ส.ค. 252012
 

“พระเจ้าทรงประทานความเจ็บปวดให้แก่คุณ

เพื่อทำให้คุณเรียนรู้จักวิธีที่จะเข้มแข็งขึ้น

จงมองโลกในเชิงบวกไว้ อย่ายอมแพ้

และจงขอบพระคุณพระองค์ด้วยใจซาบซึ้งอยู่เสมอ!”

(God gives you pain to make you learn how to be strong.

Stay positive, never give up & always be grateful.)

 

     ปกติคนเราจะมองดู “ความเจ็บปวด” ด้วยทัศนะในแง่ลบ  จึงไม่ค่อยมีใครชอบ “ความเจ็บปวด” นอกจากพวกจิตวิปริตที่มีความสุขกับความเจ็บปวดของตนเอง หรือที่ได้ทำให้คนอื่นเจ็บปวดอย่างที่เราเรียกว่า พวก “ซาร์ดิส” !

จริง ๆ แล้ว ซาร์ดิสนี้เป็นชื่อชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ที่มีนามว่า ท่านเคาท์ ‘Donatien de Sade’ (1740-1814) ซึ่งเป็นนักอักษรศาสตร์ที่มีจิตวิปริต ชอบทารุณกรรมผู้อื่น ยิ่งเห็นคนอื่นเจ็บปวดมากเท่าไรก็ยิ่งเบิกบานใจมากเท่า นั้นและเขามักจะแสดงออกมาผ่านงานเขียน  ทำให้ชื่อของเขาถูกนำมาใช้เรียกว่า “Sadism” ที่หมายถึง ความวิปริตที่ชอบในการทรมานผู้อื่น แล้วตนเองมีความสุข

ในทางจิตวิทยาก็หมายถึง ความวิปริตทางเพศที่ชอบทรมานคนที่ตนรัก(หรือคู่รัก) !

หรือมีอีกคำหนึ่งที่คล้าย คลึงกันและหมายถึง บุคคลที่มีความพอใจกับการถูกข่มเหงหรือทารุณกรรมที่เรียกว่า “Masochism” ซึ่งมาจากชื่อของนักประพันธ์ชาวออสเตรีย (1835-1895) ที่มีนามว่า “Sacher – Masoch” เขาเขียนถึงความวิปริตของบุคคลที่ได้รับความพึงพอใจจากการถูกข่มเหงหรือถูกทารุณกรรม (ทั้งถูกคนอื่นทรมานหรือทรมานตนเอง) คนที่มีอาการชอบเช่นนี้ มีศัพท์เรียกว่า “masochist”

สำหรับเราที่เชื่อในพระเจ้า เราไม่ชอบทั้ง

1. เป็นผู้ที่มีความสุขกับการทารุณคนอื่นให้เจ็บปวด  (Sadist) หรือ

2. เป็นผู้ที่มีความสุขกับการถูกทารุณให้เจ็บปวด (Masochist)

แต่เราไม่กลัวความเจ็บปวด (“pain”) แม้ว่าเราไม่ชอบ!

แท้จริงแล้ว…คนของพระเจ้าในพระคัมภีร์หลายคนก็ผ่านประสบการณ์แห่งความเจ็บปวดไม่น้อย ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ  อาทิ   ยาโคบ, ดาวิด, ยอห์น, ยากอบ และเปาโล  ฯลฯ  และที่เด่นชัดที่สุดก็คือ องค์พระเยซู ผู้ทรงถูกเฆี่ยนและเยาะเย้ย ตรึงตายที่บนกางเขน  เพื่อไถ่บาปของมวลมนุษยชาติ และหากว่าเราเชื่อและวางใจในพระเจ้าเหมือนดังพระคริสต์และวีรบุรุษแห่งความเชื่อเหล่านั้นในพระคัมภีร์ เราก็จะสามารถเผชิญกับ “ความเจ็บปวดชั่วคราว” เหล่านั้นได้  โดยพึ่งอาศัยพระคุณของพระเจ้า !

ดุจดังที่ อ. เปาโล มีความเจ็บปวดกับหนามในเนื้อและได้ทูลขอพระเจ้าให้กำจัดมันถึง 3 ครั้ง แต่พระเจ้าก็มิได้ทรงนำมันออกไป แต่กลับทรงปล่อยมันไว้ต่อไปในกายของเปาโล เพื่อที่ท่านจะได้เรียนรู้บทเรียนอันสำคัญยิ่งในฐานะผู้รับใช้ของพระเจ้า คือ บทเรียนแห่งความถ่อมใจ!

“และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น ก็ทรงให้มีหนาม

     ใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า  หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัว

      เกินไป เรื่องหนามใหญ่นั้น ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจาก

      ข้าพเจ้า (2คร.12:7-8)

 

และทำให้ท่านรู้จักพึ่งพิงในพระคุณและฤทธิ์เดชของพระเจ้า พร้อมทั้งรู้จักชื่นใจได้ในทุกสถาน การณ์ของชีวิต

“แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดช

     ของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า

     เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า”   (2คร.12:9-10)

 

ดังนั้น วันนี้ แทนที่เราจะท้อแท้ หรือรำพึงรำพันบ่นว่ากับ “ความเจ็บปวด” ที่เป็นสภาวะ “ชั่วคราว” ในชีวิตของเรา ขอให้เราเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นในพระคุณของพระเจ้า และกระทำตัวให้เป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินของพระเจ้า และเป็นพรต่อคนอื่นรอบตัวของเราต่อไป

จะดีไหมครับ?

 

 

 

 

 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, e-mail <thongchaibsc@gmai.com>

 Posted by at 12:01 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)