มี.ค. 182013
 

ในสมัยนั้นยังไม่มีกษัตริย์ในอิสราเอล  ทุกคนก็กระทำตามที่ตนเองเห็นชอบ (ผู้วินิจฉัย 17:6)

หนังสือผู้วินิจฉัยในพระคัมภีร์เดิมพูดถึงช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผู้คนต่างก็ทำในสิ่งที่ตนเองเห็นชอบ และในหนังสืออิสยาห์มีคำเตือนว่า “วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เรียกความชั่วร้ายว่าความดี และความดีว่าความชั่วร้าย ผู้ถือเอาว่าความมืดเป็นความสว่าง และความสว่างเป็นความมืด ผู้ถือเอาว่าความขมเป็นความหวาน และความหวานเป็นความขม” (อิสยาห์ 5:20)

นี่เป็นสิ่งเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นในวัฒนธรรมของเรา เราเยาะเย้ยความดี และยกย่องความเลว เราหัวเราะเมื่อเห็นคนพยายามดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง และครอบครัวที่มีสามีเดียว ภรรยาเดียวช่วยกันเลี้ยงลูกกลายเป็นครอบครัวในนวนิยายไปแล้ว

วัฒนธรรมที่ล้ำยุคของเรา ถูกความเชื่อเรื่องความจริงไม่เที่ยงแท้เข้ามาควบคุม ทุกอย่างคว่ำกลับด้านหมด และจำเป็นต้องให้คริสตจักรที่คว่ำกลับผิดด้านพลิกด้านที่ถูกขึ้นมา ในหนังสือกิจการ 17:6 เราพบคำชมเชยคริสตจักรในยุคแรกว่า “คนเหล่านั้นที่เป็นพวกคว่ำโลกมนุษย์มาที่นี่ด้วย” คริสตจักรในศตวรรษที่หนึ่งได้คว่ำโลก เราควรต้องทำเช่นเดียวกันในวัฒนธรรมทุกวันนี้ของเราด้วย

แล้วเราจะยื่นมือไปถึงคนที่ไม่เชื่อในสมบูรณาสิทธิราชย์ทางศีลธรรม (ตัดสินผิด−ถูกเด็ดขาดโดยไม่รับฟังเหตุผล หรือที่มาที่ไปของการทำผิดนั้นๆ) ได้อย่างไร? เป็นได้หรือไม่ ที่จะให้พวกเขามีโอกาสได้ศึกษาพระวจนะ? เราจำต้องยื่นมือออกไปสู่วัฒนธรรมล้ำยุค และเชื่อมั่นว่าเรามีโอกาสทำได้เช่นนั้น

บิลลี่ เกรแฮมกล่าวว่า “การหว่านพระกิตติคุณเป็นเรื่องเร่งด่วนเสมอ ชะตากรรมของมนุษย์และประเทศชาติถูกตัดสินอยู่ตลอดเวลา ทุกยุคต่างก็มีกลยุทธของตน เราไม่ต้องรับผิดชอบต่อยุคเก่าก่อนในอดีต และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเต็มตัวสำหรับยุคหน้า แต่เราต้องรับผิดชอบเมื่อยุคนี้อยู่ในมือเรา”

ผมจริงจังกับเรื่องนี้มาก ต้องการจะทำทุกอย่างที่ทำได้ตามศักยภาพที่พระเจ้าประทานให้ นำพระกิตติคุณไปสู่ผู้คนในยุคของผม เราถูกเรียกให้เข้าไปมีส่วนอยู่ในวัฒนธรรมในยุคของเราครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 Posted by at 12:00 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)