พ.ย. 112011
 

“น้ำท่วมบ้าน…ทำให้ผมกับพี่ ๆ ได้กอดกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกอดกันเลย

ถึงแม้ว่าจะกอดกันและร้องไห้ไปด้วยกันก็ตาม!” (@ prapunsakkun)

    ผมเปิดทวิตเตอร์แล้วอ่านเจอข้อความข้างต้น แล้วรู้สึกเต็มตื้นถึงคอหอย!

ผมไม่รู้จักกับผู้เขียนข้อความนั้นที่ใช้นามว่า prapunsakkun เป็นส่วนตัว แต่ได้อ่านทวิตที่คุณชาร์ลอต (Charlotte 2500) นำมาส่งต่อ(รีทวิต) ช่างเป็นการพรรณนาภาพพจน์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก และคุณ prapunsakkun ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า …    “น้ำท่วมบ้านที่ดอนเมืองทุกหลัง ทำให้พี่น้องที่แยกครอบครัวไป ได้มาอยู่พร้อมหน้ากันที่รีสอร์ต ต่าง จังหวัด ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปเที่ยว…”

นับว่า น้ำท่วมคราวนี้ ก็มีส่วนดีอยู่เหมือนกัน นั่นคือ ดึงคนในครอบครัวที่ถูกแยกออกไปจากกันเพราะอยู่กันคน

ละบ้าน ให้ต้องทิ้งบ้านและมาอยู่รวมกันพร้อมหน้า!   ต้องขอบคุณน้ำท่วม…ที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวกลับมา “คืนสู่เหย้า”!   ….ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม!

คุณผู้อ่านจะสังเกตไหมครับว่า แม้ว่าผู้เขียนข้อความข้างต้นจะประสบภัยและประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ก็จะแอบเห็นมุมขำ ๆ ในใจของเขาที่นำความสุขเล็ก ๆ มาถึงตัวเองและคนอื่น ๆ ที่ได้อ่านทวิตของเขา!

แม้แต่ผมเองยังได้รับความสุขเล็ก ๆ จากมุมมองของเขาเช่นกัน!

จึงกล่าวได้ว่า “ความสุข” นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สภาพแวดล้อม” หรือ “ความเป็นจริงตรงหน้า” เสมอไป แต่ความสุขอันแท้จริงอยู่ที่ “ความคิด” หรือ “ทัศนคติ” ที่เรามีต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นต่อตัวของเรา!

หากเรามองเหตุการณ์หรือความทุกข์ยากลำบากที่เราเผชิญอยู่ด้วยมุมมองที่ลบ เราก็จะหลั่งน้ำตาแห่งความเศร้าโศก และขมขื่นใจกับการที่ต้องสูญเสียหลายสิ่งไป!

แต่หากว่าเรามองดูเหตุการณ์เดียวกันนั้นด้วยมุมมองที่บวก เราอาจจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตันใจเมื่อสำนึกขึ้นได้และสุขใจกับสิ่งที่เรายังเหลืออยู่ซึ่งสำคัญมากยิ่งกว่า บรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่สูญเสียไปแล้ว!

ดังคำเตือนสติที่ว่า…

“มีหลายสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขได้ อย่าจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำให้คุณเศร้าเสียใจมากเกินไป!”

(There are many things that can make yoou happy. Don’t focus too much on things that make you sad.)

ดังนั้น

…หากน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้คุณเสียทรัพย์สินสิ่งของภายในบ้านไปบางสิ่ง แต่คุณไม่เสียหมดทุกสิ่ง คุณก็ควรดีใจ

…หากน้ำท่วมทำให้คุณเสียของทุกสิ่งในบ้านไป แต่คุณไม่ได้เสียบ้าน คุณก็ควรดีใจเช่นกัน!

…หากน้ำท่วมทำให้คุณเสียบ้านทั้งหลังไป แต่คนในครอบครัวของคุณไม่ได้เสียชีวิต คุณก็ควรจะยังดีใจได้!

หรือ หากว่าน้ำท่วมทำให้คุณเสียสมาชิกบางคนในครอบครัวไป แต่คุณและสมาชิกบางคนยังปลอดภัยรอดมาได้ คุณก็ควรดีใจเช่นกัน! ดังนั้น หากน้ำท่วมในครั้งนี้ ได้ทำให้น้ำตาของคุณไหลริน ก็ขอให้นั่นเป็นน้ำตาแห่งความยินดีที่เรายังมีชีวิตอยู่ เพราะว่า หากเรายังมีชีวิต เราก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง และหากว่าเราไม่หมดสิ้นกำลังใจ อะไร ๆ ที่จำเป็น เราก็สามารถหามาใหม่ได้ทั้งนั้น และบางที เราอาจจะได้สิ่งที่ดีกว่าและทันยุคทันสมัยมากยิ่งกว่าสิ่งที่เราเคยมีมาก็เป็นได้!   จริงไหมครับ?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 9:11 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.