ก.พ. 172012
 

 วิธีที่ดีที่สุดในการชื่นชมกับสิ่งที่คุณมี ก็คือ

ลองจิตนาการถึงตัวของคุณเองในยามที่ปราศจากสิ่งนั้น!”

(The best way to appreciate what you have is to imagine yourself without one.)

ชีวิตของเรามีหลายสิ่งที่เรามองข้ามคุณค่าไป หรือบางครั้งกลับตรงกันข้าม นั่นคือ เราให้คุณค่ากับมันมากเกินไป!

ไม่ว่าจะเป็นมุมมองแบบใดต่างก็สร้างปัญหาให้กับเราทั้งสิ้น!

หนึ่งในนั้นก็คือ มุมมองของเราเกี่ยวกับ

“ทรัพย์สินเงินทอง!” พระเจ้าตรัสว่า “เงินเป็นของเรา และทองคำก็เป็นของเรา!”  (ฮักกัย 2:8)

เราในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากพระเจ้าและผู้อื่น ที่มอบหมายให้เราดูแลทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เราเป็นคนหนึ่งที่คู่ควรต่อการไว้วางใจนั้น!

“ฝ่ายผู้อารักขาเหล่านั้นต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้ทุกคน” (1คร.4:2)

   โดยปกติ เรามีวิธีหลักจัดการกับเงินทองอยู่ 4 วิธี คือ

1. หาเงิน                                   2. ใช้เงิน

3. ให้เงิน และ                            4. ลงทุน

 

เราต้องหาเงินให้ได้ก่อนที่เราจะใช้เงิน   ให้เงิน หรือลงทุนกับเงินนั้น! จงระวังให้ดี  อย่าหวังรวยทางลัด เพราะความคิดรวยลัดมักเป็นเส้นทางลัดที่สั้นที่สุดสู่ความยากจนขัดสน!

อย่าให้เราโลภมากหวังรวยเร็วจนทำให้หมดตัว และผิดหวัง!

เราต้องไม่หลงตัวจนเกินไปหรือใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้เราจมไม่ลงและสุดท้ายก็ทำให้ตัวเองมีหนี้สินที่ไม่จำเป็น

เพราะความประมาทหรือเพราะความหยิ่งทะนงของตัวเอง!

หรือตรงกันข้าม อย่าให้เราทำตัวเกียจคร้านไม่ทำอะไรเลย มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ เอาตัวรอดไปวัน ๆ  ด้วยการกะล่อนใช้ปาก จนสุดท้ายกลับกลายมาเป็นภาระและปัญหาแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่รักเรา!

แทนที่เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า เรากลับทำให้พระเจ้าต้องเสียเกียรติ แทนที่เราจะเป็นพยานที่ประทับใจคนและนำเข้ามาเชื่อพระคริสต์ กลับกลายเป็นจำเลยที่ทำให้คนหมดความศรัทธาในพระคริสต์ และผลักดันให้เขาก้าวห่างออกไปไกลจากพระองค์!

ดังนั้น หากว่าวันนี้ เรามีกำลังเรี่ยวแรง มีความรู้ ทักษะ มีความคิด และสติปัญญา ก็ให้เราใช้สิ่งเหล่านั้นที่เรามีในการหาเงิน ไม่ว่าจะมากหรือน้อยอย่างสัตยซื่อ และขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ และให้ใช้เงินที่ได้มานั้นอย่างถูกต้องเหมาะสมตามพระประสงค์ของพระเจ้า

จากนั้น เงินที่เหลือก็ให้นำมาแบ่งปันแก่ผู้ที่ขัดสนและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากเรา รวมทั้งการจัดสรรจำนวนหนึ่งเพื่อถวายแก่ราชกิจของพระเจ้าผ่านทางคริสตจักร!

และหากว่ายังมีเหลืออีกก็ให้เรานำส่วนที่เหลือนั้นนำไปลงทุนที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินต้นนั้นต่ำที่สุด!

ขอให้จำไว้เสมอว่า อย่าให้เราทำตัวหรือสร้างภาระให้แก่ตนเอง หรือผู้ใดในเรื่องเงินทองของเรา แต่หากว่าเรามีปัญหาจริง ๆ ก็ให้เราขายทุกอย่างที่เรามีอยู่เพื่อแก้ปัญหาของตนเอง  และหากว่า ขายหมดแล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้อีก ก็ขอให้ทำงานให้หนักขึ้น หรือเพิ่มขึ้นอย่างฉลาดขึ้นกว่าเดิมเพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเอง

แต่หากว่ายังไม่พออีก ก็ให้เราปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการการเงิน (ซึ่งอาจต้องมีการกู้เงินจากสถาบันการเงินโดยมีหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่เรายังไม่ได้ขายในตอนต้นมาเป็นตัวค้ำประกัน)

แต่หากว่า ยังแก้ปัญหาไม่ได้อยู่อีก ก็ให้เรานำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับคริสตจักรที่เราเป็นสมาชิกอยู่เพื่อขอรับคำแนะนำหรือการช่วยเหลือและหากคริสตจักรได้ให้คำแนะนำใดก็ให้เรารีบทำตามนั้น โดยให้ความร่วมมืออย่างเคร่งครัดกับแนวทางที่คริสตจักรมอบให้ (หากว่าไม่ได้โหดร้ายอะไร)

และหากว่า ยังแก้ปัญหาไม่ได้อีก ก็คงถึงคราวที่เราจะต้องบอกกับพระเจ้าไปโดยตรงเลยว่า เราเหลือหนทางสุดท้ายอยู่ที่พระเจ้าเท่านั้น จากนั้นก็มอบทุกสิ่งรวมทั้งชีวิตของเราไว้กับพระเจ้าด้วยความวางใจ โดยไม่ต้องการเป็นภาระแก่ผู้ใด…

 

พี่น้องที่รัก!

นั่นอาจเป็นเวลาที่เราจะได้มีประสบการณ์กับความอัศจรรย์แห่งการช่วยกู้ของพระเจ้าเป็นส่วนตัวก็เป็นได้

ลองดูสิครับ!

 Posted by at 8:40 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)