ก.ค. 222011
 

“God never asks about our ability just our availability!”

(พระเจ้ามิได้ถามหาความสามารถของเรา พระองค์แค่ปรารถนาความพร้อมตอบสนองจากเรา!)

ผมได้รับ “การเรียก” หรือ “การนำ” จากพระเจ้าหลายต่อหลายครั้งผ่านทางช่องทางต่าง ๆ อาทิ จากคำเทศน์       คำสอน คำปรึกษา คำแนะนำ คำอธิบาย คำชี้แจง การอ่านพระคัมภีร์ การอธิษฐาน สถานการณ์ และความชัดเจนในส่วนลึกของจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก “นิมิต” ที่มาทั้งทางตรงและทางอ้อม!

ยกตัวอย่างเรื่อง “การตั้งคริสตจักร” หรือ “การไปช่วยเหลือคริสตจักร”

เมื่อปี 1976 ผมเริ่มทำงานที่ BSC (Baptist Student Center) โดยไม่มีทั้งตำแหน่งหรือใบพรรณางาน เพียงแค่มิชชันนารีคนหนึ่งชื่อ Jack Martin เดินเข้ามาผมในคืนวันศุกร์หนึ่ง หลังจากที่ผมนำการประชุมอธิษฐานและกิจกรรมในคืนวันนั้น อาจารย์แจ๊ค มาร์ติน ผู้นี้เดินมาหาผมและบอกว่า “พระเจ้าตรัสกับผมว่า คุณคือคนที่พระเจ้าเรียกให้มาทำงานร่วมกันกับผมที่ BSC นี้!”

ผมงุนงง ในคำพูดของอาจารย์ ผู้นี้มาก เพราะไม่เคยมีใครกล้าพูดกับผมตรง ๆ ชัด ๆ อย่างนี้มาก่อน! เวลานั้นผมเพิ่งจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนนเกียรตินิยม อันดับ 2 จบในเวลา 3 ปีครึ่ง  ยังไม่ ได้สมัครงานที่ไหนอย่างเป็นทางการ (แม้จะมีหลายที่ทาบทามอยู่ก็ตาม)

คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมก็คือ  “พระเจ้าเรียกผมจริงหรือ?” และ “ผมพร้อมหรือไม่สำหรับงานดัง กล่าวนั้น?” ต้องสารภาพว่า ตอนนั้นผมไม่มีข้อมูลอยู่ในหัวแม้แต่นิดเดียวเลยว่า ผมจะไปทำอะไรได้ที่ BSC แห่งนั้น!

เมื่อผมถามกลับไปว่า  จะให้ผมทำอะไร คำตอบของ อ.แจ๊ค ยิ่งทำให้ผมสับสนเข้าไปอีก เพราะว่า ท่านตอบว่า…

“คุณจะทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มาทำงานที่ BSC ก็พอ!” จากนั้น อาจารย์แจ๊ค ก็ขอให้ผมไปอธิษฐานกับพระเจ้าในเรื่องนี้ดู !

หลังจากไปอธิษฐานและกลับมาเจรจากัน 2-3 รอบ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกดูแล้วไม่มีอนาคตได้ทำงานร่วมกันเลย อยู่ ๆ พระเจ้าก็พลิกล็อคทำให้ผมยอมรับปากทำงานที่ BSC นั่น โดยผมต้องเป็นคนคิดเองว่าผมจะทำอะไรบ้าง!

นับเป็นการเริ่มต้นการทำงานที่น่าแปลกประหลาดทีเดียวใช่ไหมครับ?

…สิ่งหนึ่งที่ผมทำในเวลานั้นก็คือ เริ่มต้นการสัมภาษณ์นักศึกษาที่ไปสมัครเรียนภาษาที่ BSC พร้อมทั้งตอบปัญหาข้อข้องใจในเรื่องของพระเยซูคริสต์และข่าวประเสริฐของพระองค์  ผลปรากฎว่า มีนักศึกษาหลายคนสนใจ ศรัทธาอยากติดตามองค์พระเยซูคริสต์ ผมจึงแนะนำให้ไปโบสถ์นั้นโบสถ์นี้ และทำอย่างนั้นมาหลายปี จนกระทั่งมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งถามผมว่า “ทำไมคุณไม่ตั้งโบสถ์ที่นี่เลยล่ะ เราไปในที่ ๆ คุณแนะนำไม่ถูกหรอกและอีกอย่างเราไม่รู้จักใครที่นั่น เรารู้จักแต่คุณ!” แต่ผมก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด  จนกระทั่งเสียงเรียกร้องและสภาพที่ผมเห็นตลอดหลายปีเหล่านั้น ก่อเกิดเป็นภาระใจและกลายเป็นนิมิตขึ้นมาในจิตใจ!

จนกระทั่งในปี 1982  ผมจึงมองข้าม “ความสามารถ” (ability) ของผม และบอกกับพระเจ้าถึง “ความพร้อมในการสนอง” (availability)  และตัดสินใจที่ตั้งคริสตจักรขึ้นที่ BSC (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบหลักสูตรในสถาบัน พระคริสตธรรมใด ๆ เลย) และมีพี่น้อง อีก 2-3 ครอบครัวมาขอร่วมกันตั้งด้วย และได้ตั้งชื่อว่า “คริสตจักรนิมิตใหม่” ที่   หัวมุมสี่แยกพญาไท และดำเนินอยู่เรื่องมาจนเติบใหญ่ในทุกวันนี้

ผมขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงกระทำกิจอันสุดแสนพิสดารในชีวิตผม จนได้ก่อตั้ง “คริสตจักรในโรงเรียน!” ขึ้น มา อันเป็นคริสตจักรที่ให้ความสุข และความอบอุ่นด้วยมิตรภาพของพี่น้องทุกคนในโบถส์ตลอดมา!

…จนกระทั่งกลางปี 2004 คุณอัญชลี  คุณสาลินี และอีกหลายคนได้ขอให้ผมรับเป็น “ศิษยาภิบาล” ของกลุ่ม     คริสเตียนที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มคริสเตียนกางเขนสัมพันธ์”ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น“คริสตจักรแห่งความสุข”(สุขุมวิท 16) ซึ่งเวลานั้นยังมีสมาชิกอย่างเป็นทางการไม่ถึง 20 คน  ซึ่งผมเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า จะได้รับการเชิญเช่นนั้น และก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมจะไปช่วยอะไรได้  อีกทั้งยังมีอุปสรรคปัญหาอีกหลายประการ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตอบตกลงได้ในทันที!

แต่ก็เหลือเชื่อที่ในสถานการณ์เช่นนั้น พระเจ้ากลับทรงกระทำกิจในใจของผมให้มองข้ามความสามารถ (ability) ของผม และพร้อมในการตอบสนอง (Availability) การทรงเรียกของพระองค์!

และเมื่อผมตอบตกลง ทุกอย่างในชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปอย่างมากมาย!

ถามว่า ง่ายไหมที่เป็นศิษยาภิบาลใน “คริสตจักรแห่งความสุข” นี้  คำตอบคือ  ยากสุด ๆ !

แต่เมื่อผมพร้อมเชื่อฟัง และตอบสนองด้วยความรักในพระเจ้าและในคนที่ผมพบพาน ผมกลับสามารถสละเวลา  แรงกาย และทุ่มเทสรรพกำลังและสติปัญญาให้กับคริสตจักรแห่งนี้ได้มากอย่างที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งกลางวัน กลางคืน หลายปีติดต่อกัน โดยไม่ได้หยุด!

แต่ผลที่ผมได้เห็นและได้รับนั้น เป็นพระพรสุดยอดที่ไม่อาจสรรหาถ้อยคำใดๆ มาพรรณาได้เลย!

ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับคริสตจักรแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นคริสตจักรในร้านอาหาร (ชมสวน)ที่พี่น้องในคริสตจักรและผมได้ร่วมสร้างขึ้นด้วยความรักผูกพันและร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาจนเจริญเติบโตน่าภาคภูมิใจยิ่งนักในวันนี้ !

บัดนี้ ดูเหมือนว่าพระเจ้ากำลังทรงนำและวาง “นิมิต” สำหรับการตั้งคริสตจักรแห่งที่ 3 ไว้ตรงหน้าผม และคนอีกหลายสิบคน ซึ่งหากถามผมว่า  ผมเคยคิดมาก่อนไหมว่า จะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ผมก็คงตอบได้ทันทีว่า “ไม่”!

แต่ผมก็ตัดสินใจเลือกที่จะมองข้าม  “ความสามารถ” (ability) ของผมไปอีกครั้ง และทำได้เพียงแค่ตอบพระองค์ว่า ผมพร้อมแล้วที่จะสนองพระบัญชา (availability) ของพระองค์อีกครั้ง

และนี่จะเป็นก้าวสำคัญที่ท้าทายอีกก้าวหนึ่งในการรับใช้ของผม โดยการผนึกกำลังจากคริสตจักรทั้ง 2 แห่ง คือ “คริสตจักรนิมิตใหม่” (New Vision Church) และ “คริสตจักรแห่งความสุข” (Church of Joy) เพื่อก่อตั้งคริสตจักรลูกร่วมกัน ในนามว่า “คริสตจักรแห่งความรัก” (Church of Love หรือ AGAPE BAPTIST CHURCH)

และจะเป็นอีกหนึ่งคริสตจักรที่มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นคริสตจักรรอบบ่ายสองโมงครึ่งที่เป็น “คริสตจักรในร้านขายดีวีดี” (ณ บริษัทแมงป่อง ลาดพร้าว 90)

พี่น้องที่รักครับ!

หากว่าวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกคุณให้กระทำอะไร ขอให้ลองทำเหมือนผมดูสิครับ นั่นคือมองข้าม “Ability” ของตัวเองและถวาย ‘availability’ ของคุณให้กับพระองค์ด้วยความเชื่อฟังวางใจพระองค์ และให้ทำสิ่งนั้นด้วยความรัก ทุ่มเท แล้วคุณจะมีความสุขอย่างสุด ๆ เหมือนอย่างที่ผมเป็นอยู่ในเวลานี้!

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 8:07 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)