อะไรที่ฉันไม่เชื่อ

แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการลวงตนเอง” (ยากอบ 1:22)

พ่อแม่ทุกคนรู้ดีถึงความโมโหที่เตือนเด็กไม่ให้ทำบางสิ่ง  … แทนที่พวกเขาจะฟัง กลับตรงดิ่งเข้าสู่ปัญหาทันที และที่สุดก็ต้องได้รับผลของมัน คำว่า “บอกแล้วใช่มั้ย?” ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างที่เราคิด

เมื่อลูกชายคนโตของฉันเริ่มขับรถ เขาตัดสินใจว่า “ความเร็วไม่เกิน….” เป็นแค่คำแนะนำ พวกเพื่อนๆของเขาสอนวิธีขับรถให้เร็วกว่าที่กำหนดได้อย่างไรโดยไม่ถูกจับ และลุ้นให้เขาลองทำ ถึงอย่างไรก็ตาม ตำรวจมีมุมมองที่ต่างไปในเรื่องนี้ และลูกชายของฉันก็ได้จ่ายบทเรียนราคาแพงเรื่องความเร็วแล้ว และเรียนรู้ว่าความสนุกโลดโผนที่ได้แค่สองสามนาทีนั้น มันไม่คุ้มเลย

ลูกหลอกตัวเอง บอกกับตัวเองว่ากฎเรื่องความเร็วนั้นไม่เกี่ยวกับเขาตรงไหน และรอดไปได้อยู่สองสามครั้ง ที่สุดผลที่ทำลงไปนั้นก็ตามเขาไปจนทัน  ฉันเองก็ไม่ต่างไป ทำอะไรที่แย่พอๆกับเขา เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องฝ่าฝืนกฎจราจร เมื่ออ่านพระวจนะ ฉันตัดสินใจว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสนั้นมันไม่ใช่สำหรับฉัน แล้วฉันก็ผิดพลาดอย่างไม่เป็นท่า

ตั้งแต่โตมา ฉันไปโบสถ์สม่ำเสมอ เรียนพระคัมภีร์ แต่ก็มีบางส่วนบางตอนที่ละเลยไม่ใส่ใจ เพราะคิดว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉัน เช่นการให้เกียรติและยอมฟังสามี (โคโลสี 3:18) หรือให้อภัยบางคนที่ทำให้ขุ่นเคืองอย่างจริงใจ (มัทธิว 6:14-15) หรือให้ห่างไกลจากการเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์เวทมนตร์ (อิสยาห์  47:12-14) ไม่ใช่ว่าฉันงอแงอยากทำตามใจตัวเอง แต่เป็นการละเลยไม่ใส่ใจคำสอนของพระเจ้า และฉันค่อยๆคืบคลานอย่างเงียบๆเข้าสู่ความเชื่อแบบที่ตั้งเอาเองตามความพอใจ นั่นคือกำลังสร้างความเชื่อคริสเตียนในแบบของตัวเอง

ถูกต้องหรือที่เรานิยามคำสอนของพระเจ้าตามความเข้าใจของเรา? มันง่ายที่จะพูดว่า “พระเจ้าคงจะไม่….” และเติมคำในช่องว่างตามความคิดของเราว่าพระองค์คงจะทำอย่างนั้น แทนที่จะไปตรวจสอบความเชื่อของเรากับมาตรฐานพระคัมภีร์ เพราะเราจะสร้างภูมิคุ้มกันที่ปลอดภัยที่สุด ไม่บังคับให้พระเจ้าทำตามเรา และนำพระองค์มาอยู่ระดับเดียวกับเรา ลืมสิ้นถึงความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิของพระองค์

ยากอบ 1:22 กล่าวว่า เราหลอกลวงตนเองเมื่อเราไม่ประพฤติตามพระวจนะที่ได้ยินมา ฉันไม่รู้เกี่ยวกับคุณ แต่ฉันไม่ชอบถูกหลอกลวง – ถึงแม้จะลวงตนเองก็ตามที

แล้วอะไรล่ะที่เปลี่ยนไปสำหรับฉัน? เมื่อยอมรับอย่างสัตย์ซื่อว่าเริ่มจะออกนอกทางไปตามใจตนเอง ต้องสารภาพและยอมรับว่าไม่ได้วางใจในพระปัญญาของพระองค์อย่างเต็มที่ และเข้ามายอมรับพระองค์อย่างที่ทรงเป็น เป็นเรื่องที่แสนธรรมดา (แต่ไม่ง่ายเสมอไป) ที่จะตัดสินใจวางใจพระลักษณะอันล้ำเลิศของพระเจ้า ว่าทางของพระองค์ (ไม่ใช่ทางของตนเอง) นั้นดีที่สุดสำหรับฉัน

เลือกที่จะเชื่อในบางเรื่องนั้นเป็นอันตราย ฉันอาจไม่โดนใบสั่ง แต่ก็ได้เปิดประตูแห่งผลร้ายที่กำลังตามมา และต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อชดใช้ แต่การเลือกที่จะเชื่อฟังใครนั้น เป็นสิ่งฉลาดที่สุดที่ฉันได้เคยทำ

โดย: Glynnis  Whitwer

Encouragement for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้านั้นไม่ง่าย แต่ปลอดภัยและให้ผลดีที่สุด
  • อธิษฐานเผื่อสถานการณ์น้ำท่วม – ผู้ปกครองประเทศ โรคระบาด กำลังกายและกำลังใจของผู้ประสบภัย ทหาร  ตำรวจ อาสาสมัครต่างๆที่ออกไปช่วยเหลืออย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย รวมทั้งคริสตจักรที่โดนน้ำท่วม แต่ก็ออกไปทำการของพระเจ้าอย่างเต็มกำลัง  – ขอพระเจ้าเมตตาค่ะ

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.