ส.ค. 092011
 

“เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา” พระเจ้าตรัสดังนี้ (อิสยาห์ 55:8)

เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึกคืนหนึ่ง ฉันอดไม่ได้ที่จะคิดว่าสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดกลายเป็นความจริงแล้ว เป็นเสียงตำรวจที่โทรมาเพื่อบอกว่าลูกชายวัย 21 ของฉันหลับใน ขณะขับรถไปที่บ้านเพื่อน

มิทช์ลูกชายของฉันอายุแค่สี่เดือนเมื่อผู้เป็นพ่อของเขาเสียชีวิต จากนั้นมาฉันมีความกลัวในสองสิ่งอยู่เสมอ – กลัวว่าชีวิตของลูกชายจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการสูญเสียผู้เป็นพ่อไป และกลัวว่าลูกเองก็อาจเสียชีวิตขณะอายุยังน้อยด้วย เมื่อมิทช์อายุได้สี่ขวบความกลัวของฉันก็ได้รับการปลดปล่อย พระเจ้าทรงนำแพทเข้ามาในชีวิตเราสองคนแม่ลูก ทำหน้าที่เติมเต็มทั้งเป็นพ่อของลูกและเป็นสามีของฉัน

เช่นเดียวกับพ่อที่ดี แพทเป็นคนยอดเยี่ยมที่อยู่เคียงข้างครอบครัวทั้งในยามทุกข์และยามสุข สิ่งที่เกิดขึ้นกลางดึกวันนั้นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เมื่อแพทไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถของลูกชายยับเยินเพราะชนเข้ากับที่กั้นถนนที่กันไม่ให้หลุดเข้าไปในทางด่วนขณะที่รถกำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง ตัวมิทช์เองไม่ได้เป็นอะไร ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน หรือกระดูกหัก – ไม่มีเลย พ่อของเขาตะลึงทีเดียว แต่ตำรวจยิ่งงงมากกว่า และสิ่งที่ตำรวจท่านนั้นพูดกับมิทช์คือ

“ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่กลับบ้านไปนอนหรอก แต่จะไปหาโบสถ์ที่ใกล้ที่สุด และขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยชีวิตคุณไว้ เพราะพระองค์ทรงมีพระประสงค์บางอย่างแน่ๆสำหรับคุณ” ดูเหมือนพระเจ้าตรัสโดยตรงผ่านนายตำรวจท่านนั้น แพทขับรถพามิทช์กลับบ้านด้วยความเงียบ ตำรวจท่านนั้นพูดไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้พูดอีก

ตอนบ่ายวันอาทิตย์เราขับรถไปดูซากรถคันนั้นเพื่อไปเก็บของๆมิทช์กลับมา สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือมีสีพ่นวันที่ 9−9 สีส้มจ้าตาอยู่ที่กระจกหน้า เป็นวันที่มิทช์ประสบอุบัติเหตุและตรงกับวันที่คุณพ่อแท้ๆของเขาจากไป น่าแปลกที่ทั้งคู่อายุเท่ากันพอดี ตาฉันจับจ้องอยู่ตรงวันที่นั้น และรู้ว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการบอกให้รู้ – เป็นหมายสำคัญจากเบื้องบนชัดเจน มิทช์ได้รับการปกป้องจากพระหัตถ์พระเจ้า

ความจริงนั้นแทงทะลุเข้าไปในใจฉัน และเรื่องโกหกที่ซาตานกรอกหูไว้ก็มลายไป ฉันไม่กลัวการสูญเสียลูกเพราะความตายอีกต่อไป พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับมิทช์แต่ไม่ใช่สำหรับพ่อแท้ๆของเขา ฉันตระหนักถึงความจริงข้อนี้อยู่ในใจเสมอ แต่วันนั้น ตรงที่เก็บซากรถมันกลายเป็นความจริง ฉันไม่สงสัยพระเจ้าอีกแล้วเมื่อลูกชายได้รับการปกป้องจากอุบัติเหตุเฉียดตายนั้น และอยู่ในวันครบรอบที่พ่อของเขาจากไป .

ไม่ว่าจะสงสัยหรือความกลัว พระเจ้าทรงมีแผนการ แต่จะไม่เหมือนกันในแต่ละคน ประสบการณ์นี้เตือนให้ฉันรู้ว่าความคิดของฉันไม่เหมือนความคิดของพระเจ้า พระองค์ทรงเห็นภาพรวมที่ใหญ่กว่า ทรงรู้แผนงานดี และสิ่งนี้เตือนให้ฉันคุกเข่าลง ยอมยกความกลัวทั้งหมดที่มีให้พระองค์และเข้ามาวางใจในความดีเลิศ และแผนการอันสมบูรณ์ที่ทรงมีต่อลูกของฉัน ดังนั้น อำนาจเดียวที่ยิ่งใหญ่และควบคุมอยู่เหนือความคิดกลุ้มกังวลของเราอยู่ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า แทนที่จะถูกความกลัวตามหลอกหลอนทั้งกลางวันกลางคืน ให้เราน้อมนำความคิดจิตใจทั้หมดมาวางไว้ที่พระองค์ เพราะทรงมีแผนการอัศจรรย์เกินกว่าที่เราจะคิดได้ค่ะ

 

โดย: Micca Monda Campbell

Encouragement  for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนยังตกอยู่ในความกังวลใจโดยเฉพาะเรื่องลูกๆ อธิษฐานฝากมอบพวกเขาไว้กับพระเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้ดูแลที่ดีที่สุด ดีกว่าผู้ที่เป็นพ่อแม่ด้วยซ้ำไป – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 10:31 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)