเราไม่มีปัญญาแบกรับไหว และยังทรงประทาน “พระคุณ” ให้แก่เราอย่างไม่มีขีดจำกัด!

และ “พระคุณ” อันมหาศาลของพระองค์นั้นสามารถลบล้างความผิดบาปมากมายของเราได้อย่างสิ้นเชิง!

…หากไม่มีพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยฤทธิ์ และพระคุณเช่นนี้ ชีวิตของเราคงจะมาถึงทางตันอย่างสิ้นเชิง!

แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงเป็น “ผู้เดียว” ในจักรวาลที่สามารถรับโทษและยกโทษของเราได้อย่างแท้จริง และพระองค์ทรงเต็มพระทัยที่จะกระทำเช่นนั้นเพราะรักเรา ทั้ง ๆ ที่เราเองไม่มีคุณค่าควรต่อความรักของพระองค์ด้วยซ้ำไป!

เราจึงไม่ใช่บุคคลที่มีค่าที่พระองค์จำเป็นต้องรัก  แต่เพราะพระองค์ทรงรักเราจึงทำให้เรากลายเป็น “บุคคลที่มีค่า!”

คุณค่าของเราจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราทำอะไร แต่อยู่ที่ว่าเราเป็นคนของใคร!

หากไม่มีพระเจ้าและพระคุณของพระองค์ เราจะไม่มีทางรอดหรือจัดการกับอดีตแห่งความบาปผิดของเราได้ แต่เพราะพระองค์  เราจึงสามารถควบคุมไม่ให้อดีตบาปของเรามามีอิทธิพลเหนือเราได้ต่อไป!

ซึ่งเราเรียกความสามารถนี้ว่า “การลืม” ในความหมายใหม่ !

เพราะคำว่า “ลืม” ในความหมายดั้งเดิม มีความ หมายว่า “จำไม่ได้” , “นึกไม่ออก” !

แต่คำว่า “ลืม” (Forget) ในความหมายของเราตอนนี้หมายความว่า “การไม่ปล่อยให้สิ่งที่ผ่านมาแล้วมีอิทธิพลเหนือความคิดหรือชีวิตของเราอีกต่อไป!”

ดังคำกล่าวที่ว่า…

เมื่อเรายกโทษ (forgive) ผู้ใดนั้น เราไม่ได้ลืม (forget) “คน ๆ” นั้นหรือ “สิ่ง ๆ” นั้นที่ทำให้เราเจ็บปวดตามความ หมายดั้งเดิม เพราะคงเป็นไปได้ยากที่เราเห็นหน้า “คนนั้น ๆ” แล้วจะสามารถทำเป็นจำเขาหรือเธอไม่ได้หรือทำเป็นนึกไม่ออก!

แต่ตรงกันข้าม คำว่า “ลืม” ในทางของพระเจ้าก็คือ ไม่ปล่อยให้ “คน ๆ นั้น” หรือ “เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง” หรือ “สิ่งใดสิ่งหนึ่ง” มามีอิทธิพลครอบงำชีวิตของเรา จนก้าวต่อไปไม่ได้!

จงมอง “คนๆ” นั้นให้เห็นชัดเจนว่า “เขา” หรือ “เธอ” เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ อาจเพื่อทดสอบหรือสอนบทเรียนบางอย่างให้แก่คุณหรือแก่ตัวเขาเอง!

จงขอบคุณพระเจ้าและขอบคุณเขาหรือเธอที่ช่วยคุณให้เติบโตขึ้นกว่าเดิมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา

เขาหรือเธออาจตัดสินใจผิดที่ไม่ได้เลือกเคียงข้างหรือเคียงคู่กับคุณ หรืออาจเป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทำให้เขาหรือเธอตัดสินใจเช่นนั้น มิฉะนั้นคุณเองอาจจะต้องตรอมตรมในชีวิตที่เหลือของคุณตลอดไปจนวันตาย!

ขอให้คุณมอง “เขา” หรือ “เธอ” ด้วยสายตาแห่งการเป็นมิตร และให้อภัย!

บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเขาเอง แต่เป็นพระประสงค์หรือแผนการบางอย่างของพระเจ้า ที่เกินความสามารถของเขาที่จะขัดขืนหรือปฏิเสธได้!

ด้วยเหตุนี้จะเป็นการดี หากว่าคุณและเขา จงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันฉันมิตรสหายอย่างคู่ขนาน แม้ว่าจะไม่ได้หล่อหลอมทุกสิ่งในชีวิตให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม!

แต่ตราบใดที่ชีวิตในโลกนี้ของเรายังไม่สิ้นสุดลง ในวันหนึ่งข้างหน้าพระเจ้าอาจมีแผนการบางอย่างที่เกินความเข้าใจรอคุณกับเขาหรือเธอก็เป็นได้!

ดังนั้น นับจากนี้ไป   จงปลดปล่อยตัวของคุณให้หลุดพ้นจากกับดักแห่งความขมขื่น เพราะการไม่ให้อภัย และจงยกโทษ (Forgive) ให้แก่คนที่ทำให้คุณทุกข์เจ็บปวด และจงลืม (Forget) มันไปด้วยการไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมารบกวนหรือครอบงำเหนือชีวิตจิตใจของคุณอีกต่อไป!

 

ดีไหมครับ?

 

 

 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 7:49 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)