ก.พ. 012013
 

 “ผมสังเกตเห็นว่า คนทั้งหลายที่สนับสนุนการทำแท้ง

ล้วนเป็นคนที่ได้เกิดมาแล้วกันทั้งนั้น

(I notice that all of the people who support abortion are already born.)

                                                -โรนัลด์ เรแกน- (อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 40 ) –

 

รายการ “คำตอบชีวิต” ช่อง 9 โมเดิร์น ไนน์ (ทุกวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์) เปิดประเด็นสนทนาเรื่อง “การทำแท้ง” และขอให้ผมเป็นวิทยากรในการสนทนากัน

ผมจึงต้องค้นคว้าหาความรู้เรื่องการ “ทำแท้ง”

ยิ่งศึกษามากเท่าไรก็ยิ่งเห็นถึงผลเสียอันร้ายแรงของปัญหาเรื่องการทำแท้งมากขึ้นเท่านั้น!

ช่างน่าตกใจ ที่เฉพาะในประเทศไทยประเทศเดียว ในทุกวันนี้ก็มีหญิงไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น ทำแท้งกันถึงปีละ 300,000 คน หรือ วันละราว 1,000 คน

วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง นี่เท่ากับว่าทุกชั่วโมงมีผู้หญิงเราทำแท้งกันราว 42 คน!

หากเรามานมัสการพระเจ้ากันราว 2 ชั่วโมง เท่ากับนับจากนาทีแรกที่ผู้นำนมัสการทักทายหรือนำร้องเพลงจนสิ้นสุดคำว่า “อาเมน” หลังจากอธิษฐานขอพรในตอนท้าย มีหญิงสาววัยรุ่นของเราฆ่าเด็กไปแล้วมากกว่า 80 คน!

หากเด็กสาวเหล่านั้นได้มาคริสตจักร มานมัสการพระเจ้า มาศึกษาพระคัมภีร์ มาเข้ากลุ่มสามัคคีธรรม มารับการแนะนำสั่งสอนเตือนสติจากผู้ใหญ่ ในวิถีทางที่ควรเดินในเรื่องการใช้ชีวิตทั้งเดียวและคู่  พวกเธอก็คงจะมีภูมิคุ้มกันพอที่ช่วยพวกเธอให้สามารถต้านทานการทดลองไม่ให้ “ใจแตก” และไม่ต้องกลายเป็นฆาตกรใจโหดไปโดยไม่จำเป็น!

แท้จริงแล้วหากเราเอาจริงเอาจังในการ “ป้องกัน” เราคงจะจ่ายราคาน้อยมากในการ “แก้ไข” หรือไม่เสียค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้เลย  พระคัมภีร์สอนเราว่า…

 

   “จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเติบใหญ่ เขาจะไม่พรากจากทางนั้น(สุภาษิต  22:6)

ดังนั้น หากวัยรุ่นของเราได้รับการปลูกฝังในทางที่เขาควรจะเดินไปตั้งแต่ในเยาว์วัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องชีวิตและเพศ พวกเขา(ทั้งชายและหญิง) ก็คงจะไม่ต้องเข้าสู่ประสบการณ์ที่ปวดร้าวทั้งกายและใจเช่นนี้!

พวกเราทุกคนควรได้รับการสอนหรือสั่งสอนตั้งแต่ปฐมวัยว่า  ชีวิตและกายของเรานี้ไม่ใช่ของเรา แต่เป็นสิ่งที่เราได้รับความไว้วางใจให้ดูแลและใช้ชั่วคราว โดยมีหน้าที่ต้องรายงานผลการใช้ร่างกายนั้นในบั้นปลายชีวิตของเราแก่เจ้าของที่แท้จริง

นั่นคือ พระเจ้า ว่าเราได้ใช้ชีวิตและร่างกายของเราตามวัตถุประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของหรือไม่?

    “ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่าน ผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง?  เพราะ ว่าพระเจ้าทรงซื้อท่านไว้แล้วด้วยราคาสูง ฉะนั้น จงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของพวกท่านเถิด”  (1โครินธ์ 6:19-20)

     เราต้องชี้แจงว่า เราได้เอาร่างกายนี้ไปใช้อย่างผิดจุดประสงค์หรือไม่?

เราได้นำไปใช้ในทางต้องห้ามนี้หรือไม่? นั่นคือ นำไปใช้ใน

…การล่วงประเวณี

…การโสโครก   และ

…การละโมบ หรือเปล่า?

“แต่ การล่วงประเวณี การโสโครกทุกอย่างและการละโมบนั้น แม้แต่จะเอ่ยถึงในท่ามกลางพวกท่านก็อย่าเลย จะได้สมกับที่เป็นพวกธรรมิกชน(เอเฟซัส 5:3)

    หากว่าเราใช้ “ร่างกาย” ที่เราดูแลไปผิด ๆ เราอาจจะต้องรับผลที่ตามมาจากการที่เราพยายามปกปิดความผิดแรกที่เรากระทำซึ่งอาจนำเราไปสู่ความผิดที่สาหัสยิ่งกว่าความผิดแรก! นั่นคือ การทำผิดพลาดโดยมีความสัมพันธ์ก่อนวัยหรือเวลาอันควรแล้วตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ อาจนำเราไปสู่การฆ่า หรือ ฆาตกรรมอำพราง ทั้ง ๆ ที่เราได้รับการเตือนสติมาตั้งแต่โบราณแล้วว่า เราไม่มีสิทธิฆ่าชีวิตของผู้ใด แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ที่กำลังจะเกิดมา!

เพราะชีวิตของตัวเราหรือลูกของเราล้วนไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของพระเจ้า!

พระเจ้าเท่านั้นที่เป็นผู้ให้ชีวิตแก่เรา

    “พระยา ห์เวห์พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีจากพื้นดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูกของเขา มนุษย์จึงกลายเป็นผู้มีชีวิตอยู่(ปฐมกาล 2:7)

    “พระองค์ ไม่จำเป็นต้องให้มือมนุษย์มารับใช้ราวกับว่ามีความต้องการ สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ต่างหากที่ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและ สิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวง”  (กิจการ 17:25)

 

เราต้องระลึกไว้เสมอว่า ตัวเรานั้นไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตของผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของเราเองหรือชีวิตของผู้ใดหรือแม้แต่ชีวิตของเด็กที่กำลังจะเกิดมา ไม่ว่าเขาจะเกิดมาด้วยสาเหตุใดก็ตาม!

เรามีทางเลือกที่ดีกว่า การฆ่าเสมอ นั่นคือ การให้กำเนิด!

ณ นาทีนี้  เราคงต้องปิดท้ายด้วยข้อเตือนสติว่า…

มีเพียงแต่ “ พระเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการให้และเอาชีวิตไปจากมนุษย์ทุกคน เพราะว่า พระองค์เป็นผู้ที่ให้ชีวิตมา…แต่เราไม่ใช่”

แต่คำถามที่ผุดขึ้นมาก็คือ  แล้วเราจะทำอย่างไรกับเด็กที่อยู่ในครรภ์ของเราหรือคนที่เรารัก หากว่าเราไม่อยากให้เขาเกิดมา?

…เราคงจะพูดคุยกันในเรื่องนี้ ในตอนต่อไปแล้วละครับ…!  อย่าพลาด!

 

             ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

 Posted by at 9:03 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)