ธ.ค. 022011
 

“พูดความจริงแล้วทำให้คนบางคนร้องไห้ดีกว่า พูดมุสาแล้วทำให้คนบางคนยิ้ม!

(เพราะสุดท้ายคงจบลงที่การร้องไห้อย่างแสนสาหัส)

(Telling the truth and make someone cry is better than telling a lie and making someone smile.)

    สำนวนไทยที่ว่า “น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย” นั้นมีความหมายว่า … “คำพูดที่ตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซาก แม้ฟังไม่เข้าหู แต่ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่คำพูดที่อ่อนหวานระรื่นหู อาจก่อพิษภัยให้โทษได้!”

    ดังตัวอย่างในอุทกภัยใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของไทยที่ผ่านมา! แรก ๆ สิ่งที่ประชาชนทั่วไปรับรู้รับฟังก็คือคำหวานระรื่นหูว่า สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล เพราะว่ารัฐควบคุมมวลน้ำไว้ได้ และจะไม่ท่วมที่นั่น หรือไม่ท่วมที่นี่เป็นอันขาด!

แต่ผลที่ปรากฎตามมากลับเป็นตรงกันข้าม นั่นคือ ทุกที่ ๆ รัฐบาลยืนยันว่า น้ำจะไม่ท่วม น้ำกลับท่วมหมดทุกที่อย่างสิ้นเชิง! จะมีผิดคิวอยู่นิดหนึ่งก็คือ ตอนที่รัฐมนตรีท่านหนึ่งมาพูดออกทางโทรทัศน์ว่า น้ำจะท่วมแถวรังสิต ซึ่งทำให้คนแตกตื่นรีบกลับไปย้ายของ ทำให้ถนนหนทางโล่งขึ้นฉับพลันเลยในคืนนั้น แต่น่าสงสารที่ท่านรัฐมนตรีท่านนั้น ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกลดบทบาท ถอดออกจากทีมโฆษกที่มีหน้าที่ชี้แจงสถานการณ์เรื่องน้ำของ ศปภ. ที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า “ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย”

แต่ในสุดท้ายที่แถวรังสิตก็ท่วมแบบยับเยินแบบ “น้ำเย็นปลาตาย” เป็นจริงดังที่ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นเคยเตือนไว้!

ดังนั้น ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นจึงสมควรได้รับการขอโทษ และการขอบคุณจากประชาชนที่ท่านได้กรุณาพูดความจริง แบบ “น้ำร้อนปลาเป็น” อย่างตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซาก แต่น่าเสียดายไม่มีผู้ใดเชื่อท่านเลย!

ผมรู้สึกเห็นใจที่ ศปภ. ของผม เพราะทั้ง ๆ ที่ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่รายงานความคืบหน้าเรื่องน้ำเป็นประจำทุกวัน แต่กลับไม่ได้รับคำชื่นชมสักเท่าไรเลยเลย ส่วนใหญ่ที่ได้รับกลับมามักเป็นคำถากถาง ดังที่ผมเปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ ศปภ. ซึ่งมี comment (ความเห็น) นับพันก็พบตัวอย่างข้อความในทำนองที่กล่าวไว้ อาทิ

            “ไม่มีข้อมูลที่แน่นอนให้ประชาชนเลย!”

“ดิฉันขอ unlike เพจคุณตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เพราะผลงานที่ผ่านมาของพวกคุณไม่ประทับใจดิฉันอย่างแรงคะ…”                 ฯลฯ          แต่ก็ดีใจแทน ที่นาน ๆ ครั้งก็มีคนเข้าไปให้กำลังใจบ้าง อาทิ

“ทำงานต่อไปครับ เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน สู้ต่อไปครับ!”

ใช่ครับ พี่น้อง !  ในยามวิกฤติภัยเช่นนี้ สิ่งที่เราต้องการคือ การพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อกันและกัน และจะดียิ่งขึ้นหากเราพูดความจริงเหล่านั้น ด้วยท่าทีที่มีน้ำจิตน้ำใจให้เกียรติและมีเมตตาจิตต่อกันและกัน ไม่ว่าน้ำนั้นจะร้อนหรือจะเย็น ก็ขออย่าให้กลายเป็นน้ำเหม็น น้ำเน่าที่ทำลายหรือทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน  แต่หากเป็น ได้ ก็ขอให้เราพูดความจริงต่อกันด้วยความรัก            ดังในพระคัมภีร์ไบเบิลที่เตือนสติไว้ว่า…

“จงพูดความจริงต่อกันด้วยน้ำใจแห่งความรัก” (Speaking the truth in a spirit of love)

วันนี้ ให้เราหันหน้ามาหากันและพูดจากันด้วยคำพูดดี ๆ ที่เป็นจริงและไพเราะน่าฟัง!

ดีไหมครับ?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 9:19 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)