ก.พ. 122013
 

เพราะฉะนั้นคนที่ปลูกและคนที่รดน้ำไม่สำคัญอะไร แต่พระเจ้าผู้ทรงโปรดให้เติบโตนั้นต่างหากที่สำคัญ (1โครินธ์ 3:7)

อุปมาเรื่องผู้ปลูกเป็นตัวอย่างประกอบที่พระเยซูทรงใช้เพื่อแสดงให้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองต่างกันที่มีต่อข่าวประเสริฐ ในเรื่องนี้ผู้ปลูกออกไปหว่านเมล็ดพืช และเมล็ดพืชนั้นตกลงบนดินสี่ประเภท วันนี้เราอาจออกไปเตรียมดิน แล้วค่อยๆปลูกเมล็ดลงไป เราอาจใช้ระบบชลประทาน หรืออุปกรณ์ทันสมัยต่างๆเข้ามาช่วยในการเพาะปลูกให้ประสบความสำเร็จ แต่ในสมัยนั้น ยังค่อนข้างจะโบราณ

โดยทั่วไป ผู้ปลูกจะเอามือล้วงลงไปในกระสอบแล้วเหวี่ยงเมล็ดพืชออกไป . . . ทางซ้าย . . .ทางขวา . . . ด้านหน้า . . . ด้านหลัง และไม่ว่าเมล็ดพืชจะไปตกที่ใด บ้างก็ไปตกในดินดี บ้างก็ไปตกในดินที่มีหิน บ้างก็ไปตกลงตามทางเดิน และที่อื่นๆ ที่สุดแล้วบางเมล็ดที่ตกลงไปก็ขึ้นงอกงามดี การพรวนดินเป็นเรื่องตามมาทีหลัง แล้วจากนั้นผู้ปลูกก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตตามที่ได้

สิ่งเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มหรือองค์กรที่เรียกได้ว่ารณรงค์เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ หรือออกไปประกาศพระกิตติคุณ  ที่ฮารเวสท์ของเรา เราจะหว่านเมล็ดไปที่สนามกีฬา หว่านเข้าไปทางอินเทอร์เน็ท แล้วก็หว่านเข้าไปในวิทยุ แล้วเมล็ดพืชนั้นก็ถูกหว่านออกไปไกลขึ้นทุกทีๆ แต่ที่สุดแล้วพระเจ้าจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง พระเยซูตรัสว่า “ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา…” (ยอห์น  6:44)

บางคนชอบวิจารณ์การประกาศในรูปแบบนี้  แต่คำถามของผมคือ ทำไมเราไม่ไปให้ถึงคนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้ทุกรูปแบบของการสื่อสารที่มี งานของเราคือไปให้ถึงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

 Posted by at 12:01 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)