ก.ย. 032011
 


“เกิดหนึ่งครั้ง ตาย 2 ครั้ง เกิด 2 ครั้งตายครั้งเดียว!”

(Born once, die twice, born twice, die once!)

โดยปกติคนเราทุกคนจะเกิด 1 ครั้ง แล้วตาย 2 ครั้ง

ครั้งแรก “ตายฝ่ายกาย” คือ สิ้นอายุขัย  หมดลมหายใจ และวิญญาณออกจากร่าง เป็นสภาวะที่ปราศจากความ สุข ความยินดี หรือสิ่งน่าอภิรมย์ใด ๆ แต่ถ้าตายแล้วไม่มีที่จะไปอยู่หรือตายไปแล้วและต้องไปอยู่ในที่ ๆ ไม่น่าอยู่ที่เรียก ว่า “แดนคนตาย” หรือ “นรก!” ก็คงจะไม่ดีนัก!

“พระเจ้า” คือแหล่งชีวิตอันถาวร พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้สัมพันธ์สนิทกับพระองค์เพื่อรับชีวิตอันเปี่ยมสุขจากพระองค์ เมื่อเริ่มแรกพระองค์ทรงสร้างมนุษย์จากผงคลีดิน และระบายลมปราณให้แก่เขา แต่หากวันใดเขา “ตาย” และลมปราณออกจากร่างของเขา  มนุษย์ก็กลับกลายไปเป็นดินดังเดิม !

“ทุกอย่างไปยังที่เดียวกัน ทุกอย่างเป็นมาจากผงคลีดิน และทุกอย่างกลับเป็นผงคลีดินอีก”  (ปญจ.3:20)

    มนุษย์ทั่วไปที่ไม่รู้จักกับพระเจ้าหรือไม่ยอมรับพระเจ้า ไม่กลับมาติดสนิทกับพระเจ้า ก็เหมือนกับกิ่งไม้ที่เคยติดอยู่กับต้น รับอาหารและชีวิตมาจากต้น  เมื่อใดก็ตามที่กิ่งก้านใดหัก  ขาดหรือหลุดไปจากต้น กิ่งก้านนั้นกำลังตายอย่างช้า ๆ   ใบที่เขียว ๆ ก็จะเริ่มเหลืองเหี่ยว ค่อย ๆ แห้งไป และกรอบตายไปในที่สุด   การตายครั้งที่ 1 เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์!

“เจ้าจะต้องหากินด้วยเหงื่ออาบหน้า  จนเจ้ากลับเป็นดินไป เพราะเราสร้างเจ้ามาจากดิน เจ้าเป็นผงคลี ดิน และจะต้องกลับเป็นผงคลีดินดังเดิม”  (ปฐก.3:19)

    แต่มนุษย์มี “จิตวิญญาณ” ดังนั้น ประเด็นคำถามที่สำคัญก็คือ  วิญญาณของมนุษย์จะไปที่ใดหลังจากที่เขาตาย?

มีคำสอนหรือข้อคิดเห็นมากมายจนเกิดปรัชญาศาสนาต่าง ๆ เต็มไปหมด…

แต่ในพระคัมภีร์ที่ถือว่าเป็นพระวจนะของพระเจ้าได้บอกเราว่า…

มีเหลืออยู่เพียง 2 ที่เท่านั้นที่วิญญาณของเราต้องเลือกไปที่ใดที่หนึ่ง

หนึ่งในนั้นคือ ที่ ๆ น่าไปมากที่สุด นั่นคือ สวรรค์ แต่อีกหนึ่งนั้นคือ ที่ ๆ ไม่ขอแนะนำให้ใครไป นั่นคือ นรก!

แม้จะมีทฤษฏีที่ 3 ว่า วิญญาณของเราอาจดับได้โดยไม่ต้องไปที่ใดที่หนึ่งนั่นก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน!

อย่างไรก็ตาม หากว่าเป็นจริงตามที่พระเจ้าตรัสไว้ในพระคัมภีร์ จะเป็นการดีกว่าแน่  หากว่าเราได้ไปในที่ ๆ พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์สถิตอยู่ นั่นคือ สวรรค์

แต่การจะไปสวรรค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดี ความเก่งกล้า เสียสละ หรือบุญกุศลใด ๆ ที่เราทำ!

เพราะการจะขอเข้าไปในบ้านของใครแล้วขออยู่กับเขา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดีเลิศใด ๆ ของเราเลย  แต่ขึ้นอยู่กับว่า เจ้าของบ้านเขาจะให้เข้าไปหรือจะให้อยู่ด้วยหรือไม่ต่างหาก!

การไม่รู้จักกับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของสวรรค์นี้เองทำให้วิญญาณของเราไม่ได้เข้าไปอยู่ในที่นั่น เราเรียกว่า ความตายครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีสภาวะทุกขเวทนายิ่งนัก เพราะต้องห่างไกลจากแหล่งชีวิตและความสุขสำราญทั้งปวง!

แต่หากว่า เราสำนึกตนว่า การไม่รู้จักกับพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของทั้งบ้าน ทั้งโลกนี้และในสวรรค์เป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งนักเพราะล่อแหลมต่อวิญญาณจิตของเราตลอดชั่วนิรันดร์ เราควรจะรีบกลับใจยุติความมีทิฐิและหยิ่งทรนงใน “ตัวตน” หรือใน “ศักดิ์ศรี” จอมปลอมของเรา  แล้วถ่อมใจ  ถ่อมตัวลง คุกเข่าทูลขอการอภัยโทษจากพระเจ้าสำหรับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา  ขอพระเจ้าทรงโปรดเมตตาช่วยเหลือคนบาป คนที่มีความจำกัดและไม่สมบูรณ์อย่างเรา ขอรับพระคุณจากพระเจ้าที่ผ่านมาทางองค์พระเยซูคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงตายรับโทษบาป และไถ่เราให้สิ้นกรรมเวรทั้งหลายทั้งปวงที่เราเคยกระทำมาตลอดชีวิต และเราเองก็หมดปัญญาที่จะชดใช้หนี้กรรมเหล่านั้น และเราตระหนักว่า ไม่มีทางอื่นใดอีกแล้ว นอกจากการขอรับพระเมตตาจากองค์พระเจ้าเท่านั้น!

หากเรากระทำเช่นนี้ ด้วยใจจริง พระเจ้าตรัสว่า เราจะได้รับการไถ่ถอนหนี้บาปทั้งหมดของเรา ผ่านทางโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่หลั่งออกมาเพื่อชำระหนี้แทนเราล่วงหน้ามานานแล้ว เพียงแต่รอให้เราทูลขอด้วยความเชื่อเท่านั้น!

นอกจากนี้ เรายังได้รับพระคุณซ้อนพระคุณ คือนอกจากได้รอดโดยพระคุณ แล้วเรายังได้รับการบังเกิดใหม่อีกครั้งที่เราเรียกว่า “เกิดครั้งที่ 2”  ด้วยฐานะบุตรของพระเจ้า  อันจะเป็นเหตุให้เราจะตายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ ตายฝ่ายร่างกายตามอายุขัย หรือด้วยเหตุโรคภัย หรืออุบัติภัยต่าง ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง!

แต่วิญญาณของเราจะไม่ตายอีกเลย เราจะอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์เป็นนิจนิรันดร์ !

“ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง

                   แต่พระเจ้าทรงประทานให้ ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้

                         เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้”   (อฟ.2:8-9)

 

                             “แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์

                             พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า (ยน.1:12)

 

ดังนั้น ในท้ายนี้ จงถามตัวของคุณเองว่า เวลานี้

“คุณเกิดมาแล้วกี่ครั้ง?” และ “คุณจะไปอยู่ที่ไหนหลังจากคุณตายจากโลกนี้ไปแล้ว?”

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 8:16 pm

  One Response to “ความรอด”

  1. วันนี้ คือวันเกิด ของผม ผู้ ซึ้งพระเจ้า
    ให้ได้เกิดขึ้น มาในโลก แห่งน้ เมื่อ 45 ปี ก่อน
    สร้างผม ขึ้นในครอบครัว ที่ได้รับ ความรอดใน องค์ พระเจ้า แม้หลายครั้งและอีกหลายๆๆๆๆครั้งเกิดปัญหา ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่เราทุกคนในครอบครัวจะทำได้ ก็ แต่ แค่พร้อมใจกันก้มศรีษะ และ ได้แต อธิฐาน และร้องทูลขอพระคุณความกรุณาจากองค์ พระเจ้า พระ เยซูคริสต์ เจ้า ทรงทำให้ผ่านพ้น ได้เสมอมา
    และจน ใน ช่วง หลังนี้ ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ผม เอง ก็ต้องประสพ ด้วยตัวเอง อย่างสะบัตสะบอม แต่ ได้แต้ ร้องทูลพระองค์ ในทุกกรณี ใช่ว่าวันนี้ ผมจะผ่านพ้น แต่ ทำได้แค่เพียงเข้าหาพระองค์สงบใจและ กราบทูลทุกสิ่ง และ ร้องขอความกรุณา พิจารณา สิ่งบาป ที่อาจเกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจ จนในวันนี้ พระเจ้าได้ปลดล็อก การบาป ที่เป็นรูปเคารพ ของผม เสมอมา ผมยี้อที่จะรักษาความรักของผมจนวันนี้ ในที่สุดที่พระเจ้าได้ ให้ผมเข้าใจความรัก ที่แท้จริง ความรักอย่างที่พระองค์ ทรงสอน แต่ผมไม่ยอมฟังและดื่อ กับพระองค์ มาตลอด ในวันนี้ พระองค์ ทรง แสดง ให้เห็นจาก
    การ ที่ผม โทรกับไปขอคืนดีกับคนที่ผมเคยรักอีกครั้ง
    พระเจ้าได้ให้ความเข้าใจกับผม กระจ่างอยู่ภายในจริงๆ ทั้งสิ่นสุด ความคิดและจิตใจของผม ขาวสะอาด เหมื่อนหิมะ เช่นที่เปลียบอย่างที่มีกล่าวใว้ในพระคำภีร์
    กว่าสิบห้าปีที่ ยิ้มก็ ไม่เคยเต็มยิ้ม
    นมัสกาลก็ไม่สุดใจ
    สรรเสริญก็ไม่เต็มจากจิตวิญญาณและความจริง
    จนพระเจ้าเผย ความจริงทั้งสิ้น
    พระเจ้า พระเจ้าทรงพระชนอยู่ พระองค์ ดูแลผมปกป้องครองครอบและทรงรักผม แต่ผมต่างหากที่รักพระเจ้า แค่ ครึ่งใจ จนในที่สุดบาปอันนี้ที่พระเจ้าทราบถึงจุดที่ลึกที่สุดของใจผม กุญแจดอกนี้ที่ ยื้อขอพระองค์ และคิดว่า ไม่้บาป ไม่บาป ทั้งที่ฟังคำเทศนา ก็ หลอก ใจตัวเองว่า ไม่ เป็นไร จนพระเจ้าทำให้เกิด เป็นไร ขึ้นมา ผมก็ ยี้อ พระเจ้าไม่ได้ แย้งยี้อ แต่ถ้าให้ผม มีชีวิต แบบเดิม ผมก็ไม่มีทาง รักพระเจ้าสุดใจอย่างในวันนี้
    พระเจ้าครับ ผมขอโทษ
    ที่รัก คนอื่น นอกใจพระเจ้า เสมอมา พระองค์ ทรงอณุญาติและให้เสรีภาพที่ผมนำไปใช่ไม่สมควร พระเจ้า พระองค์ รักผมไม่เคย ห่วงแห่นสิงใด ผมต่างหาก แค่ใจที่จะรักและ วางใว้ในพระหัตถ์ ย่อมดีกว่า ผมขาดเขลา ไม่มีอะไรจะอวดใครได้สักอย่างพระเจ้า ฝากชีวิตและลมหายใจ ของคน อย่าง ผม นายโดม ไว้กับพระองค์ นับแต่นี้และ ตลอดไป วันนี้ ตอนนี้ ผม โล่งใจ สะบายใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะต้องเผชิญในหุบเขา เงามัตจุราช ทานพระกรณ์ ของพระเจ้า ทรงคุ้มครองชีวิตและจิตใจ อย่างเที่ยงแท้และ เป็นจริง สำเร็จดั้งที่พระองค์ ทรงสัญญา ขอบคุณครับ เป็น ของขัวญ ที่ ไม่เคยรู้เลยว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้ผมและรอที่จะมอบให้ผม เมือผม พร้อมจริงๆ
    ขอบคุณ และสรรเสริญ พระเจ้า ขอบคุณ พี่น้องในพระคริสต์ ทุกๆ ท่าน ที่ให้ความกรุณา คน ขาดเขลาอย่างผม กราบขออภัย และ ขอขอบคุณ ทุกๆท่าน จริงๆ ไม่มีพระเจ้าผมจะเป็นเช่นไร ดีใจที่สิ่งเดียวที่ผม ก็ ไม่ยอมเหมื่อนกัน ก็ คือ การปฏิเสธว่า พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงใถ่โทษ บาปทั้งสินและทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนอยู่ ในวันนี้ และ สืบๆไป เป็นนิจ
    ขอพระคุณ ความรักในองค์ พระเยซูคริสต์ โปรดทรงรักษา และทรงอำนวยพรแก่พี่น้องในพระคริสต์ ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นในวานก่อน วันนี้ และในกาลข้างหน้า ขออย่าขาดซึ่งพระคุณ และ ความรักจากพระองค์ ดั้งที่ผมได้รับจากพระองค์ ในวันนี้ และตลอดไป
    อาเมน

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)