มี.ค. 242012
 

“เมื่อคนบางคนก้าวเข้ามาในชีวิตของคุณ พระเจ้าทรงส่งเขาหรือเธอมาให้อย่างมีเหตุผล

หากไม่ใช่เพื่อให้เรียนรู้จากเขาหรือเธอ ก็คงเพื่อให้คุณอยู่กับเขาหรือเธอไปจนบั้นปลาย

(When someone comes into your life. God sends them for a reason,

either to learn from them or to be with them till the end.)

 

ไม่มีใครก้าวเข้ามาในชีวิตของเราโดยบังเอิญ  ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาอย่างมีจุดหมาย หรือวัตถุประสงค์ แม้ว่าเราอาจไม่ทราบเหตุผลทั้งหมดในตอนนี้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะค้นหาเหตุผลเหล่านั้นไม่ได้!

เพียงแต่ว่า ในบางครั้ง บางเรื่องอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงจะเข้าใจได้!

บ่อยครั้งที่ผมมองย้อนหลังกลับไปดูสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แล้วเพิ่งร้อง “อ๋อ” ที่เรียกกันว่า “เพิ่งถึงบางอ้อ” นั่นเอง!

ใช่ครับ!  บางอย่างไม่เข้าใจจริง ๆ เลยว่าทำไมพระเจ้าทรงให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานพอสมควรและเมื่อมองย้อนกลับไปอีกครั้งจึงเพิ่งจะเข้าใจ!

บางทีเหตุการณ์ที่ดูว่าแย่ หรือเลวร้ายนั้นอันเกิดมาจากบุคคลคนนั้นก็อาจเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อขัดเกลาหรือเสริมสร้างเราให้เป็นอย่างที่เราควรจะเป็นก็ได้!

แต่บางครั้ง กลับตรงข้าม นั่นคือ พระเจ้าทรงส่งคนบางคนเช่นนั้นเข้ามาในชีวิตของเราเพื่อเป็นของขวัญประเภทคู่หูเพื่อให้อยู่กับเราตลอดไป อาจจะเป็นคู่หูที่ทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกัน  ประเภทเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ อะไรทำนองนั้น!

หากมี “คน” เช่นนี้เข้ามาในชีวิตของเราจริง ๆ ก็ต้องถือว่าเป็น “พร” อันยิ่งใหญ่ที่เราควรต้องรักษาไว้ให้ดีอย่าประมาทหรือชะล่าใจปล่อยให้หลุดมือไปเป็นอันขาดมิฉะนั้นจะต้องเสียใจไปจนวันตาย!

ในทำนองกลับกัน หากพระเจ้ามิได้ทรงส่งเขาหรือเธอให้มาอยู่กับเราแบบถาวรตลอดไป ก็อย่าให้เราดันทุรังที่จะ ต้องยึดเขาหรือเธอไว้ให้ได้ หากว่าเขายืนยันว่าจะจากไป

เพราะบางทีภารกิจที่เขาต้องกระทำในชีวิตของเรานั้นได้ “สำเร็จแล้ว!”  และถึงเวลาที่เขาหรือเธอจะต้องจากไปเพราะหมดหน้าที่แล้ว!

เราเองจึงควรที่จะต้องปรับหรือเปลี่ยนแปลงตัวของเราเองให้ดีขึ้นจากที่เคยเป็น!

เราไม่ควรที่จะโกรธเกลียดบุคคลเหล่านั้นที่จากเราไป ตรงกันข้าม เราควรที่จะขอบคุณพวกเขาเสียด้วยซ้ำสำหรับสิ่งที่พวกเขาได้กระทำให้เราได้ตระหนัก และเรียนรู้ถึงทิศทางที่เราควรไป และสถานภาพที่เราควรเป็น!    

อย่างไรก็ตาม หากว่า พระเจ้ามิได้ทรงประสงค์จะให้เขาหรือเธอจากไป แต่ทรงประสงค์ให้คุณรักษาเขาหรือเธอไว้ให้อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ก็ขออย่าให้คุณเองเป็นผู้ผลักไสหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหรือต้องจากคุณไปอย่างน่าเสียดาย!

จงรักเขาหรือเธอให้มาก จงโอบกอดเขาหรือเธอไว้ด้วยความรักของพระเจ้า จงบอกเขาให้ได้ยินอย่างชัดเจน จงทำตัวของคุณให้เป็นเหตุผลที่จะทำให้เขาปรารถนาที่จะอยู่กับคุณเสมอไป!

แต่หากว่า คุณได้กระทำดีทุกอย่างแล้วเพื่อจะรักษาเขาหรือเธอไว้ แต่ในที่สุดเขาหรือเธอก็ยังคงเลือกที่จะจากคุณไป ก็จงยอมรับชะตากรรมนั้นด้วยความไว้วางใจในพระเจ้า แล้วรอเวลาที่จะเข้าใจเหตุผลในภายหลังว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น!

บางครั้งคุณอาจต้องทำใจอย่างที่อาจารย์เปาโล ได้กล่าวไว้ว่า …

“ถ้าคน(ที่ไม่เชื่อในพระคริสต์)จะแยกไป ก็จงให้เขาไปเถิด เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นที่ (พี่น้อง ชายหญิง)จะผูกมัดให้จำใจอยู่ด้วยกัน เพราะว่า พระเจ้าได้ทรงเรียกเราให้อยู่อย่างสงบ”                

                                                                                                 (1โครินธ์ 7:15)

ดังนั้น ขอให้คุณจงรู้จักสังเกตและเรียนรู้เหตุผลว่า ทำไมพระเจ้าจึงทรงส่งคนบางคนให้เข้ามาในชีวิตของคุณนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเลย !

 

จะดีไหมครับ?

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc

fanpage@thongchaibsc , BB 2381A496

 Posted by at 9:38 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)