พ.ค. 282012
 

องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย  แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่ (2เปโตร 3:9)

สวรรค์ไม่ใช่เป็นสถานที่สำหรับคนดี  เป็นสถานที่สำหรับคนที่ได้รับการอภัย ตัวอย่างเช่น โจรบนไม้กางเขนที่ถูกตรึงอยู่ข้างพระเยซู เขาอาจเป็นฆาตกร แต่เขาได้รับการอภัย และใครก็ตามสามารถรับการอภัยได้ ถ้าหันกลับมาหาพระเยซูคริสต์

และเมื่อสวรรค์นั้นมีจริง นรกก็มีจริงด้วย เราฏิเสธไม่ได้ พระคัมภีร์สอนเรื่องนี้ไว้หลายๆครั้ง ซี.เอส. เลวิสกล่าวว่า “ตอนจบแล้วจะเหลือคนอยู่สองประเภท – คนที่พูดกับพระเจ้าว่า “ขอให้เป็นตามพระทัยพระองค์” กับคนที่พระเจ้าตรัสด้วยในตอนจบว่า “ขอให้เป็นไปตามใจเจ้า” คนที่ตกนรกนั้นเลือกเองทั้งสิ้น ถ้าไม่มีการให้เลือกเอง อาจไม่มีนรกก็เป็นได้”

ดังนั้นจงเลิกคิดเสียทีว่าพระเจ้านั้นโหดร้ายส่งคนไปนรก พระเจ้าทรงเทพระอาชญาลงบนพระบุตรอันเป็นที่รักของพระองค์ เพื่อให้เราไม่ต้องตกนรก สิ่งสุดท้ายที่พระเจ้าต้องการสำหรับทุกคนคือความพินาศ แต่ถ้าเราเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอของพระองค์สำหรับการอภัย ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับเรา

พระคัมภีร์บอกเราว่าพระเจ้า ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย” (2เปโตร 3:9)

เราจึงเปลี่ยนสิ่งที่กำหนดไว้ไม่ได้ เราเขียนใหม่เองก็ไม่ได้ อย่างที่ อาร์.อัลเบิร์ต โมห์เลอร์จูเนียร์เขียน “เราไม่มีสิทธิเลือกว่าข่าวประเสริฐตอนไหนมีผลกระทบแรงที่สุด เราต้องนำข่าวประเสริฐไปบอกตามที่ได้รับมาจากองค์พระเยซูคริสต์และอัครสาวก ความเชื่อเดียวที่ถ่ายทอดมาสู่คริสตจักร”

หน้าที่ผม หน้าที่คุณ หน้าที่ของเราคือนำสิ่งที่พระเจ้าตรัสออกไปบอก – ไม่ใช่ไปแก้ไขใหม่ … ไม่ใช่ไปเปลี่ยนแปลง … ไม่ใช่ไปเพิ่มเติม … และที่แน่ๆไม่ใช่ลบออกไป

ข้อสรุป : สวรรค์และนรกเป็นสถานที่มีจริง – คุณเชื่อหรือเปล่า?

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

 Posted by at 12:01 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)