ก.ค. 112012
 

“หากคุณต้องการเป็นคนใหม่ คุณต้องทำสิ่งที่แตกต่างไปจากที่เคย

คุณต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง  เพื่อว่าจะมีบางสิ่งได้เปลี่ยนแปลง!”

(“To be a different person,you have to do things differently.

You have to change something,for something to change.)

 

    คนเราต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่มักจะไม่ยอมจ่ายราคาสำหรับการเปลี่ยนแปลงนั้น !

บางคนดึงดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่กลับกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เสียหาย หรือย่ำแย่มากกว่าเดิม !

การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายว่าจะก่อเกิดสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม หากเปลี่ยนแปลงไม่เป็น!

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการ(process) และอาจต้องใช้ทั้งขบวนการจึงจะสำเร็จเป็นมรรคเป็นผล! แต่หลายคนกลับไม่อดทน บวกกับขาดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ผลก็คือเกิดผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์

ที่สร้างความวุ่นวายปั่นป่วนตามมา!

ใช่ครับ!  หลายคนคิดว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของ “เหตุการณ์” (event) แบบครั้งเดียวจบ แต่เรื่องมักไม่จบง่าย ๆ ในครั้งเดียว

อันที่จริง การเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งประเภท

  1. เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนแปลงเลย!    หรือ
  2. เกิดขึ้นครั้งแรกแล้วต้องทำต่อเนื่องหลาย ๆ ครั้งจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสัมฤทธิ์ผล!

ส่วนใหญ่ การเกิดแบบครั้งเดียวแล้วจบ มักเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งเป็น “เหตุการณ์” ที่

เกิดขึ้นน้อยครั้งในชีวิตจริง และต้องเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ ก่อนจะได้สิ่งใหม่ ๆ มาแทนที่สิ่งเดิม!

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ก็ยังคงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบเป็น “กระบวนการ” ติดตามมาเป็นชุดอีกด้วยอยู่เสมอ อาทิ  มีการปฏิวัติระบอบการปกครองใดปกครองหนึ่งอย่างรุนรแง อันเป็นเหตุนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่มาสู่ประเทศนั้น ๆ แต่กระนั้นก็ยังต้องมีกระบวนการร่างกฎหมาย จัดระบบระเบียบ เพื่อรองรับก่อนที่ประเทศนั้น ๆ จะเปลี่ยนระบอบการปกครองได้จริง ๆ !

การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจึงยากที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็น “กระบวนการ” !

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน บางครั้งอาจมี “เหตุการณ์” (event) บางอย่างที่นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของเรา  ตามด้วย “กระบวนการ” (process) ที่สานต่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบที่มีความเสถียร จนกระทั่งกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน!

คนบางคน อย่างเช่นตัวผม ได้พบกับ “เหตุการณ์” (event) ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างฉับพลันเมื่อพระเยซูคริสต์ทรงสำแดงพระองค์ต่อผมเป็นส่วนตัว!

 

อย่างไรก็ตาม ผมยังต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงผ่าน “กระบวนการ” (process) ทางฝ่ายจิตวิญญาณอย่างยาวนานต่อเนื่องด้วย คือ ต้องอ่าน ศึกษาพระวจนะของพระเจ้า (จากพระคัมภีร์) ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งยังต้องมีพี่เลี้ยงคอยแนะนำ พาเข้ากลุ่ม เข้าเรียน (รวีฯ) เข้าค่าย หรือเข้ารับการอบรมจนกระทั่งเข้าศึกษาในสถาบันพระคริสต์ธรรม ฯลฯ

นอกจากนี้ผมยังต้องอธิษฐานกับพระเจ้าทั้งเป็นส่วนตัว  รวมกับกลุ่ม กับคริสตจักร และกับคนอีกมากมายในการประชุมต่าง ๆ อีกทั้งยังต้องเข้าร่วมสามัคคีธรรมในรูปแบบหลากหลาย ได้นมัสการพระเจ้าในวาระโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทุกเช้าวันอาทิตย์ ไม่ว่าผมจะอยู่ ณ มุมใดของแผ่นดินหรือของโลก!

กิจกรรมหนึ่งที่ส่งผลต่อชีวิตอย่างมากก็คือ การเข้าร่วมกลุ่มแคร์ หรือกลุ่มเซลเป็นประจำในทุก ๆ สัปดาห์  แต่ที่นับว่าเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสุดในชีวิตคือ การเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นประจำ ที่เรียกว่า การเฝ้าเดี่ยวประจำวัน หรือ Daily Devotion ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่การรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างยั่งยืนในชีวิตของผม และของผู้เชื่อในพระคริสต์ทุกคน!

ดังนั้น วิธีที่ได้ผลดีที่สุดในการเปลี่ยนแปลงตนเองของเราแต่ละคนก็คือ ให้เราถ่อมใจลงรับการเปลี่ยน แปลงใหม่จากพระเจ้า โดยการกระทำ 2 อย่างคู่กัน ดังนี้

  1. ถวายตัวของเราแด่พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง และให้พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงเราอย่างเต็มที่
  2. ถอนตัวของเราออกจากวิถีหรือระบบของโลก (ด้วยความเชื่อฟังพระองค์อย่างเต็ม 100) เพื่อไม่ให้มันมาขัดขวางกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่พระเจ้ากำลังกระทำกับตัวเรา

หากกระทำดังกล่าวนี้ได้เราก็จะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน!

เชื่อผมเถอะ!

 Posted by at 12:01 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)