ส.ค. 112012
 

 “อย่าทำอะไรที่งี่เง่าถาวร 

เพียงเพราะว่าคุณหงุดหงิด หัวเสียเพียงชั่วครู่!”

(Don’t do something permanently stupid just because you’re temporarily upset.)

 

     คนเราเวลานี้อารมณ์ไม่มีหูรูด!

อารมณ์หลุด อารมณ์เสียกันง่ายดาย และยิ่งนานอารมณ์คนเราก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ข่าวทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายหรือเข่นฆ่ากันจึงเกิดขึ้นไม่เว้นวัน และในหลาย ๆ กรณีเกิดขึ้นเพียงเพราะอารมณ์แค่ชั่ววูบ!

ขนาดว่าเป็นเพื่อนกัน พอกินดื่มแล้วขัดใจกันเกิดอารมณ์ขึ้นมาก็ฆ่ากันตายก็มี!

หรือเป็นแฟนกันหรือเป็นสามีภรรยากันแล้ว  แต่พอทะเลาะกัน(อาจเลิกรา) หรือมาของอนง้อแต่อีกฝ่ายไม่ยอมอ่อนข้อหรือคืนดีก็เลยเอาน้ำกรดสาดหน้าหรือปลิดชีพกันเลย ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก!

หรือแม้แต่บางครั้งไม่รู้จักกันด้วยซ้ำแต่พอมองหน้าขับรถปาดหน้าหรือทำอะไรบางอย่างขัดหูขัดตาก็เกิดอารมณ์โกรธชั่ววูบ

ผลที่ตามมาคือการกระทำอันรุนแรงต่อกันจนสิ้นใจตายก็ปรากฏขึ้นให้เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่า “ระดับความมีวุฒิภาวะทางอารมณ์” ของคนไทยเราในขณะนี้จะลดตกต่ำลงอย่างน่าใจหายเช่นนี้!

คุณผู้อ่านที่รัก!

คุณกำลังเป็นสมาชิกคนหนึ่งใน “ชมรมคนน็อตหลุด” เช่นนี้อยู่หรือไม่?

อย่าให้ “อารมณ์” นำหน้าคุณเพราะว่ามันจะนำคุณให้ตกลงต่ำดิ่งเหวสู่หายนะ!

จงให้ “สติ” นำชีวิตคุณ

จงให้ “ปัญญา” นำหน้าคุณ!

ในพระธรรมสุภาษิตก็เตือนเราไม่ให้ประมาท

อย่าให้เราดู เราฟัง หรือคิดอะไรแล้วฟุ้งซ่านพาสติแตก!

อย่าให้เรากังวลจนเกินเหตุหรือกลัวโน่นกลัวนี้มากจนเกินไป

หรืออย่าให้เราหงุดหงิดหรือโกรธจนออกอาการมุทะลุดุดันในการพูดจาหรือกระทำอะไรออกมาเพียงในชั่วเวลาไม่กี่วินาทีแต่สุดท้ายส่งผลร้ายแก่คุณ และครอบครัวของคุณตลอดชีวิต!

จงใฝ่ใจเปิดตา เปิดหู รับเอาแต่สิ่งดีที่จะช่วยให้คุณมีสติ มีวิจารณญาณ มีการเหนี่ยวรั้งจิต รั้งกาย ไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการฆ่าตัวคุณเอง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม! ดุจดังคำแนะนำจากพระธรรมสุภาษิตที่ว่า…

“..กระทำหูของเจ้าให้ผึ่งเพื่อรับปัญญาและเอียงใจของเจ้าเข้าหาความเข้าใจ…ถ้าเจ้าแสวงปัญญาดุจหาเงิน และเสาะหาปัญญาอย่างขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ นั่นแหละ เจ้าจะเข้าใจ ความยำเกรงพระเจ้า และพบความรู้ของพระเจ้า เพราะพระเจ้าประทานปัญญา  ความรู้ และความเข้าใจมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์   พระองค์ทรงสะสมสติปัญญาไว้ให้คนเที่ยงธรรม พระองค์ทรงเป็นโล่ให้แก่ผู้ที่ดำเนินความซื่อสัตย์”            (สุภาษิต 2:2-7)

 

    ดังนั้น หากคุณผู้อ่านแสวงหาพระปัญญาจากพระเจ้า คุณจะมีสติเยือกเย็นลง และคุณจะไม่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบของคุณก่อเกิดความเสียหายที่งี่เง่าอย่างถาวร แต่ชีวิตของคุณจะยืนยาวและเป็นสุขอย่างแน่นอน!

  

    ลองทำดูสิครับ!

“มนุษย์ผู้ประสบปัญญา และผู้ได้ความเข้าใจ เป็นสุขจริงหนอ   ชีวิตยืนยาวอยู่ที่มือขวาของปัญญา และที่มือซ้ายมีความมั่งคั่งและเกียรติยศ  ทางของปัญญาเป็นทางของความร่มรื่น และวิถีทั้งสิ้นของปัญญาคือสันติภาพ  ปัญญาเป็นต้นไม้แห่งชีวิตแก่ผู้ที่ยึดเธอไว้ บรรดาผู้ที่ยึดเธอไว้แน่น เรียกว่า สบาย”                                                                                   (สุภาษิต 3:13,16-18)

 

 

 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

  twitter.com/thongchaibsc, e-mail <thongchaibsc@gmai.com>

 

 Posted by at 12:01 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)