ส.ค. 152009
 

ไม่เชื่อฟังก็ถูกปลด!

พระธรรม 1ซามูเอล 15:1-35

อ้างอิง อพย.17:8-14;ฉธบ.25:17-19

บทนำ ว่าเราจะทำดีแค่ไหน

ไม่ว่าเราจะเก่งกาจแค่ไหน

ไม่ว่าเราจะยิ่งใหญ่แค่ไหน

ไม่ว่าเราจะเจตนาดีอย่างไร

ไม่ว่าเราจะแก้ตัวอย่างไร

สิ่งเหล่านี้ไม่อาจมาแทนที่การเชื่อฟังพระเจ้าได้! และการเชื่อฟังพระเจ้านั้นจะต้องเชื่อฟังอย่างสิ้นเชิง! มิฉะนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นการเชื่อฟัง และเมื่อไม่เชื่อฟังพระองค์ ทุกสิ่งที่ทำมาไม่ว่าเราจะทุ่มเทมากเพียงใดเพื่อได้มาก็ไร้ความหมายในทันที!

บทเรียน

15:1 “ซามูเอลก็เรียนซาอูลว่า “พระเจ้าทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาเจิมท่านเป็นพระราชาเหนืออิสราเอลประชากรของพระองค์ เพราะฉะนั้น

บัดนี้ขอท่านฟังเสียงพระวจนะของพระเจ้า

(Samuel said to Saul, “I am the one the LORD sent to anoint you king over his people Israel; so listen now to the message from the LORD. )

15:2 “พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ‘เราจะลงโทษอามาเลขในการที่สกัดทางอิสราเอล เมื่อเขาออกจากอียิปต์”

(This is what the LORD Almighty says: ‘I will punish the Amalekites for what they did to Israel when they waylaid them as they came up from Egypt.)

15:3 “ท่านจงไปโจมตีอามาเลข และทำลายบรรดาที่เขามีนั้นเสียให้สิ้นเชิง อย่าปรานีเขาเลย จงฆ่าเสียทั้งผู้ชายผู้หญิง ทั้งทารกและเด็กที่กินนมอยู่ ทั้งโค แกะ อูฐ และลา‘ “

(Now go, attack the Amalekites and totally destroy everything that belongs to them. Do not spare them; put to

death men and women, children and infants, cattle and sheep, camels and donkeys.’”)

15:4 “ดังนั้นซาอูลจึงเกณฑ์พวกพลและตรวจพลที่ตำบลเทลาอิม ได้ทหารราบสองแสนคน และคนเผ่ายูดาห์หนึ่งหมื่นคน”

(So Saul summoned the men and mustered them at Telaim—two hundred thousand foot soldiers and ten thousand men from Judah.)

15:5 “ซาอูลก็ทรงยกกองทัพมายังเมืองอามาเลข และตั้งซุ่มอยู่ในหุบเขา”
(Saul went to the city of Amalek and set an ambush in the ravine.)

15:6 “และซาอูลตรัสแก่คนเคไนต์ว่า “ไปเถิด จงแยกไปเสีย ลงไปเสียจากคนอามาเลข เกรงว่าเราจะทำลายพวกท่านไปพร้อมกับเขา

เพราะท่านทั้งหลายได้แสดงความเอ็นดูต่ออิสราเอลเมื่อเขาออกจากอียิปต์” ดังนั้นคนเคไนต์ก็แยกออกไปจากคนอามาเลข”

(Then he said to the Kenites, “Go away, leave the Amalekites so that I do not destroy you along with them; for you showed kindness to all the Israelites when they came up out of Egypt.” So the Kenites moved away from the Amalekites.)

15:7 “และซาอูลก็ทรงกระทำให้คนอามาเลขพ่ายแพ้ ตั้งแต่เมืองฮาวีลาห์ไกลไปจนถึงเมืองชูร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของอียิปต์”
(Then Saul attacked the Amalekites all the way from Havilah to Shur, to the east of Egypt.)

15:8 “ทรงจับอากักพระราชาของคนอามาเลขได้ทั้งเป็น และได้ฆ่าฟันประชาชนเสียอย่างสิ้นเชิงด้วยคมดาบ”
(He took Agag king of the Amalekites alive, and all his people he totally destroyed with the sword.)

15:9 “แต่ซาอูลและประชาชนได้ไว้ชีวิตอากักและสัตว์ที่ดีที่สุด มีแกะกับโคและสัตว์อ้วนพีกับลูกแกะ และสิ่งดีๆทั้งหมดไม่ยอมทำลายเสียอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งที่เขาดูถูกและไร้ค่าเขาก็ทำลายเสียสิ้น

(But Saul and the army spared Agag and the best of the sheep and cattle, the fat calves and lambs everything that was good. These they were unwilling to destroy completely, but everything that was despised and weak they totally destroyed.)

15:10 “แล้วพระวจนะแห่งพระเจ้ามายังซามูเอลว่า”

(Then the word of the LORD came to Samuel )

15:11 “เราเสียใจแล้วที่เราได้ตั้งซาอูลเป็นกษัตริย์ เพราะเขาได้หันกลับเสียจากการตามเรา และไม่ได้กระทำตามบัญญัติของเรา” และซามูเอลก็โกรธจึงร้องทูลต่อพระเจ้าคืนยังรุ่ง

(“I am grieved that I have made Saul king, because he has turned away from me and has not carried out my instructions.” Samuel was troubled, and he cried out to the LORD all that night.)

15:12 “และซามูเอลลุกขึ้นแต่เช้าตรู่เพื่อจะไปหาซาอูลในเช้าวันนั้น และมีคนไปเรียนซามูเอลว่า  “ซาอูลเสด็จมาที่ภูเขาคารเมล และดูเถิด ทรงมาสร้างที่ระลึกของพระองค์แล้วก็หันและผ่านเรื่อยไปจนลงไปถึงกิลกาล

(Early in the morning Samuel got up and went to meet Saul, but he was told, “Saul has gone to Carmel. There he has set up a monument in his own honor and has turned and gone on down to Gilgal.”)

15:13 “และซามูเอลก็มาหาซาอูล และซาอูลเรียนท่านว่า  “ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านเถิด ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามพระธรรมบัญญัติของพระเจ้าแล้ว

(When Samuel reached him, Saul said, “The LORD bless you! I have carried out the LORD’S instructions.”)

15:14 “และซามูเอลกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเสียงแกะที่ร้องเข้าหูข้าพเจ้ากับเสียงวัวที่ข้าพเจ้าได้ยินหมายความว่ากระไร”

(But Samuel said, “What then is this bleating of sheep in my ears? What is this lowing of cattle that I hear?”)

15:15 “ซาอูลตอบว่า “เขาทั้งหลายได้นำมาจากคนอามาเลข เพราะพวกพลได้ไว้ชีวิตแกะและโคที่ดีที่สุด เพื่อเป็นเครื่องสัตวบูชาแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน นอกจากนั้นเราทั้งหลายก็ได้ทำลายเสียสิ้น

(Saul answered, “The soldiers brought them from the Amalekites; they spared the best of the sheep and   cattle to sacrifice to the LORD your God, but we totally destroyed the rest.”)

15:16 “แล้วซามูเอลจึงเรียนซาอูล “พอที ข้าพเจ้าจะขอเรียนท่านว่าพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอย่างไรคืนนี้”  และซาอูลก็เรียนท่านว่า “จงกล่าวไปเถิด”

(“Stop!” Samuel said to Saul. “Let me tell you what the LORD said to me last night.” )“Tell me,” Saul replied.)

15:17 “และซามูเอลเรียนว่า “แม้ท่านเป็นแต่ผู้เล็กน้อยในสายตาของท่าน  ท่านมิได้รับแต่งตั้งให้เป็นประมุขของบรรดาเผ่าอิสราเอลดอกหรือ พระเจ้าทรงเจิมท่านไว้เป็นพระราชาเหนืออิสราเอล
(Samuel said, “Although you were once small in your own eyes, did you not become the head of the tribes of Israel? The LORD anointed you king over Israel.)

15:18 “และพระเจ้าทรงใช้ให้ท่านออกไปประกอบกิจ ตรัสว่า ‘จงไปทำลายคนอามาเลขคนบาปหนาเสียให้สิ้นเชิง และต่อสู้กับเขาจนกว่าเขาจะถูกผลาญเสียหมด

(And he sent you on a mission, saying, ‘Go and completely destroy those wicked people, the Amalekites; make war on them until you have wiped them out.’)

15:19 “เหตุใดท่านจึงไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า แต่ไปเฉี่ยวทรัพย์สิ่งของต่างๆ  และกระทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า”

(Why did you not obey the LORD? Why did you pounce on the plunder and do evil in the eyes of the LORD?”)

15:20 “และซาอูลเรียนซามูเอลว่า “ข้าพเจ้าได้ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าได้ไปประกอบกิจตามที่พระเจ้าทรงใช้ข้าพเจ้าไปข้าพเจ้าได้คุมตัวอากักพระราชาแห่งคนอามาเลขมา และข้าพเจ้าก็ได้ทำลายคนอามาเลขเสียอย่างสิ้นเชิง

(“But I did obey the LORD,” Saul said. “I went on the mission the LORD assigned me. I completely destroyed the Amalekites and brought back Agag their king.)

15:21 “แต่พวกพลได้เก็บส่วนของทรัพย์เชลยรวมทั้งแกะและโคส่วนที่ดีที่สุดจากของซึ่งกำหนดให้ทำลายนั้น เพื่อนำมาเป็นเครื่องสัตวบูชา แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านที่ในเมืองกิลกาล

(The soldiers took sheep and cattle from the plunder, the best of what was devoted to God, in order to sacrifice them to the LORD your God at Gilgal.”)

15: 22 “และซามูเอลกล่าวว่า  “พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่งจะสดับฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้”
(But Samuel replied: “Does the LORD delight in burnt offerings and sacrifices as much as in obeying the voice of the LORD? To obey is better than sacrifice,   and to heed is better than the fat of rams.)

15:23 “เพราะการกบฏก็เป็นเหมือนบาป แห่งการถือฤกษ์ถือยาม  และความดื้อดึงก็เป็นเหมือนบาปชั่วและการไหว้รูปเคารพเพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า  พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์”

(For rebellion is like the sin of divination, and arrogance like the evil of idolatry. Because you have rejected the word of the LORD, he has rejected you as king.”)

15:24 “และซาอูลเรียนซามูเอลว่า “ข้าพเจ้าได้กระทำบาปแล้ว เพราะข้าพเจ้าได้ฝ่าฝืนพระธรรมบัญญัติของพระเจ้าและคำของท่านเพราะข้าพเจ้าเกรงกลัวประชาชนและยอมฟังเสียงของเขาทั้งหลาย
(Then Saul said to Samuel, “I have sinned. I violated the LORD’S command and your instructions. I was afraid of the people and so I gave in to them.)

15:25 “เพราะฉะนั้นขอท่านโปรดอภัยบาปของข้าพเจ้าและขอกลับไปกับข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะได้นมัสการพระเจ้า”

(Now I beg you, forgive my sin and come back with me, so that I may worship the LORD.”)

15:26 “และซามูเอลเรียนซาอูลว่า  “ข้าพเจ้าจะไม่กลับไปกับท่าน เพราะท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า และพระเจ้าทรงถอดท่านจากเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล

(But Samuel said to him, “I will not go back with you. You have rejected the word of the LORD, and the LORD has rejected you as king over Israel!”)

15:27 “พอซามูเอลหันจะไป ซาอูลก็ได้ยึดชายเสื้อของท่านไว้และเสื้อนั้นก็ขาด”
(As Samuel turned to leave, Saul caught hold of the hem of his robe, and it tore.)

15:28 “และซามูเอลเรียนท่านว่า “ในวันนี้พระเจ้าได้ทรงฉีกราชอาณาจักรอิสราเอลเสียจากท่านแล้ว และทรงมอบให้แก่ผู้อื่นที่ดีกว่าท่าน

(Samuel said to him, “The LORD has torn the kingdom of Israel from you today and has given it to one of your Neighbors to one better than you.)

15: 29 “และผู้ทรงเป็นกำลังของอิสราเอลจะไม่มุสาหรือกลับใจ เพราะว่าพระองค์หาใช่มนุษย์ที่จะกลับใจไม่”

(He who is the Glory of Israel does not lie or change his mind; for he is not a man, that he should change his mind.”)

15:30 “ฝ่ายซาอูลจึงเรียนว่า “ข้าพเจ้าได้กระทำบาปแล้ว แต่บัดนี้ขอท่านให้เกียรติแก่ข้าพเจ้า ต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ของประชาชนของข้าพเจ้าและต่อหน้าคนอิสราเอล ขอกลับไปกับข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะได้นมัสการพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

(Saul replied, “I have sinned. But please honor me before the elders of my people and before Israel; come back with me, so that I may worship the LORD your God.”)

15:31 “ซามูเอลจึงกลับตามซาอูลไป และซาอูลก็นมัสการพระเจ้า”

( So Samuel went back with Saul, and Saul worshiped the LORD.)

15:32 “แล้วซามูเอลกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงนำอากักกษัตริย์ของคนอามาเลขมาให้ข้าพเจ้า” และอากักก็เข้ามาหาท่านด้วยหน้าตาเบิกบาน อากักกล่าวว่า “ความขมขื่นแห่งความตายก็ผ่านพ้นไปแน่แล้ว”

(Then Samuel said, “Bring me Agag king of the Amalekites.” Agag came to him confidently, thinking, “Surely the bitterness of death is past.”)

15:33 “ฝ่ายซามูเอลกล่าวว่า “ดาบของท่านได้กระทำให้ผู้หญิงไร้บุตรฉันใด มารดาของท่านจะไร้บุตรในหมู่พวกผู้หญิงทั้งหลายฉัน นั้น”  และซามูเอลก็ฟันอากักเสียเป็นท่อนๆ ต่อพระพักตร์พระเจ้าที่ในกิลกาล”
(But Samuel said, “As your sword has made women childless, so will your mother be childless among women.”And Samuel put Agag to death before the LORD at Gilgal.)

15:34 “ฝ่ายซามูเอลก็ไปรามาห์และซาอูลก็เสด็จขึ้นไปยังวังของพระองค์ที่กิเบอาห์แห่งซาอูล”
(Then Samuel left for Ramah, but Saul went up to his home in Gibeah of Saul. )

15:35 “และซามูเอลไม่มาพบซาอูลอีกจนวันสิ้นชีพ แต่ซามูเอลได้โศกเศร้าเพราะซาอูล และพระเจ้าทรงกลับพระทัยที่ได้ทรงกระทำให้ซาอูลเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล

(Until the day Samuel died, he did not go to see Saul again, though Samuel mourned for him. And the LORD  was grieved that he had made Saul king over Israel.)

ข้อมูลมีประโยชน์

15:1        “เจิม” (anoint) -1ซมอ.9:16

“เหนืออิสราเอลประชากรของพระองค์” (over his people Israel) -1ซมอ.10:1

15:2        “อามาเลข” (Amalekites) = พวกเร่ร่อนที่มาจากเชื้อสายของเอซาว (ปฐก.36:12,16) มักอาศัยอยู่แถบเนเกบและซีนาย (27:8;30:1;ปฐก.14:7;อพย.17:8;กดว.13:29)

“ในการที่สกัดทางอิสราเอล”(for what they did to Israel)–อพย.17:8-13;กดว.14:43,45; ฉธบ.25:17-19;  ปท. วนฉ.3:13;6:3-5;33;7:12;10:12

15:3        “ทำลายบรรดาที่เขามีนั้นเสียให้สิ้นเชิง” (attack the Amalekitas and totally destroy everything that belongs to them) –ลนต.27:28-29;ฉธบ.13:12-18;ยชว.6:17-18

เวลานี้ซาอูลได้รับโอกาสที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าผ่านการเชื่อฟังโดยปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ –ข.9,19 ปท.ปฐก.14:23;ยชว.6:17;1ซมอ.22:19;27:9,28:18;อสธ.3:13;9:5

15:4        “ตำบลเทลาอิม” (Telaim) = อาจเป็นที่เดียวกับ “Telem” ใน ยชว. 15:24 ที่ตั้งอยู่ในทางใต้ของยูดาห์

15:5 “เมืองอามาเลข” (the city of Amalek) = ที่พวกชาวอามาเลขอาศัยอยู่ระหว่างเทลาอิม และคาเดช บาร์เนีย อาจเป็นที่ ๆ กษัตริย์ของพวกคนอามาเลขพักอยู่

15:6        “คนเคไนต์” (Kenites) = ชาวเร่ร่อนในซีนายที่ใกล้ชิดกับพวกชาวมีเดียนเป็นอย่างมาก โมเสสก็แต่งงานกับหญิงชาวเคไนต์ (อพย.2:16,21-22;กดว.10:29;วนฉ.1:16;4:11) และพวกชาวเคไนต์บางส่วนได้ร่วมไปกับพวกอิสราเอล เมื่อพวกเขาตั้งรกรากในแผ่นดินคานาอัน (27:10;วนฉ.1:16;4:17-23;5:24;1พศด.2:55)

ปท. ปฐก.15:19;กดว.24:22;วนฉ.1:16;1ซมอ.30:29

15:7        “เมืองฮาวีลาห์ไกลไปจนถึงเมืองชูร์” (Havilah to shur) = ชูร์อยู่ทางชายแดนทางตะวันออกของอียิปต์

(27:8;ปฐก.16:7;20:1) เชื้อสายของอิชมาเอลก็อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ (ปฐก.25:18)

15:8        “อากัก” (Agag) = พระราชาของพวกอามาเลข –อพย.17:8-16;กดว.24:7

“ได้ทั้งเป็น” (alive) –ยชว.8:23

“ได้ฆ่าฟันประชาชนเสียอย่างสิ้นเชิงด้วยคมดาบ” (all his people he totally destroyed with the sword)   = บรรดาพวกอามาเลขที่พวกเขาเผชิญหน้าด้วยเท่านั้นเพราะว่ายังมีพวกอามาเลขที่รอดอยู่ดำรงอยู่ต่อไปอีก (27:8;30;1,18;2ซมอ.8:12;1พศด.4:43)

15:9        “ไว้ชีวิตอากัก” (spared Agag) –ข.3

“…สัตว์ที่ดีที่สุดมีแกะกับโค และสัตว์อ้วนพีกับลูกแกะ” (the best of the sheep and cattle the fat calves and lambs) =เมื่อซาอูลและพวกอิสราเอลไม่เชื่อฟังคำบัญชาของพระเจ้า (ข.3) สงครามศักสิทธิ์ของพวกเขาต่อชาวอามาเลขได้ลดขั้นลงมาเป็นเพียงความละโมบส่วนบุคคลเหมือนอย่างที่อาคานกระทำในช่วงสมัยพิชิตคานาอันใหม่ ๆ  (ยชว.7:1) การมอบถวายสิ่งที่ถูกดูหมิ่น และอ่อนแอเหล่านั้นเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นประมาทพระเจ้า (มลค.1:7-12) และเป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ตัวได้ (ข.19) โดยคำอ้างว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่สงวนไว้สำหรับเป็นเครื่องถวายบูชาแด่พระเจ้า (ข.15,21)

15:11     “เราเสียใจ” (I am grieved) –ปฐก.6:6;อพย.32:14

“เขาได้หันกลับเสียจากการตามเรา” (he has turned away from me) = การละเมิดกฎเกณฑ์ตามตำแหน่งกษัตริย์ขั้นพื้นฐานของพระเจ้า (12:14-15) –ยชว.22:16

“ไม่ได้กระทำตามบัญญัติของเรา” (has not carried out my instructions) –โยบ.21:14;34:27; สดด.28:5;อสย.5:12;53:6;ยรม.48:10;อสค.18:24

“ซามูเอลก็โกรธ” (Samuel was troubled) –ข.35; 1ซมอ.8:6

15:12     “ภูเขาคารเมล” (Carmel) –ยชว.15:55

= ตั้งอยู่ราว ๆ  7 ไมล์ทางใต้ของเฮโบรน (25:2;ยชว.15:55)                                                                            

“ทรงมาสร้างที่ระลึกของพระองค์” (there he has set up a monument in his own honor)

–กดว.32:42 = ซาอูลยกตัวขึ้นในที่นี้แตกต่างจากที่เขาเคยกดตัวเอง เมื่อครั้งได้ชัยชนะพวกอัมโมน  (11:13; ปท. ข.17;2ซมอ.18:18)

15:13     “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามพระธรรมบัญญัติของพระเจ้าแล้ว” (I have carried out the Lord’s instructions)

= ซาอูล กล่าวกับซามูเอลด้วยถ้อยคำที่ต่ำกว่าความเป็นจริง (ข.20)

15:15     “พวกพลได้ไว้ชีวิตแกะและโคที่ดีที่สุดเพื่อเป็นเครื่องสัตวบูชา แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน”

(the soldiers spared the best of the sheep and cattle to sacrifice the Lord you God)

= ซาอูลพยายามบ่ายเบี่ยงหรือปัดความรับผิดชอบไปให้พ้นตัว ไปยังกองทัพและแก้ตัวให้กับการกระทำ

เช่นนั้น โดยอ้างถึงเจตนาอันร้อนรนทางศาสนามากลบเกลื่อน แถมซาอูลยังเจาะจงใช้คำว่า “พระเจ้าของท่าน” แทนที่จะใช้คำว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้า” (ข.21,30) ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงความห่างไกลของเขาจากพระเจ้า(12:9) แม้ว่าปากของเขาจะจะพูดถึงความเชื่อฟังและความตั้งใจที่จะให้เกียรติแด่พระเจ้าผ่านการถวายเครื่องสัตวบูชาก็ตาม

15:17     “แม้ท่านเป็นแค่ผู้เล็กน้อยในสายตาของท่าน” (Although you  were once small in your own eyes) -9:21;10:22;อพย.3:11

15:19     “ไปเฉี่ยวทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ” (Why did you pounce on the plunder) –ปฐก.14:23;ปท.1ซมอ.14:32

15:20     “ข้าพเจ้าได้ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแล้ว” (But I did obey the Lord) -1ซมอ.28:18

15:22     “พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชามากเท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ(Does the Lord delight in burnt offering and sacrifices as much as in obeying the voice of the Lord?)

= ซามูเอลไม่ได้พูดว่าการถวายเครื่องเผาบูชาเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ แต่กำลังกล่าวว่าเครื่องบูชาต่างๆ เหล่านั้นจะเป็นที่ยอมรับได้ของพระเจ้าก็ต่อเมื่อได้รับการนำมาถวายด้วยท่าทีแห่งความเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า   (สดด.15;อสย.1:11-17;ฮชย.6:6;อมส.5:21-27;มคา.6:6-8)

“…ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา” (To obey is better than sacrifice) –สดด.40:6-8;57:16;

สภษ.21:3;ยรม.7:22

“ไขมันของบรรดาแกะผู้” (the fat of rams) = พระเจ้าบัญชาว่า ไขมัน (fat) ของสัตว์ที่ถูกถวายเป็นเครื่องบูชานั้นเป็นของพระเจ้า (2:15;อพย.23:18;ลนต.3:14-16;7:30)

15:23     “เพราะการกบฎก็เป็นเหมือนบาปแห่งการถือฤกษ์ถือยาม”(For rebellion is like the sin of

divination)                                                                                                                          

“การกบฎ” = ซามูเอลกำลังตั้งข้อหาซาอูลว่าละเมิดข้อเรียกร้องหลักของเงื่อนไขพันธสัญญาที่มอบให้แก่

เขา เมื่อตอนที่เขาเริ่มต้นเป็นกษัตริย์ (12:14-15)

“บาปแห่งการถือฤกษ์ถือยาม” = การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้าเป็นอย่างยิ่ง

(ลนต.19:26;ฉธบ.18:9-12) ซึ่งตัวของซาอูลเองก็ประฌามสิ่งเหล่านั้น (28:3,9)

“เพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า” (you have rejected the word of the Lord)

=กษัตริย์ผู้ที่เอาใจของตัวเองเป็นใหญ่กว่าคำบัญชาของพระเจ้า ได้ยุติบทบาทในการเป็นเครื่องมือในการปกครองของพระเจ้าเหนือประชากรของพระองค์แล้ว เป็นการละเมิดธรรมชาติของตำแหน่งกษัตริย์ของ

พระเจ้า -1ซมอ.13:13

“พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์” (he has rejected you as king)=การพิพากษาในตอนนี้ ไปไกลกว่าการพิพากษาที่เคยตัดสินไปก่อนหน้านี้แล้ว (13:14) = ในเวลานี้ ซาอูลถูกถอดจากการเป็นกษัตริย์แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในทันทีทันใด แต่กระบวนการดังกล่าวได้เริ่มปรากฎในบทที่ 16 จนถึง 31 ที่นำไปสู่ความตายของซาอูล รวมทั้งการที่พระเจ้าหมดความพอพระทัยในเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าละจากเขาไป (16:14) และคนรอบตัวของเขาค่อย ๆ ออกห่างจากเขา แม้แต่ราชบุตร, ธิดา และบรรดาข้าราชการ (22:17)

15:24     “ข้าพเจ้าได้กระทำบาปแล้ว…เพราะข้าพเจ้าเกรงกลัวประชาชน” (I have sinned…I was afraid of the people) = คำสารภาพของซาอูลยังคงมีองค์ประกอบที่ยืนยันถึงความชอบธรรมของตนเองอยู่และโยนความผิดไปให้ประชาชนแทน แตกต่างจากตอนที่ดาวิดสารภาพบาปของพระองค์ ใน 2 ซมอ.12:13 และสดุดี 51, ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ซาอูลเพิ่งพยายามให้ความชอบธรรมกับการกระทำของทหารของเขา

“กระทำบาปแล้ว” (I have sinned) –อพย.9:27;กดว.22:34;สดด.51:4

“ข้าพเจ้าได้ฝ่าฝืนพระธรรมบัญญัติ” (I violated the Lord’s commond) -1ซมอ.13:13

“ข้าพเจ้ากลัวประชาชน” (I was afraind of the people) –สภษ.29:25;อสย.51:12-13;ยรม.42:11

15:25     “…ขอท่านโปรดอภัยบาปของข้าพเจ้า” (Now I beg you, forgive my sin) –อพย.10:17

“ขอกลับไปกับข้าพเจ้า” (come back with me) =สิ่งที่ซาอูลกังวลมากที่สุดไม่ใช่เรื่องการนมัสการ

พระเจ้า แต่ไม่ต้องการแตกหักอย่างเปิดเผยกับผู้เผยพระวจนะซามูเอล เพราะทำให้เขาเสียหน้าและกระทบสิทธิอำนาจของเขาในฐานะกษัตริย์ (ข.30)

15:26     “ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า” (you have rejected) –กดว.15:31;1ซมอ.13:14;1พกษ.14:10

15:27     “ซาอูลก็ได้ยึดชายเสื้อของท่านไว้” (Saul caught hold of the hem of his robe) -1ซมอ.28:14

“เสื้อนั้นก็ขาด”(and it tore) -1พกษ.11:11,31;14:8;2พกษ.17:21

15:28     “ในวันนี้พระเจ้าได้ทรงฉีกราชอาณาจักรอิสราเอลเสียจากท่านแล้ว” (The Lord has torn the kingdom of Israel from you today) -1ซมอ.28:17;13:14

“ทรงมอบให้แก่ผู้อื่น” (one of your neighbors) = ดาวิด (13:14)

“ที่ดีกว่าท่าน” (to one better than you) -2ซมอ.6:21;7:15

15:29     “พระผู้ทรงเป็นกำลังของอิสราเอล” (who is the Glory of Israel) = ตำแหน่งของพระเจ้า –มคา.1:15,

ปท. สดด.106:20;ยรม.2:11;ฮชย.4:7 ปท. 2ซมอ.1:19;สดด.89:17;1ซมอ.13:9

“ไม่มุสา” (does not  lie) –ทต.1:2

“หรือกลับใจ” (or change his mind) –กดว.23:19;ฮบ.7:21;สดด.110:4;ยรม.4:28;มลค.3:6

15:30     “ข้าพเจ้าได้กระทำบาปแล้ว” (I have sinned) –กดว.22:34

“ขอท่านให้เกียรติแก่ข้าพเจ้า” (Please honor me) –อสย.29:23;ยน.12:43

15:31     “ซามูเอลจึงกลับตามซาอูลไป” (So Samuel went back with Saul) –จุดประสงค์ในการกลับไปกับ

ซาอูลตามคำขอร้องของเขานั้น ไม่ใช่เพื่อให้เกียรติเขา แต่เพื่อสานต่อการพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่ออากัก และในการกระทำเช่นนั้นเป็นการเน้นย้ำถึงการละเลยหน้าที่ของซาอูล

15:32     “อากัก ก็เข้ามาหาท่านด้วยหน้าตาเบิกบาน” (Agag came to him confidently) =คนบางคนไม่รู้ตัว

เลยว่ากำลังจะพบกับจุดจบ

15:33     “มารดาของท่านจะไร้บุตรในหมู่พวกผู้หญิงทั้งหลายฉันนั้น” (So will your mother be childless among women) –อสธ.9:7-10;ยรม.18:21

15:34     “รามาห์” (Ramah) =บ้านของซามูเอล (7:17)

“กิเบอาห์แห่งซาอูล” (Gibeah of Sual) –วนฉ.19:14;1ซมอ.10:5

15:35     “ไม่พบซาอูลอีกจนวันสิ้นชีพ” (until the day Samuel died, he did not go to see Saul again)

-1ซมอ.19:24

“ซามูเอลได้โศกเศร้าเพราะซาอูล” (Samuel moumed for him) = ซามูเอลถือว่าซาอูลได้ตายไปแล้ว (6:19) ถึงแม้ว่าท่านยังมีความรักสำหรับเขาหลงเหลืออยู่ (ข.11;16:1) แต่ท่านก็ไม่ติดต่ออะไรกับซาอูลอีกต่อไป เพราะว่าพระเจ้าตัดเขาจากการเป็นกษัตริย์แล้ว แต่ซาอูลยังคงมาหาซามูเอลอีกครั้ง (19:24)

“พระเจ้าทรงกลับพระทัย” (the Lord was grieveal) –ปฐก.6:6

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยได้รับคำบัญชาจากพระเจ้าโดยตรงบ้างหรือไม่ ผ่านทางไหน?  ในเรื่องอะไร?
  2. คุณเคยทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาแต่ทำไม่ครบตามที่บัญชาหรือไม่?  หากมี เรื่องอะไร?  ทำไม?   แล้วผลที่ตามมาคืออะไร?
  3. ในชีวิตของคุณ คุณเคยกระทำอะไรบ้างที่เป็นการแสดงถึงความไม่เชื่อฟังพระเจ้าของคุณอย่างแจ่มชัด?   ทำไมคุณทำเช่นนั้น?  แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?  ทำไม?
  4. คุณคิดว่าหากพระเจ้าจะทรงเสียใจในสิ่งที่คุณทำมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คุณว่าเรื่องนั้นคืออะไร?
  5. คุณเคยทำผิดโดยไม่รู้สำนึกตัวบ้างหรือไม่?   เรื่องอะไร? แล้วมีอะไรเกิดขึ้น?
  6. คุณเคยแก้ตัวบ่ายเบี่ยงแล้วโยนความผิดไปให้แก่ผู้อื่นบ้างหรือไม่?  มีเรื่องใดที่คุณรู้สึกเสียใจมาจนทุกวันนี้?
  7. คุณเคยทำอะไรบ้างที่ดูเหมือนเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าแต่ไม่ได้ออกมาจากใจจริงของคุณ? แล้วมีผลอะไรบ้างตามมา?
  8. คุณเคยถูกถอดหรือตกจากตำแหน่งอย่างที่ไม่คาดฝันมาหรือไม่? เป็นอย่างไร?  ทำไมจึงเกิดเช่นนั้นขึ้น?
  9. คุณเคยประสบกับเคราะห์กรรมหรือเหตุการณ์ที่นำความเจ็บปวดมาให้คุณอย่างไม่คาดฝันหรือไม่เฉลียวใจล่วงหน้าบ้างเลยหรือไม่?  อย่างไร?
  10. คุณเคยเสียใจเพราะผิดหวังในคนบางคนบ้างหรือไม่?  ในเรื่องอะไร?  และพระเจ้าทรงสอนอะไรคุณบ้างจากบทเรียนเหล่านี้?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 Posted by at 4:53 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)