ม.ค. 172012
 

พระเจ้าตรัสกับมนัสเสห์และประชาชนของพระองค์ แต่เขาทั้งหลายไม่ฟัง (2พงศาวดาร 33:10)

วันหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว มีสตรีสูงวัยท่านหนึ่งมาหาและบอกผมว่า “ท่านศิษยาภิบาลคะ ฉันตื่นตีสี่ครึ่งทุกเช้าเพื่ออธิษฐาน” ผมรู้จักสุภาพสตรีท่านนี้ดี ท่านไม่ได้โม้แน่ อันที่จริงท่านพูดยอมรับว่า “แต่ฉันไม่เคยฟังพระเจ้าเลย เอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียว”

ผมฟังแล้วน้ำตาซึม นี่คือสตรีที่รู้ว่าการอธิษฐานนั้นสร้างความแตกต่าง แต่ที่สำคัญที่สุดท่านทราบดีว่าการอธิษฐานไม่ใช่แค่พูดกับพระเจ้าฝ่ายเดียว แต่ต้องฟังสิ่งที่พระองค์ปรารถนาจะตรัสกับเราด้วย ที่จริงผมว่านี่เป็นกับดักที่คริสเตียนหลายคนวิ่งเข้าไปติดในทุกวันนี้ … พวกเขาชอบพูด แต่ลืมเรื่องการฟังไปหมดสิ้น

ทราบมั้ยครับ การนำคำอ้อนวอน วิงวอนไปทูลขอพระเจ้านั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ทูลขอพระเมตตาและพระพรในชีวิตไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด แต่ที่แตกต่างไปคือเปิดใจและเปิดตัวตนแท้จริงของคุณให้กับพระเจ้า และพร้อมรับฟังเมื่อพระองค์ตรัสด้วยนั้นเป็นอีกเรื่อง

ดังนั้นเมื่อคุณอธิษฐาน ให้ใช้เวลาเงียบๆและรอฟังสิ่งที่พระองค์จะตรัส ทูลขอพระองค์ให้สนทนากับคุณในช่วงเวลานี้ และพร้อมที่จะรับฟัง ถึงแม้มันอาจเปลี่ยนวิธีคิดของคุณไปเลย ทันทีที่การอธิษฐานของคุณสอดคล้องไปกับพระประสงค์ของพระเจ้า คุณจะเปิดช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับพระองค์ไปอย่างสิ้นเชิง

อธิษฐานคือการสื่อสารสองทางระหว่างคุณกับพระเจ้า ดังนั้นเมื่อคุณอธิษฐาน ทูลขอพระองค์ให้ตรัสกับคุณ และใช้เวลาเพื่อฟังสิ่งที่พระองค์ต้องการจะสื่อกับคุณ

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ชีวิตทุกวันนี้มีช่องทางในการสื่อสารเพิ่มขึ้น ผู้คนต่างก็อยากพูด อยากสื่อความคิดเห็นของตัวเองออกไป หาน้อยที่จะนั่งนิ่งๆฟังและไตร่ตรอง แล้วเราก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้กับพระเจ้า สื่อออกไปแต่ไม่ยอมเปิดรับฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสตอบ แล้วเราก็แอบไปบ่นน้อยใจว่าพระเจ้าไม่สนใจแล้ว จริงมั้ยคะ? – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ 

 

 Posted by at 8:57 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)