ต.ค. 272012
 

“ฉันไม่ได้หัวเสียที่เธอโกหกฉัน แต่ฉันหงุดหงิดที่นับจากนี้ไปฉันไม่อาจเชื่อเธอได้อีกต่อไป!”

(I am not upset that you lied to me, I am upset that from now on I can’t believe you!)

    คุณเคยถูกคนอื่นโกหกหรือหลอก(ลวง)บ้างไหมครับ?

เคยมีใครบ้างไหมที่ได้ใจคุณไปเพราะการนำเสนอ(ตัว)ของเขาทำให้คุณประทับใจ  แต่ต่อมาเขา(หรือเธอ) คนนั้นกลับฉีกอกกระชากใจของคุณจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะคุณมาทราบความจริงภายหลังว่า เรื่องที่เขาบอกเล่าให้คุณฟังทั้งหมดหรือส่วนใหญ่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่กุหรือเสริมแต่งขึ้นมาทั้งนั้น!

หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณจริง ๆ คุณจะรับมือกับอาการปวดใจเช่นนั้นได้อย่างไร?

ถ้าคุณไม่เคยเจอะเจอสถานการณ์เช่นนั้นเลย คุณก็ควรรีบขอบคุณพระเจ้า ก่อนที่พระองค์จะส่งคนประเภทนั้นมาให้คุณ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างและพัฒนาลักษณะอุปนิสัยที่แข็งแกร่งให้แก่คุณ!

ในชีวิตของผม ผมไม่กลัวคนวิพากษ์วิจารณ์หรือคนด่าผม แต่ผมกลัวแค่คน “โกหก” หรือ “หลอก(ลวง)ผม” เพราะว่า คนที่ด่าหรือวิจารณ์ผมคงไม่ใช่คนที่ปกติคุ้นเคยกับผมมาก จนได้รับความไว้วางใจจากผม ผิดกับคนที่ผมเชื่อใจหรือไว้วางใจ และยอมให้เขาเข้าใกล้ตัวผมและสามารถพูดคุยกับผมในระยะประชิดตัวอย่างต่อเนื่อง จนผมเชื่อใจในคำพูดของเขา และปล่อยให้เขาโกหกหรือหลอกลวงจนผมหลงเชื่อ และช่วยพูดหรือประชาสัมพันธ์เรื่องของเขาจนใคร ๆ ต่างก็เชื่อถือในตัวของเขาเพิ่มมากขึ้น  แต่สุดท้ายความจริงกลับประจักษ์แจ้งว่า เขาโกหกผม!

แล้วอย่างนี้ผมจะมองหน้าใครต่อไปได้?

ชื่อเสียงของผมคงจะย่อยยับ แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นใหญ่เท่ากับอาจมีหลายคนที่ต้องเสียหายหรือสูญเสีย(ทรัพย์/สิ่งของ/ชื่อเสียง ฯลฯ) ไปเพราะว่า เชื่อคำพูดของผม(ที่ถูกโกหกหลอกลวงมาอีกทอดหนึ่ง)

ดังนั้นเพื่อไม่เห็นเกิดเรื่องชวนหงุดหงิดใจดังกล่าวเกิดขึ้น ขอให้เราแต่ละคนระมัดระวังในการเชื่อใจหรือเชื่อคำพูดของคนที่เราเพิ่งรู้จักหรือรู้จักกันมานาน แต่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง !

ขอให้เราตระหนักอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเราจะจริงใจต่อผู้อื่นมากสักแค่ไหน แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าผู้อื่นนั้นจะจริงใจและซื่อตรงสนองกลับมาทุกคนหรือทุกครั้งไป  ด้วยเหตุนี้เองไม่ว่า “คน ๆ นั้น” จะเป็นใคร จะใหญ่กว่าคุณ  เท่าคุณหรือเล็กน้อย ต่ำต้อย กว่าคุณ คุณไม่อาจไว้วางใจพวกเขาได้อย่างสิ้นเชิงแม้แต่คนเดียวคงมีแต่ “พระเจ้า” ผู้เดียวเท่านั้นที่คุณสามารถไว้วางใจได้ 100 % !

ดังที่ พระคัมภีร์ได้เตือนสติไว้ว่า …

         “เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้าก็ดีกว่าที่จะเชื่อใจในมนุษย์  เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้าก็ดีกว่าที่จะเชื่อใจในเจ้านาย” 

  (It is better to take refuge in the Lord than to trust in humans. It is better to take refuge in the Lord than to trust in princes.”   (สดุดี 118:8-9)

ในท้ายนี้ หวังว่านับจากวันนี้ไปคุณคงจะไม่ปล่อยให้ใครมาโกหกหลอกลวงคุณได้ง่าย ๆ หรือกลับกันอย่าให้คุณไปโกหกหลอกลวงใครผู้ใดเลยนะ  ขอเถอะ เพราะมันน่าหงุดหงิดใจมากจริง ๆ  เลย!

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, e-mail <thongchaibsc@gmai.com>

 Posted by at 8:39 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)