ก.ค. 052013
 

Jewish-Tahara

    ชาวยิวโบราณในยุคพระคัมภีร์มีขนบธรรมเนียมประเพณีเกี่ยวกับพิธีของงานศพ และการไว้ทุกข์ ร้องไห้

    พวกเขามีการอาบน้ำศพ (กจ.9:31)

พวกเขาชโลมศพด้วยน้ำมันหอมหรือเครื่องเทศ

พวกเขาห่อหุ้มศพด้วยผ้าป่าน (ยน.11:44;19:40;กจ.5:6) โดยที่พวกญาติมิตรของผู้ตายเป็นผู้จัดการทำพิธีกรรมเหล่านี้ (มก.16:1)

พวกเขามักนำศพไปฝังในทันที (กจ.5:6,10) และในขณะที่ขบวนนำศพไปยังอุโมงค์ฝังศพ คนในขบวนจะร้องไห้คร่ำครวญไปด้วย (มธ.9:23-24;ลก.7:12-14) พวกเขาบางคนไว้ทุกข์ฉีกเสื้อผ้าของตนและสวมผ้ากระสอบ เป็นการแสดงความอาลัยอาวรณ์ และความทุกข์โศกเศร้าของพวกเขา( 2ซมอ.3:31)

แต่พวกเขามีข้อห้ามไม่ให้ปฏิบัติตามรูปแบบที่พวกนอกศาสนากระทำ อาทิ

-การเชือดเนื้อเถือหนังตนเองหรือทำหน้าผากโล้นเพื่อคนตาย

-การอุทิศถวายเครื่องบูชาเมื่อคนตาย

       “ท่าน​ทั้งหลาย​เป็น​บุตร​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน ห้าม​เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง หรือ​ทำ​หน้าผาก​ให้​โล้น​เพื่อ​คนตาย” (ฉธบ.14:1)

     “ข้าพระองค์ไม่​ได้​รับประทาน​ทศางค์​เมื่อ​ไว้ทุกข์ ข้าพระองค์​ไม่​ได้ยก​ส่วน​ใด​ออก​ไป​เมื่อ​ข้าพระองค์​เป็น​มลทิน และ​ไม่ได้​อุทิศ​ส่วน​ใด​เพื่อ​ผู้ตาย ข้าพระองค์​ได้​เชื่อ​ฟัง​พระสุรเสียง​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์​ได้​ทำ​ตาม​ทุกสิ่ง​ที่​พระองค์​ทรง​บัญชา​ไว้” (ฉธบ.26:14)

 

    พวกเขานำศพคนตายไปฝังในอุโมงค์ส่วนตัว ซึ่งผู้ตายบางคนอาจจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับฝังตัวเองตั้งแต่ในขณะที่เขายังมีอยู่ (มธ.27:60)  หรือพวกเขาอาจนำศพไปฝังไว้ในอุโมงค์ของครอบครัว (ปฐก.23:19;25:9;49:31-32; วนฉ.8:32;16:31) หรือพวกเขาอาจฝังศพไว้ที่สุสานสาธารณะ (2พกษ.23:6;มธ.27:7)

โดยปกติแล้ว พวกคนอิสราเอลไม่นำศพไปเผาไฟ ยกเว้นเป็นบางกรณี เช่น  ศพของคนที่ถูกลงโทษประหารชีวิต หรือศพของคนที่ทำชั่วมาก ๆ (ปฐก.38:24;ลนต.20:14;21:9;ยชว.7:15,25) หรือศพที่ถูกตัดหัวแขนขาหรืออวัยวะอื่น ๆ (จนศพเละ) หรือศพที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน  (1ซมอ.31:12-13;อมส.6:10)

สำหรับชาวยิวถือว่า

  1. การจัดทำพิธีศพ นั้นคือว่า เป็นการให้เกียรติแก่ผู้ตาย (2พศด.16:14;21:19-20)
  2. การปล่อยศพทิ้งไว้ไม่นำไปฝัง ถือเป็นการแสดงถึงความอัปยศของผู้ตาย (ปญจ.6:3;1ซมอ.17:46;ยรม.16:6;

22:18-19;36:30)

ชาวอิสราเอลในอดีตมีการขับร้องเพลงสำหรับผู้ตาย

  1. เพื่อให้เกียรติแก่ผู้ตาย (1ซมอ.1:17-27;2พศด.35:25)
  2. เพื่อเยาะเย้ยหรือประจานพวกเขา (อสย.14:4-21)

-ชาวอิสราเอลให้เกียรติแก่ผู้ที่จากไปในขั้นตอนสุดท้ายคือ การตกแต่งอุโมงค์ฝังศพให้งดงาม (มธ.23:29)

โดยปกติก็ใช้ปูนขาวฉาบภายนอกอุโมงค์ให้เห็นชัดโดยง่าย ป้องกันมิให้คนเดินไปถูกต้องมันโดยบังเอิญ จนทำให้เขาเป็นมลทินไปตามที่ธรรมบัญญัติกล่าวเตือนไว้

   “วิบัติ​แก่​เจ้าพวก​ธรรมาจารย์​และ​พวก​ฟาริสี คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด เพราะว่า​พวก​เจ้า​เป็น​เหมือน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​ฉาบ​ด้วย​ปูนขาว ข้างนอก​ดู​งดงาม แต่​ข้างใน​เต็ม​ไป​ด้วย​กระดูก​คนตาย​และ​ทุก​อย่าง​ที่​โสโครก”       (มธ.23:27)

    “ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​พื้น​ทุ่ง​ซึ่ง​แตะ​ต้อง​คน​ที่​ตายด้วย​ดาบ หรือ​แตะ​ต้อง​ศพ​หรือ​กระดูก​คน หรือ​หลุม​ศพ​จะ​เป็น​มลทิน​ไป​เจ็ด​วัน”  (กดว.19:16)

    ดังนั้น เราควรจะให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียชีวิตไปเหมือนดังที่เราเคยให้เกียรติบุคคลเหล่านั้นมาก่อนหน้านี้ และแท้จริงเราควรทำให้แก่เขามากกว่าที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

ขอให้พระเจ้าทรงได้รับเกียรติจากงานศพที่เราจัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานศพของตัวเราเองหรือของผู้อื่น !

ขอให้ผู้อื่นได้รับพรจากงานนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับฟังข่าวประเสริฐเกิดความเชื่ออย่างจริงใจและได้รับความรอดโดยพระคุณ!

ฉะนั้นวันนี้ คุณควรตรวจดูให้แน่ใจ ณ บัดนี้นะครับว่า ตัวคุณเองและญาติมิตรที่คุณรักได้มีที่อยู่อันแน่นอนอยู่ในสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยัง?  หากยัง  คุณและคนที่คุณรักควรจะรีบตัดสินใจรับความรอดจากพระเจ้าก่อนที่งานศพของคุณหรือของพวกเขาจะเกิดขึ้น!

เห็นด้วยไหมครับ!

 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-  (สัพเพเหระ มีสาระ)

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)